<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การตลาด Archives - The Wisdom Academy</title>
	<atom:link href="https://thewisdom.co/category/marketing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thewisdom.co/category/marketing/</link>
	<description>Knowledge is power in this game of chance</description>
	<lastBuildDate>Wed, 13 Sep 2023 16:57:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/01/cropped-logo_new_design-32x32.png</url>
	<title>การตลาด Archives - The Wisdom Academy</title>
	<link>https://thewisdom.co/category/marketing/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>12 กลยุทธ์การตลาด ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/marketing-strategy-ideas/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Songsang Dechsupa]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 16:57:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=26106</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) เปรียบเสมือนแผนที่สู่ความสำเร็จของธุรกิจที่มองข้ามไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลแค่ไหน มันก็คงเป็นแผนที่ไร้ค่าถ้าไม่มีกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติที่ทำได้จริง ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดหรือองค์กรแบบไหน การมีของกลยุทธ์จึงเป็นเรื่องที่ดี รวมถึงการเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดให้ตอบโจทย์ก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งด้วย บทความนี้ The Wisdom Academy จึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ ซึ่งมีจุดแข็งแตกต่างกันไป โดยแต่ละกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจจะเป็นแบบไหน มาดูกัน 1. กลยุทธ์การตลาดแบบลองฟรีก่อนจ่ายทีหลัง เชื่อว่าคุณน่าจะเคยเห็นบูธ (Booth) แจกของให้ชิมฟรีตามห้างฯ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขนม, เครื่องดื่ม ไปจนถึงอาหารราคาแพงต่างก็เลือกใช้กลยุทธ์การตลาดแบบนี้กันทั้งนั้น ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะตามจิตใต้สำนึกของมนุษย์แล้ว เมื่อได้รับบางอย่าง (Take) เรามักจะอยากตอบแทนกลับไปเสมอ (Give) หมายความได้ว่ายิ่งให้มากเท่าไรก็มีโอกาสจะยิ่งได้กลับมามากเท่านั้น ตัวอย่างที่เห็นชัด เช่น สถาบันสอนภาษาที่อัดคลิปสอนภาษาแบบฟรี ๆ บนออนไลน์ แต่ทำไมคนที่ได้ดูคอนเทนต์เหล่านั้นหลายคนก็ยังเลือกจะลงเรียนคอร์สออนไลน์แบบเสียเงินเพิ่มล่ะ? ก็เพราะ&#8230;มันเป็นการตลาดที่ทำให้คนรับรู้สึกอยากตอบแทน เมื่อได้รับความรู้ฟรี ๆ มามากมายแล้ว จนทำให้พวกเขาไม่อาจปฏิเสธที่จะเสียเงินเป็นการตอบแทนในครั้งต่อ ๆ ไปนั่นเอง หรือ แม้แต่ตอนที่คุณไปลองชิมขนมบางอย่างแล้วมันอร่อยมาก คุณก็มักจะเลือกซื้อกลับบ้านมาใช่ไหมล่ะ? 2. กลยุทธ์แบบขาดแคลน (Scarcity [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/marketing-strategy-ideas/">12 กลยุทธ์การตลาด ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การตลาด (Marketing Strategy) เปรียบเสมือนแผนที่สู่ความสำเร็จของธุรกิจที่มองข้ามไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าคุณจะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลแค่ไหน มันก็คงเป็นแผนที่ไร้ค่าถ้าไม่มีกลยุทธ์ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติที่ทำได้จริง ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดหรือองค์กรแบบไหน การมีของกลยุทธ์จึงเป็นเรื่องที่ดี รวมถึงการเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดให้ตอบโจทย์ก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทความนี้ <a href="https://thewisdom.co/">The Wisdom Academy</a> จึงอยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับกลยุทธ์การตลาดใหม่ ๆ ซึ่งมีจุดแข็งแตกต่างกันไป โดยแต่ละกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจจะเป็นแบบไหน มาดูกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">1. กลยุทธ์การตลาดแบบลองฟรีก่อนจ่ายทีหลัง</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เชื่อว่าคุณน่าจะเคยเห็นบูธ (Booth) แจกของให้ชิมฟรีตามห้างฯ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ขนม, เครื่องดื่ม ไปจนถึงอาหารราคาแพงต่างก็เลือกใช้กลยุทธ์การตลาดแบบนี้กันทั้งนั้น ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะตามจิตใต้สำนึกของมนุษย์แล้ว เมื่อได้รับบางอย่าง (Take) เรามักจะอยากตอบแทนกลับไปเสมอ (Give) หมายความได้ว่ายิ่งให้มากเท่าไรก็มีโอกาสจะยิ่งได้กลับมามากเท่านั้น</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="684" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/english-book-resting-table-working-space_23-2149429572-1024x684.png" alt="english-book-resting-table-working-space" class="wp-image-26110" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/english-book-resting-table-working-space_23-2149429572-1024x684.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/english-book-resting-table-working-space_23-2149429572-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/english-book-resting-table-working-space_23-2149429572-768x513.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/english-book-resting-table-working-space_23-2149429572.png 1060w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่เห็นชัด เช่น สถาบันสอนภาษาที่อัดคลิปสอนภาษาแบบฟรี ๆ บนออนไลน์ แต่ทำไมคนที่ได้ดูคอนเทนต์เหล่านั้นหลายคนก็ยังเลือกจะลงเรียนคอร์สออนไลน์แบบเสียเงินเพิ่มล่ะ? ก็เพราะ&#8230;มันเป็นการตลาดที่ทำให้คนรับรู้สึกอยากตอบแทน เมื่อได้รับความรู้ฟรี ๆ มามากมายแล้ว จนทำให้พวกเขาไม่อาจปฏิเสธที่จะเสียเงินเป็นการตอบแทนในครั้งต่อ ๆ ไปนั่นเอง หรือ แม้แต่ตอนที่คุณไปลองชิมขนมบางอย่างแล้วมันอร่อยมาก คุณก็มักจะเลือกซื้อกลับบ้านมาใช่ไหมล่ะ?</p>



<h2 class="wp-block-heading">2. กลยุทธ์แบบขาดแคลน (Scarcity Strategy)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แนวคิดหลักของกลยุทธ์การตลาดที่น่าสนใจนี้คือ “คนเรามักสนใจในสิ่งที่ขาดแคลน แต่มองข้ามสิ่งที่มีจำนวนมาก”</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img decoding="async" width="996" height="712" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/3d-rendering-singles-day-sales_23-2149712640.png" alt="3d-rendering-singles-day-sales" class="wp-image-26111" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/3d-rendering-singles-day-sales_23-2149712640.png 996w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/3d-rendering-singles-day-sales_23-2149712640-300x214.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/3d-rendering-singles-day-sales_23-2149712640-768x549.png 768w" sizes="(max-width: 996px) 100vw, 996px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">อธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกใจเต้นกับข้อความประมาณว่า “รุ่น Limited Edition” “Flash Sale หมดแล้วหมดเลย!” “11.11 โปรเด็ด ลดจัดเต็ม พลาดไม่ได้” นั่นแปลว่าคุณกำลังถูกกระตุ้นด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบขาดแคลนเข้าแล้วล่ะ! โดยกลยุทธ์นี้จะใช้หลักจิตวิทยาเข้ามาร่วมด้วย จากแนวคิดที่ว่ามนุษย์มักให้คุณค่ากับสิ่งที่รู้สึกว่าได้มายากหรือมีเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นพิเศษ </p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างแบรนด์ที่มักใช้กลยุทธ์การตลาดแบบนี้ เช่น Supreme แบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ใช้กลยุทธ์นี้จนทำให้ผู้คนรู้สึกท้าทายด้วยความที่ของแต่ละคอลเล็กชันถ้าหมดแล้วก็คือหมดเลยจริง ๆ ยิ่งหาซื้อยากก็ยิ่งทำให้หลายคนอยากจับจองเป็นเจ้าของมากเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">3. กลยุทธ์การตลาดแบบกองโจร (Guerrilla Marketing)</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เชื่อว่าหลายคนที่ได้ยินชื่อกลยุทธ์การตลาดนี้เป็นครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่านี่มันการตลาดแบบโจมตีคู่แข่งในทางไม่ดี เหมือนกับกองโจรหรือเปล่า? แต่ไม่ใช่เลยเพราะนี่เป็นการตลาดแบบที่ต้องการสร้าง “ความประหลาดใจ” หรือ “เซอร์ไพรส์” ต่างหาก!</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="562" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-colleague-male-female-friend-casual-dress-meeting-consult-work-together-with-fun-happiness-successful-brainstorm-workplace-business-partners-relation-ideas-concept_609648-2224-3-1024x562.png" alt="asian-colleague-male-female-friend-casual-dress-meeting-consult-work-together-with-fun-happiness-successful-brainstorm-workplace-business-partners-relation-ideas-concept" class="wp-image-26113" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-colleague-male-female-friend-casual-dress-meeting-consult-work-together-with-fun-happiness-successful-brainstorm-workplace-business-partners-relation-ideas-concept_609648-2224-3-1024x562.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-colleague-male-female-friend-casual-dress-meeting-consult-work-together-with-fun-happiness-successful-brainstorm-workplace-business-partners-relation-ideas-concept_609648-2224-3-300x165.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-colleague-male-female-friend-casual-dress-meeting-consult-work-together-with-fun-happiness-successful-brainstorm-workplace-business-partners-relation-ideas-concept_609648-2224-3-768x422.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-colleague-male-female-friend-casual-dress-meeting-consult-work-together-with-fun-happiness-successful-brainstorm-workplace-business-partners-relation-ideas-concept_609648-2224-3.png 1380w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ขอยกตัวอย่างแบรนด์ที่นำ Guerrilla Marketing มาใช้จนเกิดไวรัลขึ้นมาอย่าง “3M” แบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมที่มั่นใจเรื่องความแข็งแกร่งของกระจกนิรภัย ที่ทำการใส่ธนบัตรจำนวน 3M (3 Million USD: 3 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ) ในตู้ที่ทำจากกระจกนิรภัยของแบรนด์ 3M โดยตั้งที่ป้ายรถเมล์ Vancouver Canada และท้าให้ผู้คนใช้เท้าของตัวเองกระโดดเตะเพื่อทำให้กระจกแตก ซึ่งถ้าทำได้สามารถนำเงินด้านในไปเลย นั่นทำให้ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจจนเกิดเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว</p>



<h2 class="wp-block-heading">4. กลยุทธ์การตลาด Upsell</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="826" height="551" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/happy-women-from-ordering-products-from-customers-business-owners-who-work-home-white-backg_1150-8103.png" alt="happy-women-from-ordering-products-from-customers-business-owners-who-work-home" class="wp-image-26114" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/happy-women-from-ordering-products-from-customers-business-owners-who-work-home-white-backg_1150-8103.png 826w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/happy-women-from-ordering-products-from-customers-business-owners-who-work-home-white-backg_1150-8103-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/happy-women-from-ordering-products-from-customers-business-owners-who-work-home-white-backg_1150-8103-768x512.png 768w" sizes="(max-width: 826px) 100vw, 826px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อลูกค้าเลือกซื้อสินค้าหรือใช้บริการของคุณ นั่นหมายถึงโอกาสทองที่คุณจะเพิ่มยอดขายได้ด้วยการ Upsell เช่น การนำเสนอสินค้าที่น่าสนใจเพิ่มเติมตัวอย่างที่ตัวผู้เขียนเคยเจอกับตัวเอง อย่างตอนไปกินไก่ทอดเจ้าดังในห้าง พอออเดอร์เสร็จพนักงานเขาก็มักจะถามเราว่า &#8220;เพิ่มขนาดของเฟรนช์ฟรายไหมคะ&#8221; หรือ &#8220;เพิ่มเป็นมันบดขนาดใหญ่หรือเปล่าคะ&#8221; นี่แหละที่เรียกว่าการ Upsell ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ได้ผลตอบรับที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว </p>



<h2 class="wp-block-heading">5. กลยุทธ์การตลาด 8P Marketing</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="681" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/young-asian-woman-smiling-present-planing-project-board-meeting-room-copy-space_1150-48614-1-1024x681.png" alt="young-asian-woman-smiling-present-planing-project-board-meeting-room-copy-space" class="wp-image-26115" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/young-asian-woman-smiling-present-planing-project-board-meeting-room-copy-space_1150-48614-1-1024x681.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/young-asian-woman-smiling-present-planing-project-board-meeting-room-copy-space_1150-48614-1-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/young-asian-woman-smiling-present-planing-project-board-meeting-room-copy-space_1150-48614-1-768x511.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/young-asian-woman-smiling-present-planing-project-board-meeting-room-copy-space_1150-48614-1.png 1060w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การตลาด 8P คือ กลยุทธ์การตลาดที่ต่อยอดมาจาก 4P Marketing เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีมากขึ้นในโลกปัจจุบัน ประกอบด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Product (ผลิตภัณฑ์)</strong>: การผลิตสินค้าที่ดีควรคำนึงถึง “Pain Point” ซึ่งเป็นปัญหาของลูกค้าอย่างตรงจุด อีกทั้งควรใส่ใจในคุณภาพของสินค้าและสำรวจแบรนด์คู่แข่งเพื่อพัฒนาสินค้าของคุณต่อไป</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Price (ราคา)</strong>: ราคาของสินค้าควรตั้งโดยพิจารณาจากองค์รวมทั้งหมด ทั้งนี้แนะนำว่าไม่ควรตั้งราคาที่ถูกหรือแพงจนเกินไป ที่สำคัญคือพยายามอย่าทำการตลาดแบบแข่งขันด้วยการ “กดราคา” กับแบรนด์อื่นในตลาดเดียวกันเพราะจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีในเวลาต่อมา</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Place (สถานที่จำหน่าย)</strong>: ต้องเข้าใจก่อนว่า “กลุ่มเป้าหมาย” เป็นใคร และพวกเขามักใช้เวลาอยู่กับที่ไหนมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโลกออฟไลน์หรือออนไลน์ก็ตาม เพื่อให้สินค้าได้ไปสู่สายตาและความสนใจของลูกค้าได้มากขึ้น เช่น กลุ่มลูกค้าของคุณเป็นเด็กวัยรุ่น ก็อาจเลือกการขายผ่าน Tiktok, IG, Youtube เป็นต้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Promotion (การส่งเสริมการขาย)</strong>: ควรออกแบบโปรโมชั่นให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าโปรโมชั่นนั้นจะมีคุณภาพและได้ผลตอบรับที่ดี เช่น ถ้าคุณอยากจะระบายสต๊อกสินค้าไม่อยากแบกภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บสินค้าไว้ในโกดัง การออกโปรโมชั่น 1 แถม 1 ก็เป็นความคิดที่ดีมากกว่าการขายแบบลดราคา 50%</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Public (การสื่อสารและให้ข้อมูล)</strong>: การสื่อสารในปัจจุบันนิยมทำผ่านสื่อออนไลน์กันมากขึ้น เนื่องจากใช้งบประมาณที่น้อย รวดเร็ว และเข้าถึงลูกค้าได้ในวงกว้าง เช่น แบนเนอร์โฆษณา, คลิปวิดีโอ, โพสต์แคมเปญ และอื่น ๆ</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Packaging (บรรจุภัณฑ์)</strong>: ควรออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม โดดเด่น เพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าได้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้กระแสรักษ์โลกกำลังมาแรงมาก หากแบรนด์ของคุณสามารถทำผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมก็จะได้คะแนนความพอใจจากลูกค้าที่ตระหนักถึงปัญหานี้ตามไปด้วย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>People (บุคลากร)</strong>: พนักงานในส่วนต่าง ๆ ก็เป็นเหมือนฟันเฟืองที่ทำให้ธุรกิจเติบโตได้มากขึ้น ดังนั้นแล้วเจ้าของธุรกิจก็ควรใส่ใจในการคัดเลือกพนักงาน และอบรมเกี่ยวกับข้อมูลการบริการต่าง ๆ อย่างดี เพราะสัมพันธ์ที่ดีของพนักงานกับลูกค้าสามารถทำให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการในครั้งต่อ ๆ ไปได้แน่นอน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">(อยากพัฒนาด้านการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ต้องรู้จักการทำ CRM: <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-crm/">Customer Relationship Management คืออะไร?</a>)</p>



<p class="wp-block-paragraph"></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>Power (อำนาจต่อรอง)</strong>: ความสามารถในการต่อรองกับธุรกิจอื่นในตลาดเดียวกัน หรืออำนาจในการออกสินค้าใหม่ที่สามารถขายได้ในราคาสูง</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">6. กลยุทธ์การตลาด Collaboration Marketing</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-shaking-hands-together-smiling-while-standing-modern-office-partner-cooperation-coworker-teamwork-concept_7861-2742-1024x576.png" alt="multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-shaking-hands-together-smiling-while-standing-modern-office-partner-cooperation-coworker-teamwork-concept" class="wp-image-26116" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-shaking-hands-together-smiling-while-standing-modern-office-partner-cooperation-coworker-teamwork-concept_7861-2742-1024x576.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-shaking-hands-together-smiling-while-standing-modern-office-partner-cooperation-coworker-teamwork-concept_7861-2742-300x169.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-shaking-hands-together-smiling-while-standing-modern-office-partner-cooperation-coworker-teamwork-concept_7861-2742-768x432.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/multiracial-group-young-creative-people-smart-casual-wear-discussing-business-shaking-hands-together-smiling-while-standing-modern-office-partner-cooperation-coworker-teamwork-concept_7861-2742.png 1380w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การตลาดแบบร่วมกันนั้นเป็น การตลาดที่ 2 แบรนด์มา Collab (คอลแล็ป) ทำแคมเปญหรือกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์ในการขยายฐานลูกค้า กระตุ้นยอดขาย รวมไปถึงดึงความสนใจจากลูกค้ากลุ่มเดิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างกลยุทธ์การตลาด เช่น การร่วมมือกันออกผลิตภัณฑ์ Apple Watch ที่สายรัดทำจากตัววัสดุ Sport Band จาก Nike เพื่อเอาใจสายสุขภาพที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย ซึ่งผลของแคมเปญนี้ก็ทำให้คนที่รักการออกกำลังกายที่ใช้ Nike อยู่แล้ว อยากที่จะซื้อ Apple Watch เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการออกกำลังกายของตัวเองมากขึ้น ขณะเดียวกันสาวก Apple Watch ก็อยากที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จาก Nike มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">7. กลยุทธ์การตลาด Event Marketing</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/audience-applauding-speaker-after-conference-presentation_107420-63802-1024x682.png" alt="audience-applauding-speaker-after-conference-presentation" class="wp-image-26117" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/audience-applauding-speaker-after-conference-presentation_107420-63802-1024x682.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/audience-applauding-speaker-after-conference-presentation_107420-63802-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/audience-applauding-speaker-after-conference-presentation_107420-63802-768x512.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/audience-applauding-speaker-after-conference-presentation_107420-63802.png 1060w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">การทำการตลาดด้วยอีเวนต์หรือกิจกรรม เป็นการตลาดเชิงรุกที่มีจุดมุ่งหมายสำคัญให้กลุ่มเป้าหมายได้รู้จักกับแบรนด์มากขึ้น รวมไปถึงได้ทดลองใช้สินค้าจริง ด้วย ซึ่งการทำการตลาดแบบนี้นอกจากจะเป็นการประชาสัมพันธ์ที่ดีแล้ว มันยังเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์แบบมืออาชีพและการเป็น “ตัวจริง” ในตลาดที่คุณได้อย่างเหนือชั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">8. ทำการตลาดด้วย Public Speaking</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="826" height="551" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/male-business-executive-giving-speech_107420-63781.png" alt="male-business-executive-giving-speech" class="wp-image-26119" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/male-business-executive-giving-speech_107420-63781.png 826w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/male-business-executive-giving-speech_107420-63781-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/male-business-executive-giving-speech_107420-63781-768x512.png 768w" sizes="(max-width: 826px) 100vw, 826px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">Public Speaking หรือ การพูดต่อหน้าสาธารณชน เป็นการสื่อสารรูปแบบหนึ่งที่ช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว ที่สำคัญคุณก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ แต่ได้ผลลัพธ์แสนคุ้มค่า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้การ Public Speaking แล้วประสบความสำเร็จ เช่น คุณ CK CEO แห่ง Fastwork แพลตฟอร์มที่เป็นแหล่งรวมฟรีแลนซ์มากประสบการณ์ ซึ่งเขาก็มักจะตอบคำถามและพูดให้ความรู้เกี่ยวกับการมี Mindset ที่ดีในการทำงานอยู่เสมอผ่านแพลตฟอร์ม Tiktok และรายการ Talk ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมันก็เป็นการทำการตลาดรูปแบบหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากได้รู้จักกับผู้บริหารองค์กรมากขึ้น ซึ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กรได้เป็นอย่างดี</p>



<h2 class="wp-block-heading">9. กลยุทธ์การตลาด Search Engine Marketing</h2>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="996" height="581" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/seo-website-development-data-network-concept_53876-127578.png" alt="seo-website-development-data-network-concept" class="wp-image-26120" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/seo-website-development-data-network-concept_53876-127578.png 996w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/seo-website-development-data-network-concept_53876-127578-300x175.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/seo-website-development-data-network-concept_53876-127578-768x448.png 768w" sizes="(max-width: 996px) 100vw, 996px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">“ไม่รู้ก็ถามอากู๋สิ” เชื่อว่าทุกวันนี้เวลามีคำถามที่ไม่รู้จะถามใครดี หลายคนก็มักจะเข้าไปที่ Google แล้วก็พิมพ์ในสิ่งที่อยากรู้กันใช่ไหม และจุดนั้นเองที่เป็นช่องทางการตลาดที่ยอดเยี่ยม เพราะหากคุณสามารถทำการตลาดให้ธุรกิจของคุณอยู่หน้าแรกบน Google ได้ หรืออันดับแรก ๆ ของการค้นหาได้ยิ่งดี นั่นหมายถึงโอกาสการเข้าถึงลูกค้าจำนวนมหาศาลผ่านทาง Search Engine นี้จะช่วยต่อยอดไปสู่ยอดขายได้เรื่อย ๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงินในการทำโฆษณาเลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้ติดหน้าแรกของ Google ได้นั้นเรียกว่า “การทำ SEO” ซึ่งจะเป็นการปรับแต่งหน้าเว็บให้มี Keyword และโครงสร้างหน้าที่สอดคล้องกับ<a href="https://www.semrush.com/blog/eat-and-ymyl-new-google-search-guidelines-acronyms-of-quality-content/">นโยบาย YMYL และ E-E-A-T ของ Google</a> เป็นหลัก</p>



<h2 class="wp-block-heading">10. กลยุทธ์การตลาด Email Marketing</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="996" height="727" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/e-mail-global-communications-connection-social-networking-concept_53876-134026.png" alt="e-mail-global-communications-connection-social-networking-concept" class="wp-image-26121" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/e-mail-global-communications-connection-social-networking-concept_53876-134026.png 996w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/e-mail-global-communications-connection-social-networking-concept_53876-134026-300x219.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/e-mail-global-communications-connection-social-networking-concept_53876-134026-768x561.png 768w" sizes="(max-width: 996px) 100vw, 996px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ผ่านอีเมลนั้นอาจจะไม่ได้รับความนิยมมากนักในประเทศไทย เพราะหลายคนมองว่าการใช้อีเมลเป็นเรื่องล้าสมัย เนื่องจากในคนไทยนิยมสื่อสารกันด้วยโซเชียลมีเดียเป็นหลัก แต่ความจริงแล้ว E-mail Marketing นี่แหละที่เป็นขุมทองแห่งการตลาด เพราะคุณสามารถเชื่อมโยงกับลูกค้าได้แบบตัวต่อตัว อีกทั้งยังสามารถส่งโปรโมชั่นดี ๆ ให้กับลูกค้าโดยตรงได้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งการจะได้ Email ของลูกค้ามา คุณอาจจะใช้วิธีแจก Resource ฟรีดี ๆ ไว้ในเว็บไซต์ โดยให้พวกเขาทำการพิมพ์ Email เพื่อจัดส่งไฟล์ Resource นั้นให้ก็ได้ ทำแบบนี้แล้วก็ถือว่าวินวินทั้งคู่ และเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณจะได้ทำการตลาดผ่านอีเมลด้วยนะ</p>



<h2 class="wp-block-heading">11. กลยุทธ์การตลาด Influencer Marketing</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="826" height="551" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-blogger-woman-make-vlog-how-diet-lost-weight-young-female-using-camera-recording_7861-1597.png" alt="asian-blogger-woman-make-vlog-how-diet-lost-weight-young-female-using-camera-recording" class="wp-image-26122" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-blogger-woman-make-vlog-how-diet-lost-weight-young-female-using-camera-recording_7861-1597.png 826w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-blogger-woman-make-vlog-how-diet-lost-weight-young-female-using-camera-recording_7861-1597-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/asian-blogger-woman-make-vlog-how-diet-lost-weight-young-female-using-camera-recording_7861-1597-768x512.png 768w" sizes="(max-width: 826px) 100vw, 826px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">Influencer หรือผู้มีอิทธิพล ถ้าพูดถึงในอดีตก็น่าจะเป็นเหล่าดารา-นักร้องชื่อดัง ซึ่งการจะจ้างถ่ายโฆษณาแต่ละตัวนั้นต้องใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะ แต่ในทุกวันนี้ขอเพียงเป็นบุคคลที่มีผู้ติดตามเยอะอย่าง Influencer สายต่าง ๆ ก็สามารถช่วยคุณทำการตลาดได้แล้ว ที่สำคัญยังได้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย </p>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องจากเหล่าผู้มีอิทธิพลนั้นจะมีฐานแฟนคลับที่เฉพาะตัวกว่าเหล่าดารา เช่น Influencer สายออกกำลังกาย ผู้ติดตามส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่รักสุขภาพ ชอบออกกำลังกาย ชอบการกินที่ดีต่อสุขภาพเหมือนกัน แบบนี้แล้วจึงทำให้การเลือก Influencer ที่ตรงกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็ยิ่งช่วยส่งเสริมให้สินค้าหรือโปรโมชั่นส่งไปยังกลุ่มผู้ติดตามซึ่งตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเราได้ง่ายขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">12. กลยุทธ์การตลาด Affiliate Marketing</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="740" height="555" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-is-using-laptop-offic_53876-132186-2.png" alt="businesswoman-is-using-laptop" class="wp-image-26123" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-is-using-laptop-offic_53876-132186-2.png 740w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-is-using-laptop-offic_53876-132186-2-300x225.png 300w" sizes="(max-width: 740px) 100vw, 740px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบันมีผลสำรวจออกมาแล้วว่าชาว Gen Y (เกิด พ.ศ. 2523-2543) มักจะเลือกซื้อสินค้าตามคำบอกเล่าของเพื่อนหรือคนรู้จัก มากกว่าคำโฆษณาของแบรนด์ตามสื่อต่าง ๆ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการตลาดแบบพันธมิตร (Affiliate Marketing) ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรซึ่งเป็นเหมือนนายหน้าขายสินค้าสามารถแนะนำสินค้าให้กับคนอื่น ๆ และเมื่อเกิดการซื้อขาย เจ้าของธุรกิจก็จะแบ่งส่วนแบ่งเป็นค่าคอมมิชชันให้กับนายหน้าคนนั้น </p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างแพลตฟอร์มที่ใช้การตลาดแบบ Affiliate ที่ชัดเจน คือ Tiktok Shop, Shopee, Lazada เป็นต้น แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้เปิดให้เหล่าครีเอเตอร์สามารถทำคลิปแล้วติดตะกร้าสินค้า เมื่อมีคนสนใจเลือกซื้อตามรีวิวหรือคำแนะนำ ครีเอเตอร์ที่เป็นนายหน้าก็จะได้รับส่วนแบ่งเป็น % ที่ร้านค้าได้ตั้งเอาไว้</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://nipa.co.th/th/article/digital-marketing/what-about-8p-marketing">https://nipa.co.th/th/article/digital-marketing/what-about-8p-marketing</a></li>



<li><a href="https://thegrowthmaster.com/blog/collaboration-marketing-between-brands">https://thegrowthmaster.com/blog/collaboration-marketing-between-brands</a></li>



<li><a href="https://contentshifu.com/blog/marketing-strategy-ideas">https://contentshifu.com/blog/marketing-strategy-ideas</a></li>



<li><a href="https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/life/good-life/generation-saving">https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/life/good-life/generation-saving</a></li>
</ul>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/marketing-strategy-ideas/">12 กลยุทธ์การตลาด ที่น่าสนใจ มีอะไรบ้าง พร้อมตัวอย่าง</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Google Trend คืออะไร นำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร พร้อมสอนวิธีใช้ง่ายๆ</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-google-trend-how-to-analyze-it/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Songsang Dechsupa]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 15:12:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25989</guid>

					<description><![CDATA[<p>Google Trend คือ เครื่องมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมและแนวโน้มของคำค้นหาใน Google ในระยะเวลาและพื้นที่ต่าง ๆ ในโลก ซึ่ง Google Trend ทำให้นักการตลาดและนักวิเคราะห์สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนและตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เช่น การตลาด การวางแผนคอนเทนต์ รวมไปถึงผู้ประกอบการที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าควรขายอะไรดีนะ? สินค้าที่กำลังนิยมมีอะไรบ้าง บทความนี้จึงอยากมาช่วยแนะนำวิธีการใช้งาน Google Trends ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ทุกคนได้รู้กัน Google Trend คืออะไร Google Trends เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสำรวจความนิยมของคำค้นหาในช่วงเวลาที่กำหนด โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณการค้นหาและความสนใจสำหรับหัวข้อ คำสำคัญ และคำค้นหาต่าง ๆ ในภูมิภาคและภาษาต่าง ๆ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเราสามารถระบุหัวข้อที่กำลังมาแรง เข้าใจรูปแบบการค้นหา เปรียบเทียบความนิยมของข้อความค้นหาต่าง ๆ และรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รวมถึงการหาสินค้าที่น่าสนใจได้อีกด้วย ข้อดีของ Google Trend กับการทำธุรกิจ ดังที่กล่าวไปแล้วว่า Google Trend Search ทำให้เรารู้ได้ว่าตอนนี้หรืออดีตที่ผ่านมามีคำค้นหาใดกำลังเป็นที่นิยมจากผู้ใช้งาน Google บ้าง รวมไปถึงสามารถเช็คเปรียบเทียบได้ด้วยว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-google-trend-how-to-analyze-it/">Google Trend คืออะไร นำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร พร้อมสอนวิธีใช้ง่ายๆ</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Google Trend คือ เครื่องมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมและแนวโน้มของคำค้นหาใน Google ในระยะเวลาและพื้นที่ต่าง ๆ ในโลก ซึ่ง Google Trend ทำให้นักการตลาดและนักวิเคราะห์สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนและตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เช่น การตลาด การวางแผนคอนเทนต์ รวมไปถึงผู้ประกอบการที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าควรขายอะไรดีนะ? สินค้าที่กำลังนิยมมีอะไรบ้าง บทความนี้จึงอยากมาช่วยแนะนำวิธีการใช้งาน Google Trends ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ทุกคนได้รู้กัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">Google Trend คืออะไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสำรวจความนิยมของคำค้นหาในช่วงเวลาที่กำหนด โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณการค้นหาและความสนใจสำหรับหัวข้อ คำสำคัญ และคำค้นหาต่าง ๆ ในภูมิภาคและภาษาต่าง ๆ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเราสามารถระบุหัวข้อที่กำลังมาแรง เข้าใจรูปแบบการค้นหา เปรียบเทียบความนิยมของข้อความค้นหาต่าง ๆ และรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รวมถึงการหาสินค้าที่น่าสนใจได้อีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อดีของ Google Trend กับการทำธุรกิจ</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="682" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211.png" alt="businesswoman-working-laptop" class="wp-image-25991" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211.png 900w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211-300x227.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211-768x582.png 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ดังที่กล่าวไปแล้วว่า Google Trend Search ทำให้เรารู้ได้ว่าตอนนี้หรืออดีตที่ผ่านมามีคำค้นหาใดกำลังเป็นที่นิยมจากผู้ใช้งาน Google บ้าง รวมไปถึงสามารถเช็คเปรียบเทียบได้ด้วยว่า “คำค้นหา” ใดที่มีจำนวนการค้นหามากกว่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นั่นหมายความว่าถ้าเรากำลังลังเลว่าจะขาย “เสื้อผ้า” หรือ “กระเป๋า” ดี การใช้ Google Trend 2023</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาช่วยแสดงจำนวนการค้นหาซึ่งบ่งบอกได้ถึงความสนใจในช่วงเวลานั้นก็เป็นวิธีที่ดีมาก แต่นอกจากนั้นแล้ว Google Trends ยังมีประโยชน์กับธุรกิจได้อีกหลายมิติ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. รู้จักลูกค้ามากขึ้นด้วย Keyword</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เราสามารถใช้ Google Trends Keyword ในการทำความรู้จักกับลูกค้าได้ดีขึ้นได้ ด้วยการพิมพ์คีย์เวิร์ดสินค้าที่เราอยากจะขาย เช่น เครป ลงไปในช่องค้นหา จากนั้น Google Trends Api จะแสดงผลออกมา ทั้งจำนวนที่คำนี้ถูกค้นหาและจังหวัดที่คนสนใจคำนี้เยอะด้วย แล้วถ้าจังหวัดที่เราอยากทำธุรกิจไม่ได้เป็นคำที่คนในพื้นที่นั้นสนใจมากนัก การลองหาไอเดียสินค้าใหม่ ๆ ก็อาจจะเป็นไอเดียที่ดีกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. หาไอเดียดี ๆ ทำ Content Marketing</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้ Google Trends นอกจากจะช่วยหาไอเดียว่าจะขายสินค้าอะไรดีแล้ว การทำ Digital Marketing หรือ การตลาดออนไลน์ เครื่องมือนี้ก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมาก เพราะคำที่มีการค้นหาเยอะบน Google ก็ดีต่อการทำ SEO ของเราด้วย ถ้าเราเลือกคำค้นหาที่มี Search Volume เยอะไปทำคอนเทนต์ประเภทต่าง ๆ ก็มีโอกาสที่สินค้าจากธุรกิจของเราจะติดหน้าแรกบน Google หรือผลการค้นหาแรก ๆ ของแต่ละแพลตฟอร์ม และนั่นก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการมียอดขายที่พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ใช้ Google Trend เปรียบเทียบ Keyword</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับนักการตลาดที่ต้องทำการตลาดออนไลน์น่าจะเข้าใจกันอยู่แล้วว่า การเลือก “Keyword” มาทำการตลาดออนไลน์นั้นสำคัญแค่ไหน ถึงแม้สินค้าจะน่าสนใจหรือราคาเบาสบายกระเป๋าเพียงใด แต่ถ้าการตลาดออนไลน์ไม่ปังเพราะเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มี Search Volume น้อย ๆ ก็ทำให้การเข้าถึงสินค้ามีน้อยไปด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นคำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” กับ “เสื้อผ้าสวย ๆ” ซึ่งมองเผิน ๆ ทั้งสองคำเป็นคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าของผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ แต่เมื่อเทียบผลการค้นหาแล้วคำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” มียอดที่สูงกว่าคำว่า “เสื้อผ้าสวย ๆ” ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นั่นหมายความว่าถ้าต้องการเปิดร้านขายเสื้อผ้าของผู้หญิงที่มีความสวยงาม การเลือกใช้คีย์เวิร์ดจาก Google Trends Analysis</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก็ควรใช้คำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” มากกว่านั่นเอง (โดยเราสามารถเลือกเปรียบเทียบคีย์เวิร์ดได้สูงสุด 5 คีย์เวิร์ด)</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. เช็คเรื่องที่กำลังเป็นกระแสแบบ Realtime</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากเราเป็นคนหนึ่งที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะขายอะไรดี สามารถหาไอเดียจาก Google Trends สินค้าขายดี 2023 ได้ ด้วยการไปที่แท็บ “Trending Now” จะมีการแสดงหน้าคีย์เวิร์ดที่มีคนสนใจเยอะมาก ๆ ในตอนนี้จากหลากหลายเว็บไซต์ ซึ่งเราก็สามารถนำข้อมูลจาก Google Trends ส่วนนี้มาเป็นไอเดียขายสินค้าหรือแนวทางเพิ่มเติมในการทำการตลาดได้เช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. เรียนรู้จาก “คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง” บน Google Trend</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คำค้นหาที่เกี่ยวข้องใน Google Trends คือ คำค้นหาที่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับคำค้นหาหลักที่เรากำลังวิเคราะห์ คำค้นหาที่เกี่ยวข้องสามารถช่วยให้เราเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการค้นหาและความสัมพันธ์ของคำค้นหาต่าง ๆ ในหมวดหมู่หรือช่วงเวลาที่เรากำลังสนใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังวิเคราะห์คำค้นหา &#8220;รองเท้าวิ่ง&#8221; คำค้นหาที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;รองเท้าวิ่ง Adidas&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;การออกกำลังกาย&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;Smart Watch สำหรับการวิ่ง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;การวิ่งในประเทศไทย&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;วิธีดูแลรองเท้าวิ่ง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การระบุคำค้นหาที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับหัวข้อหรือหมวดหมู่ที่กำลังศึกษา และอาจช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มการค้นหาที่เกี่ยวข้องกันได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจในการวางแผนการตลาดอย่างเหมาะสมมากขึ้นได้ตามไปด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีใช้ Google Trend</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="826" height="551" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913.png" alt="how-to-use-google-trend" class="wp-image-25993" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913.png 826w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913-768x512.png 768w" sizes="(max-width: 826px) 100vw, 826px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends เป็นเครื่องมือที่ดีมาก ๆ สำหรับหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ, นักการตลาด, Content Creator เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และใช้ได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วย ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เข้าไปที่เว็บไซต์ Google Trends</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มต้นโดยการเข้าสู่เว็บไซต์ ไปที่ &gt;&gt;<a href="https://trends.google.co.th/"> https://trends.google.co.th/</a></p>



<figure class="wp-block-image size-full essb-block-image" data-essb-pin-description="Google-trend-home-page"><img loading="lazy" decoding="async" width="2546" height="1134" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09.png" alt="" class="wp-image-26081" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09.png 2546w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-300x134.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-1024x456.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-768x342.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-1536x684.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-2048x912.png 2048w" sizes="(max-width: 2546px) 100vw, 2546px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">2. เลือกแท็บค้นหา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่องค้นหาด้านบน สามารถป้อนคำค้นหาหรือหัวข้อที่สนใจ เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมได้ โดยช่องนี้เราสามารถใส่เป็นภาษาอะไรก็ได้ที่เราคิดว่าคนน่าจะคลิก เช่น คำว่า KFC แม้จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่คนไทยจำนวนมากก็นิยมใช้เช่นกัน หรือจะเป็น เคเอฟซีก็ได้ ถ้าเราสนใจเปรียบเทียบว่าคนในประเทศไทยนิยมใช้คำไหนมากกว่ากัน ดังตัวอย่างตามภาพข้างล</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2546" height="1366" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1.png" alt="kfc-keyword" class="wp-image-26083" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1.png 2546w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-300x161.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-1024x549.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-768x412.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-1536x824.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-2048x1099.png 2048w" sizes="(max-width: 2546px) 100vw, 2546px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">3. ปรับแต่งการค้นหา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเราค้นหาแล้ว สามารถปรับแต่งการค้นหาด้วยตัวเลือกต่าง ๆ ที่มีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ระยะเวลา: เราสามารถเลือกช่วงเวลาที่สนใจ เช่น ปีล่าสุด, 30 วันล่าสุด, หรือเลือกปรับแต่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องการได้เลย แต่ส่วนตัวแนะนำว่าควรเลือกระยะเวลา 30 วันขึ้นไป เนื่องจากระยะเวลาที่น้อยกว่านั้นระบบก็อาจจะยังไม่อัปเดตและข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาก็อาจจะไม่ได้มีผลมากต่อการเลือกมาทำการตลาดเพราะเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเกินไป</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full essb-block-image" data-essb-pin-description="google-trend-option"><img loading="lazy" decoding="async" width="2524" height="1314" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02.png" alt="" class="wp-image-26084" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02.png 2524w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-300x156.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-1024x533.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-768x400.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-1536x800.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-2048x1066.png 2048w" sizes="(max-width: 2524px) 100vw, 2524px" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประเทศ/ภูมิภาค: สามารถเลือกประเทศหรือภูมิภาคที่สนใจ เพื่อดูข้อมูลความนิยมในพื้นที่ที่กำลังดูแลธุรกิจหรือต้องการทำการตลาด แต่ถ้าอยากทำธุรกิจในประเทศไทย ส่วนนี้ต้องเปลี่ยนเป็น Google Trends Thailand</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2520" height="1364" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46.png" alt="" class="wp-image-26085" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46.png 2520w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-300x162.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-1024x554.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-768x416.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-1536x831.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-2048x1109.png 2048w" sizes="(max-width: 2520px) 100vw, 2520px" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li>หมวดหมู่: สามารถเลือกหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาได้เลย เช่น ศิลปะ, ความสวยงาม, หนังสือ, อาหาร, เกม และอื่น ๆ</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>แพลตฟอร์ม: อยากรู้ข้อมูลในส่วนไหน เราสามารถเลือกได้ เช่น การค้นหาภาพ, ข่าว, ช้อปปิ้ง, ยูทูป</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">4. ดูข้อมูลและแผนภาพ </h3>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมของคำค้นหาหรือหัวข้อของเราในรูปแบบของกราฟ และรายการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เราสามารถดูแนวโน้มการค้นหาของคำค้นหานั้น ๆ ในระยะเวลาต่าง ๆ และเปรียบเทียบกับคำค้นหาอื่นได้ นี่เป็นวิธีใช้ Google Trends หาของมาขายที่ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นว่าสินค้าไหนที่กำลังเป็นกระแสและเหมาะกับพื้นที่ที่เราต้องการจำหน่ายหรือไม่ ได้อย่างชัดเจน</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2514" height="1296" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26.png" alt="google-trends-performance" class="wp-image-26087" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26.png 2514w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-300x155.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-1024x528.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-768x396.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-1536x792.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-2048x1056.png 2048w" sizes="(max-width: 2514px) 100vw, 2514px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">5. ใช้คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจาก Google Trend จะสามารถบอกเราได้แล้วว่า Keyword ไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน เพื่อประโยชน์ในการใช้งานสูงสุด เราสามารถเลือก Keyword ที่น่าสนใจจากแท็บ &#8220;คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง&#8221; เพื่อเป็น Idea ในการคิดคอนเทนต์ที่น่าจะตอบโจทย์ลูกค้าของเราได้อีกด้วย เช่น บทความ, วิดีโอ, อินโฟกราฟิก และอื่น ๆ </p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="444" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-1024x444.png" alt="google-trend-related-keyword" class="wp-image-26134" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-1024x444.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-300x130.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-768x333.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-1536x667.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-2048x889.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">6. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากได้ข้อมูลที่เราต้องการ เราสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการวางแผนการตลาด เลือกหัวข้อเนื้อหา ปรับแผนโปรโมชั่น เพิ่มสินค้าหรือบริการใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">7. ติดตามและประเมินผล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อย่าลืมติดตามแนวโน้มการค้นหาและประเมินผลการใช้ข้อมูลจาก Google Trends ในกิจกรรมของเรา ซึ่งจะช่วยให้เราปรับแผนการตลาดและการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค</p>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการเข้าใจความสนใจของผู้คนและแนวโน้มในตลาด ที่จะช่วยให้เราวางแผนและดำเนินธุรกิจของเราอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(เรียนรู้สาระดี ๆ เกี่ยวกับ<a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/">การทำการตลาดออนไลน์</a>เพิ่มเติมฟรี ได้เลยที่นี่)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://contentshifu.com/blog/google-trends-tutorial">https://contentshifu.com/blog/google-trends-tutorial</a></li>
</ul>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-google-trend-how-to-analyze-it/">Google Trend คืออะไร นำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร พร้อมสอนวิธีใช้ง่ายๆ</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KOL คืออะไร ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือก KOL มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-kol/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-kol/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:52:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Influencer Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Key opinion leader]]></category>
		<category><![CDATA[KOls]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25789</guid>

					<description><![CDATA[<p>KOls ย่อมาจาก Key opinion leaders หมายถึง ผู้ที่มีอิทธิพลในการชี้นำบุคคล หรือกลุ่มคนที่มีบทบาทในการทำให้คนจำนวนหนึ่งไปถึงคนจำนวนมากเชื่อถือ หรือคล้อยตามได้ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียล มีเดีย เป็นแรงในการขับเคลื่อนตลาด ทำให้ Kols กลายเป็นรูปแบบสำคัญที่มีผลต่อการทำธุรกิจในปัจจุบัน ข้อดีของการใช้ KOLs ช่วยในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายKOLs สามาถช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ และผู้ติดตามของ KOLs เองได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน หากแบรนด์สามารถเลือก KOLs ได้ตรงตามความสนใจก็จะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากนั่นเอง ดึงดูดการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้ง่ายการรีวิวจากบุคคลอื่นที่ไม่ได้มาจากจะทำให้ได้รับความสนใจ และเกิดการมีส่วนร่วมได้ง่ายมากกว่า เพราะผู้ติดตามสามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆได้อย่างไม่มีขอบเขต และเกิดการแชร์ต่อเนื่อง แล้วกระจายต่อๆเป็นวงกว้าง เลือก KOLs ได้ถูกต้องจะยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้นความน่าเชื่อถือของ KOLs มีผลต่อแบรนด์ด้วยเช่นกัน KOLs ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือความสนใจ เฉพาะด้านจะทำให้แบรนด์น่าเชือถือ เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มารีวิวอาหารเสริม เป็นต้น เลือก KOLs อย่างไรให้เหมาะกับแบรนด์? แน่นอนว่าใครก็สามารถเป็น KOLs ได้ ยิ่งในยุคโซเชียล มีเดียที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-kol/">KOL คืออะไร ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือก KOL มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">KOls ย่อมาจาก Key opinion leaders หมายถึง ผู้ที่มีอิทธิพลในการชี้นำบุคคล หรือกลุ่มคนที่มีบทบาทในการทำให้คนจำนวนหนึ่งไปถึงคนจำนวนมากเชื่อถือ หรือคล้อยตามได้ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียล มีเดีย เป็นแรงในการขับเคลื่อนตลาด ทำให้ Kols กลายเป็นรูปแบบสำคัญที่มีผลต่อการทำธุรกิจในปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-kols"><strong>ข้อดีของการใช้ KOLs</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ช่วยในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย<br>KOLs สามาถช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ และผู้ติดตามของ KOLs เองได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน หากแบรนด์สามารถเลือก KOLs ได้ตรงตามความสนใจก็จะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากนั่นเอง</li><li>ดึงดูดการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้ง่าย<br>การรีวิวจากบุคคลอื่นที่ไม่ได้มาจากจะทำให้ได้รับความสนใจ และเกิดการมีส่วนร่วมได้ง่ายมากกว่า เพราะผู้ติดตามสามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆได้อย่างไม่มีขอบเขต และเกิดการแชร์ต่อเนื่อง แล้วกระจายต่อๆเป็นวงกว้าง</li><li>เลือก KOLs ได้ถูกต้องจะยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้น<br>ความน่าเชื่อถือของ KOLs มีผลต่อแบรนด์ด้วยเช่นกัน KOLs ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือความสนใจ เฉพาะด้านจะทำให้แบรนด์น่าเชือถือ เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มารีวิวอาหารเสริม เป็นต้น</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-kols-1"><strong>เลือก KOLs อย่างไรให้เหมาะกับแบรนด์?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนว่าใครก็สามารถเป็น KOLs ได้ ยิ่งในยุคโซเชียล มีเดียที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แต่จริงๆแล้ว การเลือก KOLs ให้เหมาะกับแบรนด์นั้นสำคัญมาก แล้วต้องเลือก KOLs อย่างไรให้เหมาะสมกับแบรนด์ วันนี้ Wisdom มีคำตอบ…</p>



<ol class="wp-block-list"><li>KOLs เป็นใครในโลกออฟไลน์?<br>แม้ว่า KOLs จะเป็นที่ชื่นชอบในโลกออนไลน์ แต่ตัวตนในโลกออฟไลน์อาจจะแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องรู้ว่า Brand Loyalty ต่อแบรนด์ของคุณนั้นมีมากน้อยแค่ไหน หาก 100% บนโลกออนไลน์ของ KOLs กำลังโปรโมทสินค้าของคู่แข่ง เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่ขัดแย้งกัน เช่น ตลาดรักสุขภาพ กับตลาดบุฟเฟ่ต์ไม่อั้น เพราะ KOLs จะเป็นทั้งพันธมิตร และส่งผลเสียต่อแบรนด์ได้โดยตรง จึงต้องค้นหาข้อมูลแบบเชิงลึกตั้งแต่ออฟไลน์</li><li>KOLs เป็นใครในโลกออนไลน์?<br>สถานะบนโลกออนไลน์ของ KOLs สำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือก KOLs โดยสามารถพิจารณาได้ดังนี้<br>&#8211; ผู้ติดตามและอัตราการมีส่วนร่วม: KOLs นั้นมีทั้งของจริงและของปลอม แต่เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ติดตามนั้นเป็นของแท้ ให้ดูที่จำนวนผู้ติดตาม และอัตราการมีส่วนร่วม ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายการสื่อสาร และควรจะกำหนด KPI ว่าคุณอยากร่วมงานกับผู้มีอิทธิพล ด้วยจำนวนผู้ติดตามขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ และการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย นั้นมากน้อยแค่ไหน เปรียบเทียบจำนวนการมีส่วนร่วม กดไลค์ คอมเมนต์ แชร์เท่าไหร่ และผู้ที่มีส่วนร่วมนั้นสนใจจริงหรือไม่<br>&#8211; แพลตฟอร์มที่ใช้: แพลตฟอร์มออนไลน์แต่ละอันมีกลุ่มเป้าหมายและจุดประสงค์ต่างกัน ดังนั้น จึงควรเลือกสื่อสารให้ถูกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Twitter, Facebook, Instagram, TikTok หรือบทความผ่านเว็บไซต์ก็ตาม<br>&#8211; คอนเทนต์ที่ KOLs สร้างเป็นแบบไหน: เพราะคอนเทนต์เป็นสิ่งดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด ดังนั้น คอนเทนต์ที่ KOLs สร้างจึงสำคัญ หากฟีดดูมี Sponsored เยอะเกินไปก็จะทำให้ไม่น่าสนใจ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ และการเป็นที่รู้จัก และจำนวนผู้ติดตามด้วย<br><a href="https://youtu.be/vay3snZdfW4"><strong>ตัวอย่าง ผู้ที่ทำงานออฟฟิศ รีวิวสินค้าเพื่อพนักงานออฟฟิศ</strong></a></li><li>KOLs มีความเกี่ยวข้อกับแบรนด์มากน้อยแค่ไหน?<br>การหา KOLs ที่สามารถทำงานเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ หรือบริการในอุตสาหกรรม หรือคนที่มีค่านิยมเดียวกันกับแบรนด์ก็จะช่วยสร้างความเป็นมืออาชีพได้มากยิ่งขึ้น<br><a href="https://youtu.be/oBhgk5Atla0"><strong>ตัวอย่าง ผู้ที่สนใจด้านการเงินรีวิวเหรียญคริปโตฯ</strong>&nbsp;</a></li><li>KOLs คุ้มค่ากับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน?<br>จากจำนวนผู้สร้างคอนเทนต์ และ KOLs หลายร้อยคน ใครบ้างที่คุ้มค่ากับการลงทุน ที่ไม่ใช้การทำคอนเทนต์มากมาย แต่ไม่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมและการรู้จักได้เลย แต่หากเลือก KOLs ได้ดี จะสามารถสร้างความแตกต่างและความสำเร็จให้กับแบรนด์ต่อได้ และจำเป็นที่จะต้องวัด ROI ได้อีกด้วย</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-kols-2021"><strong>จะใช้ประโยชน์ของ KOLs ใน ปี 2021 ได้อย่างไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว KOLs กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาลมากที่สุดในปีนี้ ดังนั้น กลยุทธ์ KOLs ที่ควรใช้ จึงมีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list"><li>การเจาะตลาดไลฟ์สด<br>การไลฟ์สดถึงแม้จะมีมานาน แต่ยังไม่ใช่เทรนด์ชั้นนำ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากมีพฤติกรรมชอบเข้าชมการไลฟ์สด และมีการซื้อสินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่น และงานอีเวนต์ต่างๆ อย่าง VR และ AR ที่ช่วยสร้างประสบการที่แปลกใหม่และน่าทึ่งอยู่เสมอ KOLs ที่ได้รับความนิยมมาก และน่าเชือถือมากจะยังช่วยให้แบรนด์สามารถโดดเด่นขึ้นได้จากการไลฟ์สด และยังสามารถปิดการขายได้อีกด้วย</li><li>ความถูกต้องของ KOLs มีผลต่อการสร้างตลาด<br>ยิ่งใหญ่ยิ่งดี คำนี้ไม่จริงเสมอไป สำหรับ KOLs คอนเทนต์ในเชิงพาณิชย์จะทำให้สูญเสียผู้ติดตามได้ง่าย และในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังคิดว่าตัวเองฉลาดกว่ามาก และที่ยังเชื่อว่าตนเองสามารถค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวแบรนด์ได้มากกว่า ดังนั้น แทนที่จะลงทุนกับ KOLs จำนวนมาก ควรเลือกใช้ Micro Influencer หรือแม้แต่ Nano Influencer ก็จะช่วยสร้างการรู้จักและการมีส่วนร่วมได้ส่วนนึง</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/"><strong>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม Influencer คืออะไร มีส่วนช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร! คลิก</strong></a></p>



<ol class="wp-block-list" start="3"><li>การสร้างแบรนด์ด้วย KOLs<br>การสร้างแบรนด์ สร้างคุณค่าของตราสินค้า การสร้างการรับรู้เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน การใช้ KOLs จะเป็นเสมือนการหยั่งรากความคิดของกลุ่มเป้าหมายให้คนรู้จัก และให้ความคิดที่เป็นประโยชน์ และเข้าสู่ใจผู้บริโภคได้นั่นเอง</li></ol>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-kol/">KOL คืออะไร ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือก KOL มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-kol/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขข้อสงสัย? ทฤษฎีแรงจูงใจทางจิตวิทยา เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร? นำมาประยุกต์ใช้อย่างไร?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:44:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[marketing strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Maslow Theory]]></category>
		<category><![CDATA[McGuire Theory]]></category>
		<category><![CDATA[Motivation marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25783</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทฤษฎีแรงจูงใจ คือ การศึกษาความต้องการของมนุษย์ และทำความเข้าใจ เพื่อผลักดันให้มนุษย์บรรลุเป้าหมาย และผลลัพธ์ได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะในด้านธุรกิจ และการจัดการ ความต้องการของมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกัน ดังนี้ What are Needs &#8211; สิ่งที่จำเป็นและต้องการโดยเฉพาะ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และความต้องการรอง ได้แก่ สังคม วัฒนธรรม เป็นต้น What are Wants &#8211; ความต้องการที่นอกเหนือจากความต้องการที่จำเป็น เช่น ประเภทของอาหาร เป็นต้น What are Goals &#8211; เป้าหมายในชีวิตที่ต้องการทำให้สำเร็จ แรงจูงใจสำคัญอย่างไรในด้านการตลาด? นักการตลาดจะต้องเข้าใจแรงจูงใจที่จะสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายเพลิดเพลินต่อการซื้อ นอกจากนี้ยังมีแรงจูงใจที่แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ดังนี้ Approach Conflict คือ ความขัดแย้งที่พึงยอมรับ ที่บุคคลต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทุกตัวเลือกจะให้ผลทางบวก หรือมีแรงจูงใจเชิงบวกทั้งสิ้น เช่น การเลือกเมนูในร้านอาหาร เป็นต้น Approach Avoidance Conflict [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/">ไขข้อสงสัย? ทฤษฎีแรงจูงใจทางจิตวิทยา เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร? นำมาประยุกต์ใช้อย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีแรงจูงใจ คือ การศึกษาความต้องการของมนุษย์ และทำความเข้าใจ เพื่อผลักดันให้มนุษย์บรรลุเป้าหมาย และผลลัพธ์ได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะในด้านธุรกิจ และการจัดการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความต้องการของมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกัน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">What are Needs &#8211; สิ่งที่จำเป็นและต้องการโดยเฉพาะ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และความต้องการรอง ได้แก่ สังคม วัฒนธรรม เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">What are Wants &#8211; ความต้องการที่นอกเหนือจากความต้องการที่จำเป็น เช่น ประเภทของอาหาร เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">What are Goals &#8211; เป้าหมายในชีวิตที่ต้องการทำให้สำเร็จ</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>แรงจูงใจสำคัญอย่างไรในด้านการตลาด?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">นักการตลาดจะต้องเข้าใจแรงจูงใจที่จะสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายเพลิดเพลินต่อการซื้อ นอกจากนี้ยังมีแรงจูงใจที่แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Approach Conflict คือ ความขัดแย้งที่พึงยอมรับ ที่บุคคลต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทุกตัวเลือกจะให้ผลทางบวก หรือมีแรงจูงใจเชิงบวกทั้งสิ้น เช่น การเลือกเมนูในร้านอาหาร เป็นต้น</li><li>Approach Avoidance Conflict คือ ความขัดแย้งที่ถึงหลีกเลี่ยง ที่บุคคลต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีตัวเลือกมากกว่า 2 ขึ้นไปแต่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นแรงจูงใจเชิงลบ</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในฐานะนักการตลาดเราต่างเข้าใจตรงกันว่า แรงจูงใจของผู้บริโภคเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งทางกายภาพและจิตวิทยา นั่นเพราะแรงจูงใจเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการตัดสินใจซื้อ นักการตลาดจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการตัดสินใจและการซื้อเพื่อที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอสินค้าและนวัตกรรม และสร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ จากแรงจูงใจสู่การซื้อ</strong></h1>



<ol class="wp-block-list"><li>ผู้บริโภคจะเริ่มต้นจากตระหนักถึงความต้องการที่แฝงอยู่ เช่น รู้สึกหิว</li><li>เมื่อทราบว่า “หิว” ซึ่งเป็นความจำเป็นของร่างกาย ทำให้เกิดความตึงเครียด และรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้เกิดการกระตุ้นให้เติมเต็มความต้องการ และเปลี่ยนแปลงไปยังแรงจูงใจในการทานอาหาร</li><li>เมื่อเกิดเป็นแรงจูงใจแล้ว ก็จะมีเป้าหมายเฉพาะ เช่น อยากกินพิซซ่า อยากกินสลัด เป็นต้น</li><li>เมื่อตอบสนองความต้องการได้แแล้ว จะลดความตึงเครียดลงได้ และประสบความสำเร็จในการตอบสนองความต้องการนนั่นเอง</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">แล้วสิ่งเรานี้เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร สามารถอธิบายได้ตามทฤษฎีแรงจูงใจของ MASLOW และ McGuire ดังนี้</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-maslow"><strong>ทฤษฏีแรงจูงใจของ MASLOW</strong><img decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/pHCf2tl2CyjOM1AhO9Fh6kLC-JRKKANt1x3NEDs3O014oy2C58deqsl3ibllv5knvpn_gJD6so_MStMc_X_UCMpWLc8zWoQ6kCGtVb7YxfQJwEBfWXI1spJyppq6TGcRqDuH6JBS=s0" width="602" height="400.632440944882"></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ดร. อับราฮัม มาสโลว์ นักจิตวิทยา ได้กำหนดทฤษฏีแรงจูงใจของมนุษย์ตามลำดับขั้นความต้องการในสังคม ไว้ 5 ระดับ ตั้งแต่ความต้องการตั้งแต่ระดับต่ำไปถึงสูง (Hierarchy&amp; Needs) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับในสังคม</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Physiological Needs: ความต้องการที่ร่างกายต้องการ &#8211; อาหาร เครื่องนุ่งห่ม อากาศ และที่อยู่อาศัย เป็นความต้องการที่จำเป็น และเป็นความต้องการอันดับต้นๆ</li><li>Safety or Security Needs: ความต้องการด้านความปลอดภัย &#8211; การรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และความเป็นส่วนตัว จะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการหลังจากอันดับแรกสำเร็จแล้ว</li><li>Social Needs: ความต้องการในสังคม &#8211; การมีความสัมพันธ์ และได้รับการยอมรับ ได้รับความรักในหมูคณะ</li><li>Esteem Needs: ความต้องการด้านการยกย่อง &#8211; ได้แก่ ความยกย่องส่วนตัว (Self-esteem)&nbsp; ความนับถือ (Recognition) และสถานะ (Status) และความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ เช่น ความสำเร็จ ความรู้ ศักดิ์ศรี ความสามาระ และสถานะที่ดีทางสังคม</li><li>Self-Actualization: ความต้องการด้านการประสบความสำเร็จขั้นสูงสุดในชีวิต &#8211; เป็นความต้องการสูงสุดของแต่ละบุคคล ซึ่งหากบรรลุความต้องการนี้ได้จะได้รับการยอมรรับว่าเป็นบุคคลที่พิเศษ</li></ul>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-mcguire"><strong>ทฤษฏีแรงจูงใจของ MCGuire&nbsp;</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีแรงจูงใจของ MCGuire จะแตกต่างจากของ Maslow ตรงที่ได้พัฒนาวิธีการจำแนกให้มีลักษณะชีเฉพาะมากกว่า ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Need for consistency: ความต้องการความสอดคล้องกัน<br>ได้แก่ ทัศนคติ พฤติกรรม ความคิดเห็น ภาพลักษณ์ และความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน และไม่เกิดความขัดแย้ง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Marketing Mix ได้ เช่น ภาพลักษณ์หรูหรา จะต้องมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม มีมูลค่า มีราคาแพง มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสม เช่น ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแบรนด์เนม เป็นต้น</li><li>Need to attribute causation: ความต้องการทราบเหตุผลที่เป็นที่มาของสิ่งต่าง<br>หรือ Brand Story นั่นเอง เพราะที่มาเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ทราบผลที่จะเกิดขึ้นใในทางที่ดีหรือไม่ดี หรือหมายถึงการทำให้คล้อยตามด้วยที่มา และการให้คำแนะนำ หากเป็นที่มาจากเพื่อน คนสนิท คนในครอบครัวก็จะทำให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="401" src="https://lh4.googleusercontent.com/0L1yO-ixhkWOQo8N75QNqntZQQVGCdKniHWUx2H7oGNe_RrOk4gaiccNXS5sVsCee5iA0xWNi7lHhV_jIPeIifMdZostjod32VC8PeormRMH6P0BOtrvNwJTyV05-LzBMAD2Q0aT=s0"></li><li>Need to categorize:  ความต้องการที่จะสามารถจำแนกสิ่งต่างๆ ได้<br>เป็นความต้องการที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์และสามารถเก็บไว้เป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจ เช่น ราคา คุณภาพ เป็นต้น หลายๆบริษัทมักจะใช้กลยุทธ์ราคา เพื่อใช่ในการจำแนก เช่น  99 บาท 199 บาท และ 499 บาท เป็นต้น เหตุผลสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดเข้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ราคา 100 บาท 200 บาท และ 500 บาท<br></li><li>Need for cues:  ความต้องการที่จะสามารถบอกความหมายโดยนัยได้<br>ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ใช้จากสังเกต ด้วยสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายต่างๆ เช่น  ความประทับใจ (impressions) ความรู้สึกต่างๆ (feelings) และทัศนคติ (attitudes) ตัวอย่างเช่น สัญลักษณ์ฮาลาล สัญลักษณ์ออแกนิค หรือ Cruelty free เป็นต้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="451" src="https://lh3.googleusercontent.com/3ZQy4w5aMOUedNwz3sFyKIVJHaADqLhJCQdmkvfVaOQ58rXU5YDWqlRCUSK_ZTqBNEoNqsLt2B2hu5dAyXsV29Bb28O7Q-mu1FDw4sXGCFDoYqlafaY37SIZxUPzDSkXXXnNUpID=s0"></li><li>Need for independence: ความต้องการด้านอิสระภาพ<br>สามารถใช้ตอบสนองแรงจูงใจด้วยการโฆษณาเพื่อให้เห็นถึงอิสระภาพที่ทุกคนต้องการเป็นต้น เช่น รองเท้า Nike free run+ Freedom for yourself<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="316" src="https://lh6.googleusercontent.com/kdZTlObMlFCUQ3Kcuvlex-PORZYrt9uvvY6_6RqOL8F-fwv_QKdNVgS2rjWATv76Byjr8ByXAyDPqdbZuGvlgx6DiNaTRrhS_YlvotjyXQbBvRovSTINSsBNcjAve1hD02U-0thI=s0"></li><li>Need for novely: ความต้องการสิ่งแปลกใหม่<br>คนเรามักไม่ชอบความจำเจ ซ้ำซาก ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็น &#8220;พฤติกรรมเพื่อแสวงหาความหลากหลาย&#8221; (variety-seeking behavior) และมักจะเปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ (brand switching) หรือพฤติกรรมการซื้ออย่างที่เรียกกันว่า &#8220;การซื้ออันเกิดจากแรงดลใจฉับพลัน&#8221; (impulse purchasing) มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (travel industry) ที่ผู้คนมักจะต้องการแสวงหาสถานที่ใหม่ๆเสมอ</li><li>Need for self-expression: ความต้องการแสดงตนเองให้ประจักษ์<br>ผู้คนต้องการแสดงความเป็นตัวเอง และต้องการสะท้อนตัวตนของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รถยนต หรือของใช้อื่นๆ ก็มักจะแสดงตัวตนของตัวเองออกมา เช่น Mercedes-Benz Dream Factory เป็นต้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="368" src="https://lh3.googleusercontent.com/UuiYEazWjlZOK-2e1IbqYPbnxU0IT2NCOSsakoEJsRCEj2VfA3VVx-g_OYkpjoUp44BGvsSPWWyVyCI6-DMQLPZtMTzN1Rb_4SzQUOZnvLHNX6k3IeYgZdCyGxZSNpAKDYxMhcz9=s0"></li><li>Need for ego-defense: ความต้องการเพื่อป้องกันตัวเอง<br>การปกป้องตัวเองเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง ที่เมื่อไหร่ที่ผู้คนรู้สึกถูกคุกคาม หรือภาพลักษณ์ของตนเอง (self-image หรือ self-concept) กำลังเสียหาย ก็จะยืนหยัดเพื่อปกป้องทันที ดังนั้น แบรนด์จึงต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ลูกค้ายังรู้สึกถึงคุณค่าของแบรนด์อยู่เสมอ</li><li>Need for reinforcement: ความต้องการได้รับการเสริมแรง<br>แรงกระตุ้นที่จะช่วยให้รู้สึกพึงพอใจเป็นรางวัล (Reward) เช่น การสวมเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือแม้แต่คอนแทคเลนส์ เป็นต้น</li></ul>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/5sz533fGrFCAUFC3AarVuvUJUQ7G0rmo9CzRrydbsqmn-XUicOBZwETvNkhqCaiGFdgx7Vns2AU2Ouc2_GKdQAwVElefkScj_Cc_PLqesmlAznUuB1YRL9jOby6cK5eDH1KuD-QO=s0" alt="" /></figure>



<ul class="wp-block-list"><li>Need for affiliation: ความต้องการความรักความผูกพัน<br>ความต้องการที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรู้สึกผูกพัน ดังนั้น การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจะเลือกจากแบรนด์ที่มี Brand Loyalty มาก่อน หรือแม้แต่การโฆษณา การใช้คำจูงใจให้ผูกพันก็ควรนำมาเป็นแนวคิดหลักของแบรนด์เหมือนกัน เช่น ผู้บริโภคจะผูกพันและคุ้นเคยกับ “Every Car Deserve to shine” เป็นต้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="339" src="https://lh6.googleusercontent.com/FtPVhRTi_WNNUnWzHbt4LQYcVqMto_1BPG72D3qD-pX2_HSpexlGOa55Ru55yvJ5mhtP9ufH6xrFvnXS7UPMw-b7uZy0tDOeyN5jWqSyEMUaZt8HLQKNeIpjDyLA7RXZ5lzcWPRM=s0"></li><li>Need for modeling: ความต้องการยึดถือบุคคลอื่นที่ชื่นชอบเป็นตัวแบบ<br>ผู้คนจะชื่นชอบบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจ หรือคนดังต่างๆ และต้องการจะเรียนแบบดังนั้น พรีเซนเตอร์ นางแบบ นายแบบจึงสำคัญกับแบรนด์เหมือนกัน เช่น กลุ่มนักกีฬา กลุ่มนักดนตรี และดาราภาพยนตร์ เป็นต้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="601" src="https://lh5.googleusercontent.com/yHvYL_MH4THEvNKaMUutvwthiwnvwxzUDJMKCiKKb8dbyMSCoGNm_XWWhZikBfS96XsA5YD5TkjfcukT9Z7A2G9LVBUSYabQQroychYfNHuCrSo0zFazAc3UdC_rHjjc-FQd8FQa=s0"></li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา forbes.com</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/">ไขข้อสงสัย? ทฤษฎีแรงจูงใจทางจิตวิทยา เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร? นำมาประยุกต์ใช้อย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทคนิค ปิดการขายออนไลน์ได้ 100% ทำได้อย่างไร (ไม่ต้องมีพื้นฐาน)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:24:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Business Ideas]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[online selling]]></category>
		<category><![CDATA[Unique Selling Points]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25775</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขายออนไลน์อาจจะสะดวกสำหรับคนทำธุรกิจ ทั้งง่าย และไม่ต้องลงทุนมาก แต่สิ่งที่ยากในการขายออนไลน์ คือ “การปิดการขาย” ยิ่งในยุคปัจจบันที่มีคู่แข่งในตลาดมากมาย ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น การปิดการขายให้ได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมี เทคนิคการปิดการขายที่ดีจะส่งผลต่อยอดขายอย่างไร? ในยุคที่มีดารขายออนไลน์มากมาย การสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจจึงสำคัญ โดยเฉพาะกลยุทธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์การตลาด กลยุทธ์การสื่อสาร โดยเฉพาะกลยุทธ์การขาย กลยุทธ์การขาย (Sales Strategy) คือ การวางแผนที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อขายสินค้า ตลอดจนยอดขายที่ตั้งเป้าเอาไว้และรายละเอียดการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การมีกลยุทธ์การขายช่วยให้ฝ่ายขายมีกำหนดหมายงานที่ชัดเจน และมีวิสัยถึงสิ่งที่ตนต้องทำในระยะยาว ดังนั้นการสร้างกลยุทธ์การขายเองควรจะทำอย่างครอบคลุม มีการค้นคว้าอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง กลยุทธ์การขายที่สำคัญที่ทุกร้านควรมี คือ “เทคนิคการขาย” หากสามารถปิดการขายได้รวดเร็ว มีการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา ก็จะทำให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าธุรกิจอื่นๆ เทคนิคปิดการขาย ตอบคำถามลูกค้าภายใน 60 วินาทีการขายออนไลน์มักจะมีช่องทางให้ลูกค้าได้ถามคำถาม เมื่อมีลูกค้าถามเข้ามาควรจะตอบกลับทุกสิ่งที่ลูกค้าถาม และสนใจ ภายในระยะเวลา 60 วินาที จะทำให้ลูกค้าเริ่มสนใจได้ง่ายขึ้น และยิ่งมีคู่แข่งมากยิ่งต้องตอบให้ไวมากยิ่งขึ้น ให้ข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน ใน 3 บรรทัดโดยใช้การอนุมานจากสิ่งที่ลูกค้าถาม หรือประสบการณ์ แสดงให้เห็นว่าสินค้าชิ้นนั้นคุ้มค่าต่อการซื้อ เราจึงต้องอธิบายข้อมูลในครบถ้วน กระชับ ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมราคาสินค้าด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/">เทคนิค ปิดการขายออนไลน์ได้ 100% ทำได้อย่างไร (ไม่ต้องมีพื้นฐาน)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การขายออนไลน์อาจจะสะดวกสำหรับคนทำธุรกิจ ทั้งง่าย และไม่ต้องลงทุนมาก แต่สิ่งที่ยากในการขายออนไลน์ คือ “การปิดการขาย” ยิ่งในยุคปัจจบันที่มีคู่แข่งในตลาดมากมาย ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น การปิดการขายให้ได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมี</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>เทคนิคการปิดการขายที่ดีจะส่งผลต่อยอดขายอย่างไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคที่มีดารขายออนไลน์มากมาย การสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจจึงสำคัญ โดยเฉพาะกลยุทธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์การตลาด กลยุทธ์การสื่อสาร โดยเฉพาะกลยุทธ์การขาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การขาย (Sales Strategy) คือ การวางแผนที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อขายสินค้า ตลอดจนยอดขายที่ตั้งเป้าเอาไว้และรายละเอียดการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การมีกลยุทธ์การขายช่วยให้ฝ่ายขายมีกำหนดหมายงานที่ชัดเจน และมีวิสัยถึงสิ่งที่ตนต้องทำในระยะยาว ดังนั้นการสร้างกลยุทธ์การขายเองควรจะทำอย่างครอบคลุม มีการค้นคว้าอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การขายที่สำคัญที่ทุกร้านควรมี คือ “เทคนิคการขาย” หากสามารถปิดการขายได้รวดเร็ว มีการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา ก็จะทำให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าธุรกิจอื่นๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>เทคนิคปิดการขาย</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ตอบคำถามลูกค้าภายใน 60 วินาที<br>การขายออนไลน์มักจะมีช่องทางให้ลูกค้าได้ถามคำถาม เมื่อมีลูกค้าถามเข้ามาควรจะตอบกลับทุกสิ่งที่ลูกค้าถาม และสนใจ ภายในระยะเวลา 60 วินาที จะทำให้ลูกค้าเริ่มสนใจได้ง่ายขึ้น และยิ่งมีคู่แข่งมากยิ่งต้องตอบให้ไวมากยิ่งขึ้น</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="2"><li>ให้ข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน ใน 3 บรรทัด<br>โดยใช้การอนุมานจากสิ่งที่ลูกค้าถาม หรือประสบการณ์ แสดงให้เห็นว่าสินค้าชิ้นนั้นคุ้มค่าต่อการซื้อ เราจึงต้องอธิบายข้อมูลในครบถ้วน กระชับ ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมราคาสินค้าด้วย เช่น สินค้า: ครีมบำรุงผิวหน้า<br>ลูกค้า: “ตัวนี้ช่วยลดรอยดำได้ไหมคะ”<br>แอดมิน: “สินค้าตัวนี้มีส่วนผสมของ Niacinamide ไม่ผสมน้ำหอม และพาราเบน ช่วยลดรอยดำ รอยแดง ช่วยให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใส (พร้อมทั้งส่งรีวิว) ขนาด 20ml. 300 บาทค่ะ”&nbsp;</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="3"><li>มีโปรโมชั่นเร่งการตัดสินใจซื้อ<br>โปรโมชั่นจะช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อ หากเห็นว่าลูกค้ากำลังลังเล หรือกำลังหาทางเลือกอื่น หรือเป็นลูกค้าที่ถามเยอะ คุยนาน ให้ใช้โปรโมชั่นในการโต้ตอบกับลูกค้าจะทำให้ช่วยปิดการขายได้ง่ายขึ้น เช่น “3 ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะ” “เดี๋ยวลดให้พิเศษถ้าโอนก่อนเที่ยงคืน” เป็นต้น</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="4"><li>แสดงความคิดเห็นที่มีต่อสินค้า</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเห็นว่าลูกค้ากำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจ ควรทำการพูดคุยกับลูกค้าให้มากขึ้น ด้วยถ้อยคำที่เป็นกันเอง และแสดงตัวตน และความเห็นที่มีต่อสินค้า ในเมื่อเราเป็นผู้ขายแล้ว เราคงเคยใช้สินค้า และเคยเห็นสินค้ามาก่อน นอกจากนี้ ยังสามารถยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับสินค้าที่ใกล้เคียงกัน เพื่อกระตุ้นให้เห็นจุดเด่นของสินค้า</p>



<ol class="wp-block-list" start="5"><li>รับออเดอร์ให้ไวที่สุด</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้ว ควรส่งข้อมูลการโอนเงินให้ลูกค้าให้ไวที่สุด และทำให้ลูกค้าสามารถกดจ่ายเงินได้ทันที หรือมีการทำ QR Code ไว้เพื่อให้สะดวกต่อการชำระเงิน และเมื่อลูกค้าโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ควรยืนยันออเดอร์ให้ไวด้วยเช่นกัน</p>



<ol class="wp-block-list" start="6"><li>ให้ของแถมเล็กๆน้อยๆ</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">เทคนิคการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าคือของแถมเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และเกิดการซื้อซ้ำ อย่างเช่น ลูกอม กระดาษโน้ต เป็นต้น</p>



<ol class="wp-block-list" start="7"><li>ปิดการขายยอดเยอะๆไม่ได้<br>แน่นอนว่าราคามีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าอยู่มาก นอกจากโปรโมชั่นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือ การนำเสนอขายสินค้าที่มีราคาถูกลง แต่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ก็จะช่วยให้เรายังคงมีรายได้ เรียกได้ว่าเป็นการกำขี้ดีกว่าการกำตดนั่นเอง</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="8"><li>บริการหลังการขาย</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">การมีบริการหลังกายขายที่ดีจะช่วยให้ผู้ซื้อรายอื่นๆสนใจสินค้าของเราได้ง่ายกว่า เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบที่ควรสร้างเพื่อโอกาสในการขายอื่นๆ เช่น การรับเปลี่ยนคืนสินค้าชำรุดเสียหาย การบริการให้คำแนะนำการใช้งาน เป็นต้น</p>



<ol class="wp-block-list" start="9"><li>อธิบายข้อโต้แย้งต่างๆ<br>เมื่อมีการซื้อสินค้า ย่อมมีการรีวิว แต่เราไม่สามารถบังคับให้ลูกค้าให้คะแนนเราตามที่เราต้องการได้ ดังนั้น เราจึงควรตอบกลับหรืออธิบายข้อโต้แย้งต่างๆที่มีอยู่บนสาธารณะเพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ซื้อรายอื่นๆด้วย</li></ol>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/">เทคนิค ปิดการขายออนไลน์ได้ 100% ทำได้อย่างไร (ไม่ต้องมีพื้นฐาน)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Podcast คืออะไร ช่วยในการโปรโมทหรือทำการตลาดได้อย่างไร</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 10:58:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[Podcast marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25752</guid>

					<description><![CDATA[<p>พอดแคสต์ หรือ Podcast คือ ไฟล์เสียงดิจิตอลที่เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต คล้ายคลึงกับการจัดวิทยุ แต่สำหรับ Podcast จะอยู่บนออนไลน์ ทำให้สามารถฟังได้ตลอดเวลา และฟังเมื่อไหร่ก็ได้ หรือที่เรียกว่า On-Demand Program โดยผู้จัดจะมีหัวข้อ มีรูปแบบการจัดรายการที่แตกต่างกันออกไป มี่ความยาวประมาณ 5-30 นาทีต่อตอน&#160; ทำไม Podcast จึงน่าสนใจ? Pod Cast ได้รับความนิยมในไทย หลังจากที่เริ่มมีผู้จัดรายการเป็นภาษาไทยมากขึ้น ทำให้คนไทยสนใจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จากรายงานของ Adobe Analytics พบว่า มีคนฟัง Podcast มากขึ้นจากการอ้างอิงผลสำรวจจากชาวสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,008 คน สะท้อนพฤติกรรมการฟัง Podcast รวมไปถึงข้อมูล Comscore ของผู้ใช้งานบนมือถือจำนวน 193 ล้านคนต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม 2561 &#8211; พฤษภาคม 2562 ผลการศึกษาพบว่า การใช้งานแอพ Podcast บนมือถือเพิ่มสูงขึ้น 60% โดย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/">Podcast คืออะไร ช่วยในการโปรโมทหรือทำการตลาดได้อย่างไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">พอดแคสต์ หรือ Podcast คือ ไฟล์เสียงดิจิตอลที่เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต คล้ายคลึงกับการจัดวิทยุ แต่สำหรับ Podcast จะอยู่บนออนไลน์ ทำให้สามารถฟังได้ตลอดเวลา และฟังเมื่อไหร่ก็ได้ หรือที่เรียกว่า On-Demand Program โดยผู้จัดจะมีหัวข้อ มีรูปแบบการจัดรายการที่แตกต่างกันออกไป มี่ความยาวประมาณ 5-30 นาทีต่อตอน&nbsp;</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast"><strong>ทำไม Podcast จึงน่าสนใจ?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">Pod Cast ได้รับความนิยมในไทย หลังจากที่เริ่มมีผู้จัดรายการเป็นภาษาไทยมากขึ้น ทำให้คนไทยสนใจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จากรายงานของ Adobe Analytics พบว่า มีคนฟัง Podcast มากขึ้นจากการอ้างอิงผลสำรวจจากชาวสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,008 คน สะท้อนพฤติกรรมการฟัง Podcast รวมไปถึงข้อมูล Comscore ของผู้ใช้งานบนมือถือจำนวน 193 ล้านคนต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม 2561 &#8211; พฤษภาคม 2562</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลการศึกษาพบว่า การใช้งานแอพ Podcast บนมือถือเพิ่มสูงขึ้น 60% โดย 1 ใน 4 เป็นผู้ใช้งานครั้งแรกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา Adobe Analytics คาดว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ผู้ฟัง 45% ระบุว่ามีแผนที่จะฟัง Podcast เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยพวกเขาจะค้นหารายการ Podcast ผ่านบล็อกออนไลน์ และบทความและบล็อกออนไลน์ โดยประมาณ 41%</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มผู้ฟัง Podcast ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Millennials รองลงมาเป็นกลุ่ม Gen Z พฤติกรรมของผู้ฟังส่วนใหญ่จะฟังขณะเดินทางไปทำงานหรือขณะทำงาน 52% และ 42% ฟังขณะอยู่บนรถยนต์ อีก 18% ฟังบนเครื่องบิน 16% ฟังในเวลาว่าง และ 16% ฟังขณะออกกำลังกายหรือตอนไปยิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ จากผลการศึกษายังชี้ว่า Podcast จะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสำหรับการโฆษณา โดย 60% ระบุว่า ตนเองค้นหาสินค้าหรือบริการหลังจากได้ยินโฆษณา และ 25% ได้ทำการซื้อสินค้าที่พบผ่านโฆษณาใน Podcast ขณะที่ 58% ของผู้ฟังยอมรับว่าตนเองข้ามโฆษณาใน Podcast</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 72% ของผู้ฟัง Podcast ที่เคยได้ยินโฆษณาขณะที่ฟัง 1 ใน 3 คิดว่าโฆษณาบน Podcast กระตุ้นความอยากซื้อมากกว่าโฆษณาในรูปแบบอื่นๆ&nbsp; นอกจากนี้ 40% ยังคิดว่าการโฆษณาบน Podcast สร้างความน่าอึดอัดขณะฟังน้อยกว่าโฆษณาประเภทอื่นๆ ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงแนวโน้มว่า โฆษณาบน Podcast จะมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่เกี่ยวข้องได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง &#8211;</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast-1"><strong>Podcast ช่วยในการสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างไร?</strong></h1>



<ol class="wp-block-list"><li>ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายขณะเดินทาง เพราะการเดินทางแต่ละวันใช้เวลานาน ทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถฟัง Podcast ขณะเดินทางได้</li><li>ทุกคนสามารถเข้าถึง Podcast ได้ ทำให้สามารถดาวน์โหลด และฟัง Podcast ได้อย่างรวดเร็วจากทุกที่ทั่วโลก</li><li>การพูดเร็วกว่าการเขียน ทำให้เข้าถึงผู้คนได้รวดเร็วมากกว่า เพราะการเขียนนั้นใช้เวลามาก แต่ Podcast ใช้เวลา 30 นาทีแต่สามารถสรุปใจความสำคัญต่างๆได้ แต่ถึงอย่างไรนั้น การเขียนบล็อกต่างๆก็ยังสำคัญ</li><li>การฟังง่ายกว่าการอ่าน เช่นเดียวกับ พูดเร็วกว่าเขียน หลายๆคนชอบการฟังมากกว่าการอ่าน แม้ว่า 65% ของประชากรจะเรียนรู้ด้วยภาพและชอบโพสต์บนบล็อกและรูปภาพมากกว่า แต่อีก 30% คือผู้เรียนรู้การได้ยิน กลุ่มนี้เรียนรู้ได้ดีขึ้นจากการฟัง ดังนั้น Podcast จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม</li><li>สามารถพูดคุย หรือถกเถียงเรื่องราวต่างๆในปัจจุบัน และประเด็นร้อนต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ดึงดูดผู้ฟังได้จำนวนมาก</li><li>สามารถสร้างความน่าเชื่อถือกับฐานลูกค้าได้ ผ่านน้ำเสียงทำให้ผู้บริโภคมีเชื่อถือ และสามารถผันแปรเสียงต่างๆให้ผู้บริโภครู้สึกผู้พูดมีความตรงไปตรงมา จริงใจ และน่าเชือถือ</li><li>สามารถเปลี่ยน Podcast เป็น Blog โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ และสามารถถอดความของ Podcast ออกมาผ่านบล็อกได้</li><li>ตอบโจทย์ผู้ไม่มีเวลาค้นหา หรือไม่มีอารมณ์บล็อกโพสต์ยาวๆ หรือดูวีดีโอได้ แต่สามารถฟังเนื้อหาต่างๆผ่าน Podcast ทำให้เข้าถึงผู้ฟังได้เป็นปัจจุบันมากกว่า</li><li>เป็นโอกาสในการสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปมากในโลกดิจิตอล การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในช่องทางหลากหลาย จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า</li></ol>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast-2"><strong>ทำ Podcast อย่างไรให้เข้าถึงผู้บริโภคได้?</strong></h1>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับการทำแบรนด์ และบล็อก Podcast ควรเจาะจงและกำหนดเป้าหมายไปยังผู้ชมที่เฉพาะเจาะจง ด้วยคำถามเหล่านี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ใครคือผู้ชมของฉัน?</li><li>กลุ่มเป้าหมายต้องการรู้อะไรมากที่สุด?</li><li>โพสต์ที่ดีที่สุด และเข้าถึงคนได้มากที่สุดในช่อง Podcast ของตนเองคืออะไร?</li><li>คำถามอะไรที่ได้รับบ่อยๆ และผู้ฟังต้องการรู้?</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>ผู้เชี่ยวชาญในการสัมภาษณ์</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การทำพอดแคสต์ให้น่าสนใจ การมีการสนทนา 2 เสียง หรือมากกว่าจะทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น การมีแขกรับเชิญ หรือผู้เชี่ยวชาญเวียนกันมาพูดคุยและถกเถียงประเด็นต่างๆไปพร้อมๆกัน จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกเข้าถึงเนื้อหาและสัมผัสได้ถึงบรรยากาศการพูดคุยได้มากยิ่งขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--2"><strong>เนื้อหาสั้นๆ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาของพอดแคสต์ไม่ควรยาวเกินไป ความยาวที่กำลังดีคือไม่เกิน 30 นาที</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--3"><strong>ให้ผู้ฟังได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แอพ Podcast ถึงแม้จะไม่มีช่องคอมเมนต์ ดังนั้น จึงควรมีช่องทางอื่นๆไว้สำหรับสื่อสารกับผู้ฟัง เช่น Facebook หรืออีเมลล์ ไว้สำหรับเนื้อหาเพิ่มเติม หรือข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่กำลังพูดถึง และสร้างช่องทางอื่นๆไว้สำหรับการประชาสัมพันธ์ตอนใหม่ๆได้อีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--4"><strong>ออกอากาศอย่างต่อเนื่อง</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">อย่าเผยแพร่ Podcast ตามเวลาที่ไม่แน่นอน เพราะคนชอบวางแผนในการฟัง Podcast ควรเผยแพร่วันตามกำหนด เช่น ทุกวันศุกร์ 22.00น. เป็นต้น จะทำให้ผู้ติดตามสามารถรับ Podcast ของคุณได้ทันที</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--5"><strong>สร้างคำกระตุ้นการตัดสินใจ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">คำกระตุ้นในการตัดสินใจไม่ได้มีแค่ในหน้าบล็อกเท่านั้น Podcast ยังช่วยกระตุ้นการตัดสินใจได้ด้วย ดังนั้น จึงมีคำกระตุ้นต่างๆไว้ในพอดแคสต์ด้วย</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast-3"><strong>ตัวอย่าง Podcast ในมุมมองการตลาด</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่ 1<a href="https://youtu.be/HfSa_aPd-M8"> กลยุทธ์แข่งต้องชนะ Bluebik ดิจิทัลคอนซัลต์ไทย IPO รายแรก | The Secret Sauce EP.429</a></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="กลยุทธ์แข่งต้องชนะ Bluebik ดิจิทัลคอนซัลต์ไทย IPO รายแรก | The Secret Sauce EP.429" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/HfSa_aPd-M8?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่ 2 <a href="https://youtu.be/E2SUAJuddmQ">เจาะลึกการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น ไปกับหนังสือ &#8216;Makoto Marketing&#8217; | Already EP.21</a></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="เจาะลึกการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น ไปกับหนังสือ &#039;Makoto Marketing&#039; | Already EP.21" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/E2SUAJuddmQ?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา thestandard.co / kickofflabs</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/">Podcast คืออะไร ช่วยในการโปรโมทหรือทำการตลาดได้อย่างไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Data Analytics คืออะไร สำคัญกับธุรกิจในปัจจุบันอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-data-analytics/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-data-analytics/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2021 11:54:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25694</guid>

					<description><![CDATA[<p>Data Analytics คือ การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ โดยข้อมูลที่นำมาใช้มีทั้งข้อมูลในอดีต ปัจจุบัน รวมไปถึงการพยากรณ์ข้อมูลในอนาคต เพื่อใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญของธุรกิจ เพราะสามารถใช้สร้างศักยภาพให้กับธุรกิจได้ ประเภทของ Data Analytics Descriptive analytics คือ การพรรณาข้อมูลจากอดีต เพื่อให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในอดีตในรูปแบบที่ง่ายที่สุด และคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น รายงานการขาย และรายงานผลการดำเนินการ เป็นต้น Diagnostic analytics คือ การวิเคราะห์เหตุผลว่าทำไมเหตุการณ์ต่างๆจึงเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ และความสัมพันธ์ของปัจจัย หรือตัวแปรต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์ของยอดขาย และแคมเปญต่างๆ Predictive analytics คือ การทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาแล้วนำมาสร้างแบบจำลองทางสถิติ หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่น พยากรณ์ยอดขาย การพยากรณ์ผลประชามติ เป็นต้น Prescriptive analytics คือ การสรุปข้อมูลเพื่อนำไปใช้ปรับปรุง สร้างการตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย หรือหลีกเลี่ยงปัญหาเดิมที่อาจะเกิดซ้ำๆ และเป็นการวางแผนการทำงานในอนาคตไว้ โดยมีการคาดการณ์ผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้า กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลมีองค์ประกอบต่างๆที่สามารถช่วยในการริเริ่มสิ่งต่างๆภายในองค์กรได้ โดยทั่วไปแล้วกระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยการคิดวิเคราะห์เชิงพรรณนา (descriptive [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-data-analytics/">Data Analytics คืออะไร สำคัญกับธุรกิจในปัจจุบันอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Data Analytics คือ การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ โดยข้อมูลที่นำมาใช้มีทั้งข้อมูลในอดีต ปัจจุบัน รวมไปถึงการพยากรณ์ข้อมูลในอนาคต เพื่อใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ถือว่าเป็นข้อมูลที่สำคัญของธุรกิจ เพราะสามารถใช้สร้างศักยภาพให้กับธุรกิจได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-data-analytics"><strong>ประเภทของ Data Analytics</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>Descriptive analytics คือ การพรรณาข้อมูลจากอดีต เพื่อให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในอดีตในรูปแบบที่ง่ายที่สุด และคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น รายงานการขาย และรายงานผลการดำเนินการ เป็นต้น</li><li>Diagnostic analytics คือ การวิเคราะห์เหตุผลว่าทำไมเหตุการณ์ต่างๆจึงเกิดขึ้นจากปัจจัยต่างๆ และความสัมพันธ์ของปัจจัย หรือตัวแปรต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์ของยอดขาย และแคมเปญต่างๆ</li><li>Predictive analytics คือ การทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาแล้วนำมาสร้างแบบจำลองทางสถิติ หรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เช่น พยากรณ์ยอดขาย การพยากรณ์ผลประชามติ เป็นต้น</li><li>Prescriptive analytics คือ การสรุปข้อมูลเพื่อนำไปใช้ปรับปรุง สร้างการตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย หรือหลีกเลี่ยงปัญหาเดิมที่อาจะเกิดซ้ำๆ และเป็นการวางแผนการทำงานในอนาคตไว้ โดยมีการคาดการณ์ผลลัพธ์ไว้ล่วงหน้า</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลมีองค์ประกอบต่างๆที่สามารถช่วยในการริเริ่มสิ่งต่างๆภายในองค์กรได้ โดยทั่วไปแล้วกระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยการคิดวิเคราะห์เชิงพรรณนา (descriptive analytics) ที่มาจากข้อมูลในอดีต เพื่ออธิบายถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาสิ่งที่จะเกิดขึ้น และมักจะเป็นการวัดตัวชี้วัดแบบดั้งเดิม เช่น ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เป็นต้น การวิเคราะห์แบบพรรณนาไม่ได้คาดการณ์ หรือช่วยให้ตัดสินใจได้โดยตรง แต่เป็นการสรุปข้อมูลด้วยเหตุผล และการวิเคราะห์ทั่วไป</p>



<p class="wp-block-paragraph">การทำ Data Analytics คือ การวิเคราะห์ข้อมูลที่มากกว่านั้น หรือเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลในระดับขั้นสูง (advanced analytics) ในปัจจุบันจะใช้ข้อมูลต่างๆมากมายมาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อสร้างข้อได้เปรียบ โดยมีเครื่องมือมาช่วยในการดึงข้อมูล คาดการณ์ และพยากรณ์ จาก Big data*&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://thewisdom.co/content/what-is-big-data/">ศึกษา Big data คืออะไร ลักษณะข้อมูลเป็นอย่างไร คลิก</a></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-data-analytics-1"><strong>Data Analytics มีความสำคัญอย่างไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ปัจจุบัน ข้อมูลและกิจกรรมมีจำนวนมากมายมหาศาล โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีอัตราการใช้ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นทุกปี การนำข้อมูลมาใช้เชื่อมโยงกันจากสื่อต่างๆ และวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึก เพื่อนำมาใช้ในธุรกิจ การขาย การตลาดได้จึงช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างโอกาสในธุรกิจได้มากมาย</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-data-analytics-2"><strong>การใช้ Data Analytics มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?&nbsp;</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ช่วยในการตัดสินใจจากการใช้ข้อมูลเชิงลึก นำมาคาดเดาการวางแผนแคมเปญการตลาด และเลือกสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ในตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น</li><li>สร้างแคมเปญการตลาดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น รวมไปถึงเข้าใจแนวโน้มพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้สามารถสร้างแคมเปญมารองรับพฤติกรรมเหล่านั้นได้</li><li>ช่วยสร้างบริการ และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ดีมากยิ่งขึ้น&nbsp;</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://thewisdom.co/content/crm/">ศึกษาการบริหารความสัมพันธ์ของลูกค้า คลิก</a></p>



<ol class="wp-block-list" start="4"><li>ช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงาน ต้นทุนต่ำลง แต่เพิ่มผลกำไรได้มากขึ้น เพราะเข้าใจถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการค้นคว้าหากลยุทธ์ที่เหมาะสม</li><li>ลดกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน ทุกๆฝ่ายสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว และสร้างผลงานที่มีประสิทธิภาพได้มากขึ้น</li><li>สามารถใช้ตรวจสอบความผิดปกติในการทำงาน และแก้ไขได้อย่างทันท่วงที เพราะข้อมูลต่าๆสามารถช่วยวิเคราะห์ คัดกรอง และสรุปได้แบบเรียลไทม์</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-data-analytics-3"><strong></strong><strong>วิธีการใช้ Data Analytics&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้ Data Analytics ต้องมีข้อมูลที่ถูกจัดระเบียบมาอย่างดี มีความถูกต้องสูง และนำไปใช้ได้ หลายๆธุรกิจมักจะใช้วิธีเข้าถึงข้อมูล และผสมผสานข้อมูลที่มีที่มาแตกต่างกัน โดยปัจจุบันมีระบบอัตโนมัติที่หลากหลายที่สามารถใช้เก็บข้อมูลให้เป็นระบบได้ และสามารถนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูลภาพรวมได้ อีกทั้งยังใช้งานง่าย และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว โดยขั้นตอนอย่างง่ายในการนำ Data Analytics ไปใช้ได้ ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list"><li><a href="https://thewisdom.co/content/designthinking/">ทำความเข้าใจปัญหาของธุรกิจ&nbsp;</a></li><li>รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของธุรกิจ</li><li>จัดระเบียบข้อมูล และตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง</li><li>วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างข้อมูลเชิงลึกในรูปแบบต่างๆ</li><li>นำข้อมูลที่ได้ไปปรับใช้ และทดลองใช้</li><li>ติดตามผลลัพธ์และนำมาปรับปรุง</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-data-analytics-4"><strong>ตัวอย่างการใช้ Data Analytics ในเชิงธุรกิจ</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>Uber ใช้ Data Analytics ในการตัดสินใจแบบอัตโนมัติในการปรับค่าโดยสารในช่วงนี้มีความต้องการใช้บริการสูง ค่าโดยสารจะสูงตาม เช่น ในปี 2014 อัตราค่าโดยสารของ Uber เพิ่มสูงขึ้นถึง 4 เท่า จากเหตุการณืจับตัวประกันกลางกรุงซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ทำให้ผู้ใช้งานอยากใช้บริการเพื่อให้กลับถึงบ้านโดยเร็ว</li><li>Domino Pizza สามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึง 40% จากการใช้ Data Analytics เพื่อหาความสัมพันธ์ของชุดข้อมูลแต่ละส่วนเข้าด้วยกัน ทำให้ทีมขายและทีมการตลาดรับรู้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับยอดขาย และพยากรณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และรับรู้สาขายที่ขายดีเพื่อสร้างกำไรสูงสุด ในการใช้ทรัพยากรของตนเอง</li><li>การเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา ของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ใช้ Data Analytics เพื่อวิเคราะห์ฐานเสียงเลือกตั้งของตนเอง มาปรับกลยุทธ์การหาเสียงในแต่ละพื้นที่</li><li>Coca-cola ใช้ Data Analytics เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับกลยุทธ์ด้านข้อมูล ด้วยการป้อนข้อมูลจำนวนมากทั้งจากทางโทรศัพท์ อีเมลล์ และโซเชียลเน็ตเวิร์ก นำมาวิเคราะห์และใช้งานผ่านทางการทำคอนเทนต์ และโฆษณา ให้เหมาะสมกับสถานที่ บุคคล เวลา ทำให้เป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการทำคอนเทนต์และโฆษณาอย่างมาก</li><li>Netflix ใช้ Data Analytics สำหรับการโฆษณา จากข้อมูลของผู้ใช้งานมากกว่า 100 ล้านรายทั่วโลก ทำให้สามารถนำส่งภาพยนต์หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานควรดู และเหมาะสมได้ ทำให้ฟังก์ชั่นนี้กลายเป็นฟังก์ชั่นที่ผู้ใช้ชื่นชอบ และยังทำให้รักษาฐานผู้ใช้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง</li><li>ธนาคาร UOB สิงคโปร์ ใช้ Data Analytics ในการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน โดยการจัดการ Big data ช่วยให้ลดความเสี่ยง และลดเวลาในการคำนวนมูลค่าความเสี่ยง จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาถึง 18 ชั่วโมง เหลือเพียงไม่กี่นาที</li><li>Amazon ใช้ Data Analytics ในการวิเคราะห์ Big Data เพื่อปรับปรุงและพัฒนาระบบขนส่งโลจิสติกส์ให้กับอาหารสด ตั้งแต่วิธีการขนส่งจากซัพพลายเออร์ มายังห้างสรรพสินค้า และไปจนถึงมือผู้บริโภค เพื่อคงสภาพสินค้าได้สดใหม่ และคุณภาพดีเหมือนพึ่งเก็บเกี่ยวใหม่ๆ ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สามารถบรรลุเป้าหมาย และนำข้อมูลมาใช้ได้อย่างสร้างสรรค์</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา lotame.com / mentionlytics.com</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-data-analytics/">Data Analytics คืออะไร สำคัญกับธุรกิจในปัจจุบันอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-data-analytics/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Customer Relationship Management (CRM) คืออะไร ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-crm/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-crm/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2021 11:47:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[customer analysis]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Data Platform]]></category>
		<category><![CDATA[customer lifetime value]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Relationship Management]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25688</guid>

					<description><![CDATA[<p>CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หมายถึง การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือความพึงพอใจของลูกค้าหรือผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า ตั้งแต่การนำเสนอสินค้าหรือบริการ ไปจนถึงการทำให้เกิดการซื้อซ้ำๆ เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุก Customer Journey ของลูกค้าอย่างแท้จริง เช่น ออกแบบกระบวนการขายและบริการ การคาดการณ์และวิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมของลูกค้า เป็นต้น การทำ CRM จะทำขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และเน้นให้ให้ลูกค้าเก่าเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อธุรกิจ และมีโอกาสซื้อซ้ำมากที่สุด จนทำให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ทำให้มีโอกาสทางธุรกิจ และกำไรในระยะยาว ระบบ CRM เหมาะกับธุรกิจใดบ้าง? ระบบ CRM เหมาะสำหรับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขาย การบริการ การพัฒนาธุรกิจ การสรรหา การตลาด หรือธุรกิจอื่นๆ ล้วนควรทำ CRM ทั้งสิ้น เพราะ CRM ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดเก็บข้อมูลการติดต่อของลูกค้าและผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า ระบุโอกาสในการขาย บันทึกปัญหาของสินค้าและบริการ รวมไปถึงการจัดการแคมเปญต่างๆ และสามารถตอบโต้ลูกค้าได้ทันที ประโยชน์ของ CRM ช่วยเพิ่มรายได้จากการขาย เพราะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าจะช่วยสร้างความภักดี ทำให้เกิดการซื้อซ้ำได้ง่าย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-crm/">Customer Relationship Management (CRM) คืออะไร ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">CRM ย่อมาจาก Customer Relationship Management หมายถึง การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือความพึงพอใจของลูกค้าหรือผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า ตั้งแต่การนำเสนอสินค้าหรือบริการ ไปจนถึงการทำให้เกิดการซื้อซ้ำๆ เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุก <a href="https://thewisdom.co/content/create-customer-journey/">Customer Journey</a> ของลูกค้าอย่างแท้จริง เช่น ออกแบบกระบวนการขายและบริการ การคาดการณ์และวิเคราะห์แนวโน้มหรือพฤติกรรมของลูกค้า เป็นต้น การทำ CRM จะทำขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และเน้นให้ให้ลูกค้าเก่าเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อธุรกิจ และมีโอกาสซื้อซ้ำมากที่สุด จนทำให้เกิดความภักดีต่อแบรนด์ (Brand Loyalty) ทำให้มีโอกาสทางธุรกิจ และกำไรในระยะยาว</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-crm"><strong>ระบบ CRM เหมาะกับธุรกิจใดบ้าง?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ระบบ CRM เหมาะสำหรับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการขาย การบริการ การพัฒนาธุรกิจ การสรรหา การตลาด หรือธุรกิจอื่นๆ ล้วนควรทำ CRM ทั้งสิ้น เพราะ CRM ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดเก็บข้อมูลการติดต่อของลูกค้าและผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า ระบุโอกาสในการขาย บันทึกปัญหาของสินค้าและบริการ รวมไปถึงการจัดการแคมเปญต่างๆ และสามารถตอบโต้ลูกค้าได้ทันที</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-crm-1"><strong>ประโยชน์ของ CRM</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ช่วยเพิ่มรายได้จากการขาย เพราะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าจะช่วยสร้างความภักดี ทำให้เกิดการซื้อซ้ำได้ง่าย และยังช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ๆอีกด้วย</li><li>ช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าเก่า ที่มักจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆก่อนลูกค้ารายใหม่</li><li>ช่วยรักษาลูกค้ารายใหม่ให้อยู่กับธุรกิจได้ยาวนานยิ่งขึ้น และยังช่วยดึงดูดให้เกิดการซื้อซ้ำมากขึ้น</li><li>ช่วยให้การทำแคมเปญต่างๆง่ายมากขึ้น เพราะมีข้อมูล และมีฐานลูกค้ารองรับอยู่แล้ว</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-crm-2"><strong>องค์ประกอบในการทำ CRM&nbsp;&nbsp;</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>การบริหารคน กลยุทธ์การใช้คนให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด ทั้งทักษะ ความสามารถ จะทำให้งานออกมามีประสิทธิภาพ และสามารถพัฒนาทักษะ และกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับองค์กรได้อีกด้วย</li><li>การจัดการกลุ่มเป้าหมาย การติดตามลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของ CRM เพราะสามารถวางแผนกลยุทธ์การตลาดเพื่อให้เกิดยอดขาย และกำไรต่อธุรกิจได้</li><li>ระบบอัตโนมัติ หรือ Sale Force Automation (SFA) คือ องค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยให้การติดตามลูกค้าง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งการวิเคราะห์หาโอกาสในการเป็นลูกค้า การโต้ตอบ การพยากรณ์การขาย การสรุปผลการขาย และยังช่วยให้ฝ่ายการตลาด สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อสร้างกลยุทธ์ดึงดูดลูกค้า และยังช่วยให้พนักงานภายในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูล และนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด</li><li>ฝ่ายบริการลูกค้า เป็นฝ่ายที่ใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุด ทำให้รู้ความต้องการ หรือปัญหาของลูกค้ามากที่สุด จึงเป็นฝ่ายที่สำคัญต่อองค์กร ในการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ฝ่ายอื่นๆสามารถนำข้อมูลไปใช้สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และรักษาลูกค้าไว้ได้นั่นเอง</li><li>ฝ่ายการตลาด มีหน้าที่ช่วยสร้างโอกาส ด้วยแผนการส่งเสริมการตลาดต่างๆ รวมไปถึงการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด</li><li>กระบวนการทำงานแบบอัตโนมัติ (work flow automation) มีส่วนช่วยในการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้มีประสิทธิภาพที่สุด และยังช่วยลดต้นทุน ลดการใช้แรงงาน ลดงานที่ไม่จำเป็น และยังช่วยให้กระบวนการทำงานมีวัตถุประสงค์เดียวกันทั้งองค์กรอีกด้วย</li><li>การรายงานผลและวิเคราะห์ข้อมูล จะช่วยให้บุคคลากรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ในทันที และสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์เพื่อหาแนวโน้ม เปรียบเทียบกับข้อมูลในอดีต และอื่นๆอีกมากมาย ทำให้สามารถวางแผน และวางกลยุทธ์ในอนาคตเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-crm-3"><strong>ขั้นตอนการทำ CRM ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-1-crm"><strong>ขั้นตอนที่ 1 กำหนดวิสัยทัศน์ และเป้าหมายของการทำ CRM</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">สร้างวิสัยทัศน์ของสิ่งที่ธุรกิจต้องการให้บรรลุจากการทำ CRM ให้ชัดเจน เช่น ความพึงพอใจของลูกค้า ผลผลิตและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น อัตราการเป็นลูกค้าประจำเพิ่มสูงขึ้น หรืออัตรากการเลิกใช้งานของลูกค้าลดลง เป็นต้น และการกำหนดเป้าหมายจะทำให้บุคลากรในองค์กร มีทิศทางการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกันด้วยนั่นเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-2"><strong>ขั้นตอนที่ 2 ระบุกลุ่มเป้าหมาย และมูลค่าของลูกค้า</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ทั้งการแบ่งข้อมูลตามประชากรศาสตร์, จิตวิทยา, ภูมิศาสตร์, และพฤติกรรม รวมไปถึงเพศ อายุ ศาสนา ความสนใจ และการรับรู้ จะช่วยให้องค์กรสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ทันท่วงที และนอกจากนี้ยังต้องวิเคราะห์มูลค่าของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ จพช่วยในการตัดสินใจได้ว่าจะลงทุนเท่าไหร่ต่อการรักษาฐานลูกค้าเดิม หรือสร้างฐานลูกค้าใหม่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><em>ศึกษาวิธีการระบุกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม</em></strong></p>



<ul class="wp-block-list"><li><a href="https://thewisdom.co/content/5-conditions-to-defined-target-market/">5 เทคนิค เลือกกลุ่มเป้าหมาย ทางการตลาด (Target Market) ให้ขายได้ คลิก</a></li><li><a href="https://thewisdom.co/content/customer-personas/">เจาะลึก Customer Personas คืออะไร ทำอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร? คลิก</a></li><li><a href="https://thewisdom.co/content/customer-lifetime-value/">Customer Lifetime Value (CLV) คืออะไร สำคัญกับการตลาดอย่างไร คลิก</a></li></ul>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-3-crm"><strong>ขั้นตอนที่ 3 กำหนดกลยุทธ์การทำ CRM</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า สามารถทำได้ครอบคลุม life cycle ของกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่การรับรู้ การตัดสินใจซื้อ กระบวนการการขาย และการบริการลูกค้า โดยกลยุทธ์การทำ CRM นั้นมีหลากหลายมาก วิธีที่นิยมใช้ คือกลยุทธ์ 4C’s<br><strong>กลยุทธ์ 4C’s </strong>คือ กลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดโดยนำส่วนผสมทางการตลาด อย่าง 4P หรือ Marketing Mix อย่าง Product, Price, Place, และ Promotion มาใช้ในมุมมองของผู้บริโภค เพื่อหาว่าความต้องการของลูกค้า คืออะไร เพื่อนำมาสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะสม นั่นเอง ซึ่ง 4C’s จะประกอบไปด้วย<br></p>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>C</strong>osumer คือ ผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมาย โดยจะต้องวิเคราะห์เพื่อหาว่ากลุ่มเป้าหมายคือใคร พร้อมทั้งศึกษาความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค เพื่อนำไปวางกลยุทธ์ทางการตลาดให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด ตามขั้นตอนที่ 2 นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>C</strong>ost คือ การวิเคราะห์ต้นทุน หรือราคาที่กลุ่มเป้าหมายสามารถจ่ายได้ ประกอบไปด้วย ตัวเงิน, สิ่งที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ เช่น เวลา ความคุ้มค่า เป็นต้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>C</strong>ommunication คือ การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย นักการตลาดต้องทำความเข้าใจ การสื่อสารทุกรูปแบบเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ ทั้งการเลือกใช้สื่อ ข้อความ สถานที่ เช่น หากปัจจุบันการสื่อสารส่วนใหญ่อยู่บนออนไลน์ แพลตฟอร์มไหนที่กลุ่มเป้าหมายใช้งานมากที่สุด และสามารถสร้างการรับรู้ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายด้วยการสื่อสารแบบไหน เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>C</strong>onvenience คือ ความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินค้าและบริการ เพราะช่องทางการขายนั่นมีหลากหลายมากไม่ว่าจะ ออฟไลน์ หรือออนไลน์ ดังนั้น จึงควรทำความเข้าใจวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมายเพื่อนำมาวางกลยุทธ์ช่องทางการขายนั่นเอง</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-3"><strong>ขั้นตอนที่ 3 รู้จักสินค้าและบริการของตนเอง</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">รู้จักสินค้าและบริการของตนเองก่อนจะช่วยสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ทั้งตำแหน่งผลิตภัณฑ์ (positioning), คุณค่าของสินค้า/บริการ (product value) , ข้อความที่ต้องการสื่อสาร (key message) และอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ที่ธุรกิจต้องการจะส่งมอบให้ผู้บริโภค</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><em>ศึกษาวิธีการทำความรู้จักธุรกิจตนเองเพิ่มเติม</em></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph"> <a style="font-size: 1rem" href="https://thewisdom.co/content/unique-selling-point/">ไอเดียการหา Unique Selling Point ให้ได้เปรียบคู่แข่งในตลาด คลิก</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://thewisdom.co/content/market-research/">ขั้นตอนการวิจัยทางการตลาด (Market Research) ฉบับจับมือทำ! คลิก</a></p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ขั้นตอนที่ 4 กำหนดวิธีการเก็บข้อมูล และการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การทำ CRM ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ต้องอาศัยข้อมูลจำนวนมาก และความสามารถการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีต่างๆมากมาย ที่เป็น CRM Software ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำข้อมูลไปใช้ได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบอัตโนมัติ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ข้อดีของการใช้ CRM software</strong></p>



<ul class="wp-block-list"><li>สามารป้อนข้อมูลได้อัตโนมัติ โดยมีความถูกต้องสูง และเกิดข้อผิดพลาดน้อย</li><li>มีระบบวิเคราะห์ผลลัพธ์ ช่วยประหยัดเวลาในการวิเคราะห์ข้อมูล</li><li>สร้างโอกาสในการสร้างรายได้&nbsp;</li><li>สามารถใช้งานร่วมกันได้หลากหลายฝ่ายธุรกิจ</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ข้อเสียของการใช้ CRM software</strong></p>



<ul class="wp-block-list"><li>มีต้นทุนสูง</li><li>หากไม่มีกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ จะไม่สามารถใช้งานข้อมูลให้เกิดประโยชน์ได้</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-crm-software"><strong>ตัวอย่าง CRM Software</strong></h3>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-hubspot"><a href="https://www.hubspot.com/products/crm?__hstc=106939036.3a20764b6f8ab4352b8f4d25ceeb3841.1630136508160.1630136508160.1630136508160.1&amp;__hssc=106939036.1.1630136508161&amp;__hsfp=510929659#"><strong>Hubspot</strong></a></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ต้นทุน: ฟรี<br>ฟีเจอร์: Email Marketing, Lead Management, Contact และ Account Management</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหมาะสำหรับ: ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึง ธุรกิจขนาดใหญ่</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/IqLDVBqRLmpjPTuIydLsHQXd6TZAUsIMQXpjqEg3d0BuJ5dLj4LHWpT5l0HuVNuyHbLMRG5h84xuyOVicAZupBXEgB4RpuZcJnn4-khvbUJIaqV4acvMHnBko524Dre_n8-zjvXd=s0" alt=""/></figure>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-saleforce"><a href="https://www.salesforce.com/ap/?ir=1"><strong>Saleforce</strong></a></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ต้นทุน: $25-$300 ต่อผู้ใช้งาน ต่อเดือน<br>ฟีเจอร์: Breadth of Partner Applications, Contact and Account Management, Performance และ Reliability</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหมาะสำหรับ: ธุรกิจขนาดกลาง ไปจนถึง ธุรกิจขนาดใหญ่</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/tmTd4mP8k2PK-js0UjeaDzymEgf2Jrvf3g2AXxwVWgntZNJ3uA_uK0te06P_O76BH6MeMn-hzKg5AFNToyq2aTstdeOB72HGBgTTL4z5NjCxBLlBL_g5zPsmuI2sIdyHjFZW4EB_=s0" alt=""/></figure>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-zoho"><a href="https://www.zoho.com/"><strong>Zoho</strong></a></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ต้นทุน: ฟรี &#8211; 45$ ต่อผู้ใช้งาน ต่อเดือน<br>ฟีเจอร์: Contact and Account Management, User/Role/Access Management, Lead Management</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหมาะสำหรับ: ธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึง ธุรกิจขนาดใหญ่</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/mRIAxR_rFIcU7HRduNwVwd20nE81fm0ExApl6-Wtget06EpNPJ2iRAzMUYA7idtQBiYOhANW1KCGP5ZtDBXDlSobh2YIjb63JjxO-JZemX-19I9bGmNEJRAaoqk3BuCSRYIYE2q0=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา <a href="https://monday.com/blog/teamwork/crm-strategy-why-you-need-it-and-how-to-create-one/">monday.com</a> , <a href="https://www.cisin.com/coffee-break/marketing/how-elements-and-process-of-crm-help-in-growing-business.html?fbclid=IwAR3Ry6SIM5Jws4fzeb86RW_KgYmR3iWo0A9xj_eR7euf76m5cvA_f3Vy1lU">cisin.com</a>, <a href="https://www.sendinblue.com/blog/steps-to-creating-a-crm-strategy/">sendiblue.com</a></p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-crm/">Customer Relationship Management (CRM) คืออะไร ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-crm/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 สินค้าขายดี ไม่มีวันตกเทรนด์ และกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/best-selling-products-of-all-time/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/best-selling-products-of-all-time/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Aug 2021 11:43:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กรณีศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Case Study]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Online Business]]></category>
		<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25680</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายๆคนคงอยากหารายได้เสริม หรือทำธุรกิจส่วนตัวกันในยุคนี้ เพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่คงกลัวที่จะลงทุน กลัวว่าต้นทุนจม และไม่มีกำไร แต่หากรู้ไหมว่า…มีสินค้าบางชนิดที่ขายดีตลอดกาล ไม่ว่าจะยุคไหน ก็สามารถขายได้ เพราะเป็นของยอดนิยม ของต้องมี และมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน วันนี้ wisdom รวบรวมสินค้าเหล่านั้นมาไว้ในบทความนี้แล้ว… ประเภทที่ 1 อาหารและขนมโฮมเมด อาหารและขนม เป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นใคร วัยไหนก็ต้องรับประทานอาหาร ทำให้สินค้าประเภทนี้ ขาดไปไม่ได้เลย แต่อาหารประเภทที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดในเมืองไทย คงหนีไม่พ้น อาหารและขนมที่ทำขึ้นจากมือล้วนๆนั่นเอง ถึงแม้ปัจจุบัน อาหารจานด่วน หรือ instant food จะมีความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ด้วยพฤติกรรมของคนไทย และขนบธรรมเนียมที่มีกันมานาน คนไทยจึงยังต้องการอาหารโฮมเมดอยู่เสมอ ยิ่งเป็นอาหารหรือขนมที่ทำขึ้นจากมือล้วนๆ ยิ่งได้รับความนิยม เพราะหาทานยาก มีเอกลักษณ์มากกว่า และยังมีรสชาติที่แปลกใหม่ แตกต่างงจากอาหารที่ผลิตแบบ OEM อีกด้วย อาหารโฮมเมดโดยเฉพาะประเภทเบเกอรี่ ได้รับความนิยมสูงมาอย่างต่อเนื่อง หากร้านไหนทำอร่อย ทำถูกใจคนทาน ก็สร้างลูกค้าประจำได้เลย ตัวอย่างร้าน Maesalong Croissant คาเฟ่ครัวซองต์ยอดฮิต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/best-selling-products-of-all-time/">10 สินค้าขายดี ไม่มีวันตกเทรนด์ และกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">หลายๆคนคงอยากหารายได้เสริม หรือทำธุรกิจส่วนตัวกันในยุคนี้ เพื่อที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่คงกลัวที่จะลงทุน กลัวว่าต้นทุนจม และไม่มีกำไร แต่หากรู้ไหมว่า…มีสินค้าบางชนิดที่ขายดีตลอดกาล ไม่ว่าจะยุคไหน ก็สามารถขายได้ เพราะเป็นของยอดนิยม ของต้องมี และมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน วันนี้ wisdom รวบรวมสินค้าเหล่านั้นมาไว้ในบทความนี้แล้ว…</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-1"><strong>ประเภทที่ 1 อาหารและขนมโฮมเมด</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">อาหารและขนม เป็นปัจจัย 4 ที่สำคัญในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นใคร วัยไหนก็ต้องรับประทานอาหาร ทำให้สินค้าประเภทนี้ ขาดไปไม่ได้เลย แต่อาหารประเภทที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอดในเมืองไทย คงหนีไม่พ้น อาหารและขนมที่ทำขึ้นจากมือล้วนๆนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ถึงแม้ปัจจุบัน อาหารจานด่วน หรือ instant food จะมีความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ด้วยพฤติกรรมของคนไทย และขนบธรรมเนียมที่มีกันมานาน คนไทยจึงยังต้องการอาหารโฮมเมดอยู่เสมอ ยิ่งเป็นอาหารหรือขนมที่ทำขึ้นจากมือล้วนๆ ยิ่งได้รับความนิยม เพราะหาทานยาก มีเอกลักษณ์มากกว่า และยังมีรสชาติที่แปลกใหม่ แตกต่างงจากอาหารที่ผลิตแบบ OEM อีกด้วย อาหารโฮมเมดโดยเฉพาะประเภทเบเกอรี่ ได้รับความนิยมสูงมาอย่างต่อเนื่อง หากร้านไหนทำอร่อย ทำถูกใจคนทาน ก็สร้างลูกค้าประจำได้เลย ตัวอย่างร้าน Maesalong Croissant คาเฟ่ครัวซองต์ยอดฮิต ทีเด็ดแห่งย่านสามเสน ที่ทำจากมือล้วนๆ ทำให้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ และโดดเด่น จนมีคนต่อคิวยาวหน้าร้าน และจองคิวกันยาวข้ามเดือนเลยทีเดียว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/eAs4OjXA3OhdqKfaz3rGQ41DOV26gM7-ia7lXLiSn2p6aniSMDeS00R319HWuV85bS1B0qeSlbVl4ygqt98LhwrSgU8WXxxkBea1H7g1_kYTfC1ObQv_SWUnteUQKSxpSjXLVUI9=s0" alt=""/></figure>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/oKpcA8KiF-9Kn_LyvTmO-AoKlUzDfvnPkLINCAEU9mNltZYUJ8dcpDXTrQ3FZSXY-nAk1hCOaDou6RZE_aGOnfQAZdHycbcxNyGG3qQvyZCK2F0IUbENDVly0GM7NBhWWxYEwGpU=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณภาพจากเพจ Maesalong Croissant</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มเป้าหมายของอาหารและขนมโฮมเมด แทบจะมีทุกเพศ ทุกวัย แบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกัน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">1. ตลาดระดับบน หรือเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดแล้ว และมีชื่อเสียงในระดับหนึ่ง เน้นความสวยงามของตัวสินค้าและบรรจุภัณฑ์ ทำให้สินค้ามีราคาสูง กลุ่มเป้าหมาย จะเป็นกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษา กลุ่มคนทำงาน&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. ตลาดระดับกลาง เป็นกลุ่มคนที่ชอบทานอาหารโฮมเมด แต่กำลังซื้อไม่มากนัก ไม่ได้เน้นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และไม่ได้เน้นคุณภาพมากนัก สินค้าที่วางขายในระดับนี้มักจะวางขายตามร้านกาแฟ คาเฟ่ ร้านอาหาร ที่ไม่ได้เน้นโดดเด่นเรื่องเบเกอรี่มากนัก เช่น ฝากขายตามร้านของฝาก ของที่ระลึก ร้านเครื่องดื่ม มินิมาร์ท หรืออาจมองหากลุ่มลูกค้าประเภทรับจัดเลี้ยง โรงแรม เป็นต้น กลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้ จะเลือกบริโภคขนมที่อร่อย รสชาติถูกปากราคาไม่สูงเกินไป ซึ่งสามารถสร้างฐานลูกค้าของตนเองได้ ผ่านบรรจุภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์บนออนไลน์ต่างๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. ตลาดระดับล่าง ไม่เน้นแบรนด์สินค้า ไม่เน้นความสวยงามของบรรจุภัณฑ์&nbsp; อาจจะมีบางครั้งมีตราสินค้าและเบอร์โทรศัพท์ที่แนบไว้ แต่มักวางขายทั่วไปตั้งแต่ในร้านขายของชำ ไปจนถึงร้านค้าเล็กๆ ตามท่ารถโดยสาร ราคาไม่แพงเพราะอาจใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพด้อยลงมาเล็กน้อย เน้นเป็นอาหารที่ทำได้ง่ายในปริมาณมากๆ กลุ่มเป้าหมายจึงเป็นนักเรียน นักศึกษา</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-2"><strong>ประเภทที่ 2 เครื่องใช้ในบ้าน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">หนึ่งในสินค้าขายดีตลอดกาลบนตลาดออนไลน์ คือ เครื่องใช้ในบ้าน เพราะไม่ว่าใครก็ต้องอยู่บ้านเสมอ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ไฟฟ้า อุปกรณ์ช่าง เครื่องใช้อำนวยความสะดวก ไปจนถึงของใช้กระจุกกระจิก เช่น ดินสอ ปากกา แปรงแต่งหน้า แก้วน้ำ เครื่องบีบยาสีฟัน ผ้ากันเปื้อน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าม่านกันยุง ชั้นวางรองเท้า และอีกสารพัดสิ่ง ซึ่งของใช้ที่ขายดีตลอดๆ มักมีราคาไม่แพง และจับต้องได้จริง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน รายเล็กหรือรายใหญ่ ต่างก็มีสินค้าเหล่านี้รองรับต่อความต้องการของกลุ่มเป้าหมายเสมอ เพราะเป็นสินค้าที่ขายได้ตลอดกาลนั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/qQxqAVk-_YoRJGpR55Z2iA_Nf4vXsbMvsT5P53uqUzkjzWhIdgMzhl3y0lyikasaGohAMSZv-2xb4HAO1OcKQvRNed2RuqC5bawKE6aQMBMTtpJX0WSoc5nRy8A-cMV57fT6vguD=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก Shopee</p>



<p class="wp-block-paragraph">ยิ่งในยุคนี้ คนส่วนใหญ่อยู่บ้านกันมากขึ้น ทำให้ตลาดเครื่องใช้ในบ้านเติบโตสูงขึ้นมาก และมีกลุ่มเป้าหมายที่น่าสนใจอยู่มาก ทั้ง กลุ่มพนักงานออฟฟิศที่ทำงานที่บ้าน มีกำลังซื้อ แต่ไม่มีโอกาสออกไปจับจ่ายใช้สอย ไม่มีเวลา แต่ต้องการสร้างสรรค์บ้านให้เป็นสถานที่ทำงานที่สะดวก น่าอยู่มากยิ่งขึ้น และยังมีกลุ่มอื่นๆ อย่างพ่อบ้าน แม่บ้าน นักเรียน นักศึกษา อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นประเภทสินค้าที่จับตลาดได้ทุกเพศทุกวัยเลยจริงๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-3"><strong>ประเภทที่ 3 ของสะสม และของวินเทจ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เรียกได้ว่าเป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดมาอย่างยาวนาน และยังมีมูลค่าสินค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งนาน ยิ่งมีมูลค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นเหรียญ ธนบัตร แสตมป์ ของเก่า ของโบราณ งานศิลปะ ไปจนถึงโมเดล ฟิกเกอร์ เฟอร์นิเจอร์ รองเท้า หรือหนังสือ ตลาดของสินค้าประเภทนี้มักจะมีเจาะจง ไม่ว่าจะกลุ่มออนไลน์ตามแพลตฟอร์มต่างๆ หรือตลาดเก่ายอดนิยมอย่าง ประตูสมบัติ สำเพ็ง เยาวราช เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มเป้าหมายของสินค้าประเภทนี้ ค่อนข้างเจาะจงไปยังกลุ่มคนระบบ Upper Middle Class เพราะเป็นสินค้าที่มีราคาแพง หาได้ยากในตลาด โดยจิตวิทยาของกลุ่มนักสะสม ระบุว่า นักสะสมของต้องใช้ ‘ความจำ’ และ ‘การสังเกต’ อย่างมากในการประเมินของที่ตัวเองสะสม เช่น ของชิ้นนี้มีที่มายังไง เหลืออะไรบ้างที่ต้องเก็บ จัดเรียงหมวดหมู่ยังไง จะหาของเหล่านี้ได้จากที่ไหนอีก ของชิ้นนี้ทำให้นึกถึงอะไรบ้าง ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ จะทำให้พวกเขาได้ ‘บริหารสมอง’ ของตัวเอง นำไปสู่การพัฒนาสมาธิและทักษะความจำ เนื่องจากของสะสมจะเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์บางอย่างที่น่าจดจำในอดีต</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ การสะสมของยังช่วยสร้าง ‘อัตลักษณ์’ ให้กับตัวเราและกลุ่มเป้าหมายได้ หรือเรียกว่าเป็นความเนิร์ดบางอย่างที่เราสามารถเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง และพวกเขาก็จะจดจำเราในฐานะคนที่มีแพชชั่นในเรื่องนั้นๆ ดีไม่ดี เรายังจะได้สังคมใหม่ เพื่อนใหม่ จากความสนใจเฉพาะกลุ่มนั้นอีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-4"><strong>ประเภทที่ 4 ยีนส์</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ยีนส์ เป็นอีกหนึ่ง FASHION ICONIC ที่อยู่มาทุกยุค ทุกสมัย ตั้งแต่ระดับแบรนด์หรูหรา จนถึงสินค้าแฟชั่นตามตลาด สาเหตุที่ยีนส์ไม่เคยตกยุคเลย เพราะโอกาสการใส่ยีนส์มีหลากหลายมาก ตั้งแต่ไปเรียน ทำงาน งานสังคม งานเดินแบบ หรือไปเที่ยวทั่วไป ยิ่งในวัยหนุ่มสาว นักเรียน นักศึกษา ยีนส์ยิ่งเป็นที่นิยมเพราะมีความหลากหลายทั้งรูปทรงและสี สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายแบบ และยังมีความทนทานอีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/Zzc7IRmtlYsPfbIrWtwdLIb-xio8d-W9_JgrK_HxfFhIrpdXdXhoQ_lrg0kGGg9Qrn_zw4zl2GzZYSKgIKh2RtNrUndXHD_JylO7i19cyoJrBTBQ-Sk2XQAiWTVcc1IDOhQ3uR01=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณภาพจาก Levi’s</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-5"><strong>ประเภทที่ 5 ต้นไม้ เมล็ดพันธ์ุ และอุปกรณ์เสริม</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมยอดฮิตตลอดการ ยิ่งในประเทศไทยที่ทุกคนมีพื้นที่บ้านกว้างขวาง ทำให้คนไทยเป็นคนที่รัก และชื่นชอบการปลูกต้นไม้อยู่แล้ว และการขายต้นไม้ยังสร้างกำไรได้ดีมากๆ โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีความหมายเป็นมงคล ช่วยเรื่องโชคลาภ เสริมดวง ยิ่งสร้างโอกาสในการซื้อขายได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หากขายอุปกรณ์เสริมอย่าง กระถาง ของตกแต่งด้วยก็ยิ่งอัพยอดขายได้มากเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มลูกค้ามีตั้งแต่นักศึกษายังไม่มีเงินเดือน อยากได้ต้นไม้นำไปไว้ในหอพัก เป็นต้นเล็กๆราคาไม่สูงมาก อย่างต้นแคคตัส ต้นไม้น้ำทั่วไป ไปจนถึงพนักงานประจำ บล็อกเกอร์ ยูทูบเบอร์ นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ คน<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ขายของออนไลน์</a> ในกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง จะนิยมต้นไม้ที่มีราคาประมูลตามกลไกตลาด อย่างมอนสเตอร์ล่า กล้วยด่าง ยางอินเดีย ไทรใบสัก เป็นต้น โอกาสของสินค้าประเภทนี้เริ่มมีสูงขึ้นในยุคนี้ จากการรีวิวของดารา บล็อกเกอร์ ทำให้สินค้านี้เป็นอีกสินค้าที่สมควรแก่การลงทุน และเป็นสินค้ายอดนิยมตลอดนั่นเอง</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/QLnflQm8DOFBYMtb70ZMJV3LPLo8sO2mgw-TMBmEBTtht5kmRh-3bidowB124zbCiqadPWfUyJZZfvd4vvrEsI2P29DSjrBVV64Xhv0gWvt4K1jUmQN6HyPffpEj9i3WcFcH_pyg=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณภาพจาก instagram @urassayas</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-6"><strong>ประเภทที่ 6 สินค้าไอที/อุปกรณ์อิเล็กทอนิกส์</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินค้าไอที/อุปกรณ์อิเล็กทอนิกส์ ก็เป็นอีกสินค้าที่น่าสนใจ และน่าลงทุน ถึงแม้จะมีต้นทุนสูงแต่ก็เป็นสินค้ามาแรง เช่น กล้องฟิล์มสมัยใหม่ กล้องวิดีโอสำหรับสายท่องเที่ยว หูฟัง True Wireless Smart Watch นอกจากนั้นอุปกรณ์ไอทีที่ใช้กันเป็นพื้นฐาน เช่น ตัวเชื่อมต่อต่างๆ ในคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊ค สายชาร์จโน้ตบุ๊ค หรือสมาร์ทโฟน ก็ยังขายได้อย่างต่อเนื่อง และGadget ประเภท “Wearable Device” เป็นอีกสินค้าที่น่าจับตามอง เพราะตอบโจทย์ต่อพฤติกรรมผู้บริโภค และความต้องการที่จะมีสุขภาพที่ดีผ่านการวัดค่าหรือจดจำข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันรู้สึกว่าอุปกรณ์ไอทีเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย เมื่อมี 1 เครื่องแล้ว ต้องมีอุปกรณ์ Gadget ต่างๆเพิ่มอีก เพื่อให้สะดวก ใช้งานได้ดี และยังกลายเป็นแฟชั่น เช่น Apple Watch หากมีแล้วก็ต้องมีสายหลากหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะสมกับการแต่งตัว เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มเป้าหมายของสินค้าประเภทนี้ เรียกได้ว่า มีหลากหลายมากๆ เพราะอุปกรณ์ไอที มีตั้งแต่ราคาถูก 100 &#8211; 200 ไปจนถึง หลักแสนเลยทีเดียว ทั้งนักเรียน นักศึกษา พนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจ ขึ้นอยู่กับว่าสินค้าที่ขายนั้นมีคุณภาพ และน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-7"><strong>ประเภทที่ 7 งานแฮนด์เมด</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มเป้าหมายของสินค้าแฮนด์เมด ส่วนมากจะเป็นผู้หญิง ตั้งแต่วัยนักเรียน นักศึกษา และวัยทำงาน ซึ่งแตกต่างกันตามสินค้า งานแฮนด์เมด หรืองานประดิษฐ์จากมือมักจะมีคุณค่า และสามารถเพิ่มมูลค่าให้สินค้า การทำของแฮนด์เมดขาย มักจะใช้ไอเดียที่ดีจะสามารถหยิบจับสิ่งเหลือใช้ใกล้ตัวมาทำเป็นสินค้าจำหน่าย เช่น สบู่แฮด์เมด เทียนหอมแกะลาย ผลไม้แปรรูป กระเป๋าแฮนด์เมด โคมไฟจากวัสดุเหลือใช้ พวงกุญแจแฮนเมดด์ ฯลฯ เป็นสินค้าที่ลงทุนน้อยแต่เน้นขายไอเดียและมีคนสนใจมาก</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/TQ2Jk_EBZXV_nCQ20zW_pJLjC2CP3XEnxRmHL9xzRvzuX8h87UqlPZvDwXQX-mHMONzgVXWWlP6HQ1tEKgjQkY4enFZWPYIsk7xXxaYvUuI2dLskv3qXTf_uGUYjfEQ8a4exUvKV=s0" alt=""/></figure>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/pKlQM7HWCt5xIYfyCpD2ravgX1B3JlRHGy8Hr838jiiSxJJrhMsuCa760f16rgkxF2Ro5h8Cc8LGFfa_57ixKT6MQiTMUWmRbtS6WkMlGU91JM8kuMtPf4POfJS3Vk_kZWRNujEo=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณภาพจาก instagram @littleloomthings และ @sunset.objects</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-8"><strong>ประเภทที่ 8 สินค้าประดับยนต์</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินค้าประเภทประดับยนต์ หรือของตกแต่งรถมีความน่าสนใจ เพราะคนรุ่นใหม่นิยมที่จะแต่งรถกันเป็นจำนวนมาก และไม่จำเป็นต้องสต็อกของให้เจ็บตัวและจมทุน เพราะรายใหญ่ที่ขายสินค้าประดับยนต์มักเปิดโอกาสในบุคคลทั่วไปเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ เพราะสินค้าค่อนข้างมีมูลค่า แต่ก็ยังให้ต้องการขายให้ได้มากด้วย จึงเป็นเหมือนโอกาสในการสร้างธุรกิจแบบไม่ต้องลงทุนได้เลยทีเดียว ที่สำคัญสินค้าประเภทนี้ยังไม่ค่อยตกยุค ตกสมัย และสามารถนำกลับมาขายได้เรื่อยๆอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มเป้าหมายสินค้าชนิดนี้มักเป็นผู้ชาย ที่มีรายได้ในระดับ middle class เพราะการตกแต่งรถยนต์มีค่าใช้จ่ายสูง และหากตกแต่งแล้วจะต้องตกแต่งเรื่อยๆ กลายเป็นความชอบส่วนบุคคลที่ไม่อาจเลิกได้ง่ายๆนั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-9"><strong>ประเภทที่ 9 สินค้ามือสอง</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">สินค้ามือสอง กลายเป็นสินค้าที่ไม่ต้องลงทุนมาก แต่กับขายได้มีมูลค่า และยังได้รับความนิยมมากขึ้น สินค้ามือสองนั้นมีหลากหลาย ได้แก่ รถยนต์, รถจักรยาน, หนังสือ, สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (กล้องถ่ายรูป, โทรศัพท์มือถือ), เฟอร์นิเจอร์, เครื่องใช้ภายในบ้าน (ตู้เย็น, โทรทัศน์, เครื่องซักผ้า), ของใช้ส่วนตัว (เสื้อผ้า, กระเป๋า, นาฬิกา, รองเท้า) สินค้ามือสอง เปรียบเสมือนแฟชั่นของยุคนี้ที่ทุกๆคนต้องมีไว้ เพราะราคาเข้าถึงง่ายขายคล่อง, คุณภาพสินค้าดียังดีอยู่ และคุ้มค่ามากกว่าการซื้อสินค้าใหม่ กลุ่มเป้าหมายของกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นวัยนักเรียน นักศึกษาที่มีรายได้ไม่มากนัก แต่ก็ยังต้องการใช้สินค้าที่มีราคาสูงอยู่ ทำให้สินค้าประเภทนี้กลายเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอยู่ตลอด อีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-10"><strong>ประเภทที่ 10 ประกันสุขภาพ/ประกันชีวิต</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ประกันสุขภาพ/ประกันชีวิต เป็นสินค้าที่ขายได้ตลอด ขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะการมีประกันจะให้ความสบายใจได้มากกว่า ยิ่งพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันส่วนใหญ่มีความวิตกในเรื่องการใช้เงินมากขึ้น ทำให้ต้องมีการวางแผนการใช้เงินอย่างรัดกุม การนำมาซึ่งแพคเกจประกันชีวิต ประกันสุขภาพในรูปแบบต่างๆ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่อยากเป็นตัวแทนประกันชีวิต ควรเน้นการทำตลาดออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยทำงานเริ่มตั้งแต่ first jobber ที่เริ่มมีรายได้และกำลังวางแผนอนาคต ไปจนถึงวัยสูงอายุที่ต้องการการรับรองเรื่องสุขภาพอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/#%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89_Google_Trends">ศึกษาวิธีการหาสินค้ายอดนิยมในปัจจุบัน คลิก</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา the standard</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/best-selling-products-of-all-time/">10 สินค้าขายดี ไม่มีวันตกเทรนด์ และกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/best-selling-products-of-all-time/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Marketing Technology หรือ Martech คืออะไร มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thewisdom.co]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2021 15:46:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25675</guid>

					<description><![CDATA[<p>Marketing Technology หรือ MarTech คือ การทำการตลาดในรูปแบบใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การติดตามข้อมูลของลูกค้าหรือข้อมูลของคู่แข่ง นอกจากนี้ยังรวมถึงการปิดการขายเทคโนโลยีก็สามารถทำได้ เช่น การใส่ความสามารถของ AI ลงไปในบอร์ดแสดงโฆษณาสินค้าโดยที่ AI ตัวนี้จะรู้จักข้อมูลลูกค้าที่เดินผ่านทุกคนและปรับเปลี่ยนโฆษณาได้ตรงกับความสนใจของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น Marketing Technology Tools ก็คือ ซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้ตรงตามความต้องการของนักการตลาดที่จะนำผลลัพธ์หรือข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลในการทำกิจกรรมทางการตลาดต่อไป Marketing Technology Tools มีอะไรบ้าง&#160; แท้จริงแล้วในโลกออนไลน์ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ Marketing Technology Tools หรือ martech ถูกใช้งานได้หลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่นิยมนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้งานด้านการตลาด แต่ด้วยการระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี ซึ่งได้มีการพัฒนาเครื่องมือ MarTech เพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ตัว ซึ่งจะมี MarTech Tools ตัวไหนบ้างที่น่าสนใจ บทความนี้จึงจะขอยกตัวอย่าง MarTech Tools ที่มีประโยชน์ต่อนักการตลาดที่จะนำเครื่องมือเหล่านี้มาเป็นตัวช่วยในการทำการตลาดในยุคปัจจุบันจะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ Google [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/">Marketing Technology หรือ Martech คืออะไร มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Marketing Technology หรือ MarTech คือ การทำการตลาดในรูปแบบใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การติดตามข้อมูลของลูกค้าหรือข้อมูลของคู่แข่ง นอกจากนี้ยังรวมถึงการปิดการขายเทคโนโลยีก็สามารถทำได้ เช่น การใส่ความสามารถของ AI ลงไปในบอร์ดแสดงโฆษณาสินค้าโดยที่ AI ตัวนี้จะรู้จักข้อมูลลูกค้าที่เดินผ่านทุกคนและปรับเปลี่ยนโฆษณาได้ตรงกับความสนใจของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น Marketing Technology Tools ก็คือ ซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้ตรงตามความต้องการของนักการตลาดที่จะนำผลลัพธ์หรือข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลในการทำกิจกรรมทางการตลาดต่อไป</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-marketing-technology-tools">Marketing Technology Tools มีอะไรบ้าง&nbsp;</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แท้จริงแล้วในโลกออนไลน์ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ Marketing Technology Tools หรือ martech ถูกใช้งานได้หลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่นิยมนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้งานด้านการตลาด แต่ด้วยการระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี ซึ่งได้มีการพัฒนาเครื่องมือ MarTech เพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ตัว ซึ่งจะมี MarTech Tools ตัวไหนบ้างที่น่าสนใจ บทความนี้จึงจะขอยกตัวอย่าง MarTech Tools ที่มีประโยชน์ต่อนักการตลาดที่จะนำเครื่องมือเหล่านี้มาเป็นตัวช่วยในการทำการตลาดในยุคปัจจุบันจะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Google Analytics </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือที่เชื่อว่านักการตลาดหลายคนคงรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะว่าในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดที่ดีนั้นควรเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่เสมอ เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดเก็บข้อมูลที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำกิจกรรมทางการตลาดว่าควรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เก็บอย่างไร และเก็บไปเพื่ออะไร และ Google Analytics ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเนื่องจากได้เปิดให้ใช้บริการมาหลายปีแล้วตั้งแต่ปี 2005  ที่สามารถเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าทั้งบน Website และ Mobile App ที่จะนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาไปใช้ในการปรับปรุงแผนการตลาดได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนการตลาด การโฆษณา รวมไปถึงการปรับเนื้อหาคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจใดที่เริ่มต้นทำตลาดออนไลน์ไม่ว่าจะ<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ขายสินค้าออนไลน์</a>หรือให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ แนะนำว่าควรใช้ Google Analytics เป็นอย่างยิ่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Parabola.io</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือทางการตลาดประเภท Data Integration Platform ที่จะมี API ที่พัฒนาโดยตัว MarTech อย่าง Parabola.io ที่จะทำหน้าเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจาก Application ต่าง ๆ มารวบรวมไว้ในที่เดียวกันช่วยให้นักการตลาดนำข้อมูลที่ได้มาใช้งานได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เช่น เราใช้ Parabola.io ในการดึงข้อมูลจาก Google Analytics และ Facebook มารวมข้อมูลกันอยู่ในรูปแบบของ Google Sheets และส่งข้อมูลดังกล่าวเข้า G-mail ที่กำหนดให้กับนักการตลาดที่จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้งานได้แบบวันต่อวัน นอกจากที่ Parabola.io จะทำหน้ารวบรวมข้อมูลแล้วยังสามารถแปลงข้อมูลอยู่ใน ผลรวมตามแถวและคอลัมน์ รวมไปถึงการคำนวณบวก ลบ คูณ หารได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Power BI </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือประเภท Business Intelligence ของค่าย Microsoft ที่สามารถแปลงข้อมูลดิบที่ได้รับการ Clean Data เรียบร้อยแล้วนั้นให้อยู่ในรูปแบบ Data Visualization ไม่ว่าจะแสดงเป็น กราฟ, พล็อต, แผนที่ หรือตาราง เป็นต้น ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นข้อมูลในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น เช่น กรองข้อมูลเป็นช่วงอายุ, จังหวัด หรือช่วงเวลา เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถจัดข้อมูลที่ต้องการแสดงเป็นชุด Dashboard ที่สามารถแชร์ข้อมูลร่วมกันผ่านอีเมล หรือจะแสดงข้อมูลบนเว็บขึ้นอยู่กับประเภทของซอฟต์แวร์ที่เลือกใช้ เบื้องต้น Power BI สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการความสามารถที่สูงขึ้นไปก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มมีหลายราคาให้เลือกด้วยกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Google Optimize</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เห็นข้อมูลต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ปรับปรุงหน้าตาของเว็บไซต์ หรือ Mobile App ให้น่าดึงดูดต่อผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ให้อยู่บนหน้าเว็บหรือ App ได้นานมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งานจนทำให้เกิดสัดส่วนการ Convert ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รอบการตัดสินใจซื้อสินค้าที่สั้นลง ค่า Ads ถูกลง นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับ Google Solution ตัวอื่น เช่น Google Analytics, Google Ads เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Facebook Business Suite </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือที่ใช้บริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ทั้งบน Facebook และ Instagram ได้ภายในเครื่องมือเดียว ไม่ว่าจะเป็น การโพสต์ การตอบข้อความ หรือการจัดการข้อมูลสินค้า รวมไปถึงการแจ้งเตือนต่าง ๆ ด้วย และยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ลูกค้ากระทำบนเพจ Facebook หรือ Instagram ในเชิงลึกได้อีกด้วยว่าวิดีโอหรือคอนเทนต์แบบไหนที่ลูกค้าให้ความสนใจ ช่วยให้สามารถพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี AdTech อื่น ๆ ได้แก่ Line Ads, Twitter Ads, Google Ads และ TikTok Ads ซึ่งเป็นการโฆษณาบนโซเซียลมีเดียที่คนไทยคุ้นเคย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Leadfeeder.com</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือประเภท Website Visitor Tracking ที่จะทำหน้าที่สืบให้เรารู้ว่าผู้ใช้งานที่เขามาในเว็บไซต์ของเรามาจากเส้นทางไหนด้วยการสะกดรอยจาก IP Address หรือ Email ของผู้ใช้งาน เนื่องจากมีผู้ใช้งานที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเราเฉลี่ยแล้วถึง 95% ที่เราจะไม่รู้เลยว่าผู้ใช้คนนั้น เป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร แต่เครื่องมือนี้ก็จะช่วยสืบข้อมูลเหล่านี้ให้เรา เพื่อนำข้อมูลนั้นมาช่วยสร้างโอกาสในการขายให้มากยิ่งขึ้น โดยที่ข้อมูลที่บอกให้เรารู้ได้ก็คือ ผู้ใช้เป็นคนของบริษัทอะไร ให้ความสนใจเรื่องอะไร เข้าเว็บไซต์ของเรามาจากทางไหน ถ้าหากเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา ระบบก็จะการส่งอีเมลแจ้งและอัพเดตข้อมูล CRM ให้อัตโนมัติ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Post Affiliate Pro</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็น Affiliate Platform ที่ใช้ในการบริหารจัดการการทำการตลาดผ่าน Affiliate ก่อนขออธิบายเกี่ยวกับ Affiliate ก่อนว่าคืออะไร การทำ Affiliate คือ การทำการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือลูกค้าจะทำการจ่ายค่าโฆษณาให้กับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลสินค้าในรูปแบบลิงก์ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงช่องทางการสั่งซื้อสินค้าได้ ซึ่งค่าโฆษณาก็จะได้ตามข้อตกลงไว้ เช่น ผ่านการเขียนบทความ การรีวิวสินค้า หรือการติดแบนเนอร์ไว้บน Website หรือ Platform ของผู้เผยแพร่เอง โดย Post Affiliate Pro เป็นแพลตฟอร์มAffiliate ที่มีการจัดการ Campaign ที่หลากหลาย มีระบบ Tracking ข้อมูลลูกค้า รองรับ Link Styles ที่รองรับการทำ SEO และรูปแบบลิงก์ที่หลากหลายให้เลือกใช้งาน รวมไปถึงมีความปลอดภัยด้วยการป้องกันการทุจริต เช่น คำสั่งซื้อปลอม หรือการสั่งซื้อซ้ำ เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Surveymonkey </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือในการสร้างแบบฟอร์มต่าง ๆ เช่น แบบฟอร์มลงทะเบียน, แบบสอบถาม, Quiz รวมไปถึงการทำ Poll เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งานได้ด้วย ทาง Surveymonkey ได้เปิดให้เราใช้งานโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำแบบสำรวจบน Surveymonkey ได้รับความนิยมอย่างมาก&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Google Search Console </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการทำอันดับในหน้าแรกของ Google เพียงแค่เรานำเว็บไซต์ของเราเข้าไป Submit กับ Google ระบบการค้นหาของ Google ก็จะรู้จักเว็บไซต์ของเราจะส่งผลให้ผู้ใช้งาน Google Search Engine สามารถค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ของเราได้ และยังทำให้เว็บไซต์ของเราถูก index จาก Google ด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Search Analytics ช่วยให้เรารู้ถึงประสิทธิภาพการ Search ของเว็บไซต์ของเราด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Sprout Social</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อเหล่า Digital Marketer ที่ต้องการทำการตลาดผ่านโซเซียลมีเดียโดยเฉพาะ ที่สามารถบริหารจัดการ Content ได้ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, LinkedIn, Pinterest รวมทั้งยังสามารถแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะในการโพสต์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมมากที่สุด มีระบบอนุมัติการเผยแพร่ Content เช่น A เป็นคนเขียน Content และ B เป็นคนกดเผยแพร่ Content นั้น นอกจากนี้ Sprout ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นบนโซเซียลมีเดียด้วย ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้บริหารจัดการการทำการตลาดบนโซเซียลมีเดียที่น่าสนใจมากตัวหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">และคือ Marketing Technology Tools ที่น่าสนใจที่เราคัดเลือกมาเฉพาะตัวที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับการทำการตลาดในประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่นิยมใช้งานบนโซเซียลมีเดียอย่างมาก แต่การทำการตลาดบนเว็บไซต์และ Mobile App ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการโฆษณาน่าจะถูกกว่ามากพอสมควร หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย หากครั้งต่อไปมีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ MarTech ทางทีมงานจะรีบนำมาแนะนำทันที ครั้งนี้สวัสดีค่ะ</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/">Marketing Technology หรือ Martech คืออะไร มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
