<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>awanafan, Author at The Wisdom Academy</title>
	<atom:link href="https://thewisdom.co/content/author/fang-rattima/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thewisdom.co/content/author/fang-rattima/</link>
	<description>Knowledge is power in this game of chance</description>
	<lastBuildDate>Fri, 12 Nov 2021 08:34:02 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/01/cropped-logo_new_design-32x32.png</url>
	<title>awanafan, Author at The Wisdom Academy</title>
	<link>https://thewisdom.co/content/author/fang-rattima/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เทคนิคเขียนแผนธุรกิจสำหรับ Start-UP ให้ประสบความสำเร็จ พร้อมองค์ประกอบง่ายๆ แต่ชัดเจน!</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/business-plan-techniques-and-example/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/business-plan-techniques-and-example/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:56:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Business model]]></category>
		<category><![CDATA[business plan]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[business tips]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25792</guid>

					<description><![CDATA[<p>แผนธุรกิจ หรือ Business Plan คือเครื่องมือที่สำคัญในการวางแผนธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจ SMEs หรือ Start Up ซึ่งเป็นการรวบรวมแนวความคิด กระบวนการคิดและพิจารณา และการตัดสินใจที่ในการทำธุรกิจ และวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ เพื่อไว้เป็นคู่มือในการทำธุรกิจ เพื่อเป็นตัวช่วยในการวางโครงสร้างและตัดสินใจทำสิ่งต่างๆให้ธุรกิจเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง แผนธุรกิจจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ และยังช่วยให้การเริ่มต้นทำธุรกิจง่ายมากยิ่งขึ้น หากคุณใช้แผนธุรกิจเป็นแผนงานสำหรับการจัดการโครงสร้าง ดำเนินการ และขยายธุรกิจใหม่ และเป็นวิธีคิดที่จะผ่านองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจได้อีกด้วย และยังช่วยให้นักลงทุนสนใจ หรือมีพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ และนักลงทุนยังสามารถมั่นใจได้อีกว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่า และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในอนาคต องค์ประกอบของแผนธุรกิจแบบดั้งเดิม บทสรุปผู้บริหาร (Executive summary)เป็นการรวบรวมข้อมูลสำคัญว่าบริษัทของคุณคืออะไร และทำไมบริษัทถึงประสบความสำเร็จ รวมกับพันธกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ และข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับทีมงาน ผู้จัดทำ พนักงานในองค์กร หรือแม้แต่ที่ตั้งบริษัท และข้อมูลการเงินฉบับย่อ และแผนการในการทำธุรกิจในอนาคต ภาพรวมธุรกิจ (Company description)การให้คำอธิบายสั่นๆเพื่อให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับบริษัทของคุณ ลงรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่ต้องการแก้ไข และกลุ่มเป้าหมาย องค์กร และผลิตภัณฑ์และบริการของธุรกิจ และอธิบายข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน วิเคราะห์การตลาด (Market Analysis)วิเคราะห์ตลาด แนวโน้มอุตสาหกรรม และตลาดเป้าหมายที่ต้องการ พร้อมทั้งศึกษาการแข่งขันในตลาด วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของคู่แข่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/business-plan-techniques-and-example/">เทคนิคเขียนแผนธุรกิจสำหรับ Start-UP ให้ประสบความสำเร็จ พร้อมองค์ประกอบง่ายๆ แต่ชัดเจน!</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">แผนธุรกิจ หรือ Business Plan คือเครื่องมือที่สำคัญในการวางแผนธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจ <a href="https://thewisdom.co/content/startup-vs-sme/">SMEs หรือ Start Up</a> ซึ่งเป็นการรวบรวมแนวความคิด กระบวนการคิดและพิจารณา และการตัดสินใจที่ในการทำธุรกิจ และวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจ เพื่อไว้เป็นคู่มือในการทำธุรกิจ เพื่อเป็นตัวช่วยในการวางโครงสร้างและตัดสินใจทำสิ่งต่างๆให้ธุรกิจเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง</p>



<p class="wp-block-paragraph">แผนธุรกิจจะช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้ และยังช่วยให้การเริ่มต้นทำธุรกิจง่ายมากยิ่งขึ้น หากคุณใช้แผนธุรกิจเป็นแผนงานสำหรับการจัดการโครงสร้าง ดำเนินการ และขยายธุรกิจใหม่ และเป็นวิธีคิดที่จะผ่านองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจได้อีกด้วย และยังช่วยให้นักลงทุนสนใจ หรือมีพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ และนักลงทุนยังสามารถมั่นใจได้อีกว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่า และสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในอนาคต</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>องค์ประกอบของแผนธุรกิจแบบดั้งเดิม</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>บทสรุปผู้บริหาร (Executive summary)<br>เป็นการรวบรวมข้อมูลสำคัญว่าบริษัทของคุณคืออะไร และทำไมบริษัทถึงประสบความสำเร็จ รวมกับพันธกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ และข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับทีมงาน ผู้จัดทำ พนักงานในองค์กร หรือแม้แต่ที่ตั้งบริษัท และข้อมูลการเงินฉบับย่อ และแผนการในการทำธุรกิจในอนาคต</li><li>ภาพรวมธุรกิจ (Company description)<br>การให้คำอธิบายสั่นๆเพื่อให้ข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับบริษัทของคุณ ลงรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่ต้องการแก้ไข และกลุ่มเป้าหมาย องค์กร และผลิตภัณฑ์และบริการของธุรกิจ และอธิบายข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน</li><li>วิเคราะห์การตลาด (Market Analysis)<br>วิเคราะห์ตลาด แนวโน้มอุตสาหกรรม และตลาดเป้าหมายที่ต้องการ พร้อมทั้งศึกษาการแข่งขันในตลาด วิเคราะห์จุดแข็ง-จุดอ่อนของคู่แข่ง และธุรกิจ เพื่อหาข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน<br><a href="https://thewisdom.co/content/what-is-swot-analysis">ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม SWOT Analysis คืออะไร พร้อมตัวอย่างการวิเคราะห์ในธุรกิจจริง<br></a><a href="https://thewisdom.co/content/market-research/">ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ขั้นตอนการวิจัยทางการตลาด (Market Research) ฉบับจับมือทำ!</a></li><li>แผนการตลาด (Marketing Plan)<br>การเขียนแผนธุรกิจจำเป็นต้องวางแผนการตลาดให้ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการบริหาร และวิเคราะห์หาช่องทางที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น <a href="https://thewisdom.co/content/5-conditions-to-defined-target-market/">การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย</a>, <a href="https://thewisdom.co/content/market-segmentation/">การแบ่งส่วนตลาด</a>, กำหนดตำแหน่งธุรกิจ, การวาง Marketing Mix (4P’s) และการสร้างแบรนด์<br><a href="https://thewisdom.co/content/market-segmentation/">ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ขั้นตอนการแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) ฉบับจับมือทำ!<br></a><a href="https://thewisdom.co/content/5-conditions-to-defined-target-market/">ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม 5 เงื่อนไขที่ใช้ในการเลือกกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด (Target Market)</a></li><li>แผนการบริหารจัดการภายในองค์กร (Organization and management)<br>เมื่อมีการวางแผนในด้านปัจจัยต่างๆเพื่อเพิ่มธุรกิจให้เติบโต การบริหารในองค์กรจึงเป็นเรื่องสำคัญ และควรเน้นการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เช่น การมีสถานที่ตั้งที่เหมาะสมกับการดำเนินงาน, โครงสร้างผู้บริหารและผู้บริหารและผู้รับผิดชอบต่อการดำเนินการต่างๆ</li><li>แผนการดำเนินงาน (Operations Plan)<br>แผนสำหรับการดำเนินงานเพื่อให้สอดคล้องกับการสร้างประสิทธิภาพจนเกิดผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ เช่น มีการวางระบบของแต่ละฝ่ายงาน วางหน้าที่ชัดเจน, กระจายระบบการทำงาน, แบ่งกะเวลาเพื่อให้การผลิตเพียงพอต่อความต้องการ, การสร้างมาตรฐานในการทำงานอย่างชัดเจน, มีกฎระเบียบให้พนักงานปฏิบัติตามไปในทิศทางเดียวกัน เป็นต้น</li><li>แผนการเงิน (Financial Plan)<br>การทำธุรกิจ เงินเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นจึงต้องมีการควบคุม และมีวิธีการบริหารจัดการต้นทุนต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างกำไรและไม่ขาดทุน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกได้ และต้องมีเอกสารทางบัญชีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายรับ – รายจ่าย, ภาษี, ต้นทุน, ยอดขาย, กำไร – ขาดทุน, ค่าเสื่อมสินทรัพย์, การมีสินค้าคงคลัง, ค่าใช้จ่ายเสียเปล่า, ลูกหนี้การค้า – เจ้าหนี้การค้า ฯลฯ โดยส่วนใหญ่จึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญในด้านบัญชีเข้ามาแนะนำหรือเป็นผู้ร่วมเขียนแผนธุรกิจในด้านนี้ด้วย</li><li>แผนสำรองหรือแผนธุรกิจฉุกเฉิน<br>แผนสำรองหรือแผนธุรกิจฉุกเฉิน จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่ไม่อาจคาดคิดได้ และจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ในทันที และลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาใหญ่ นอกเหนือการควบคุมได้ด้วย เช่น วางแผนด้านช่องทางการขายออนไลน์ แต่ยอดขายไม่เป็นตามเป้า จึงต้องเปลี่ยนมาใช้ออฟไลน์แทน, วัตถุดิบต่างประเทศไม่สามารถนำเข้าได้ ต้องเปลี่ยนมาใช้ของในไทย, สินค้าซ้ำกับแบรนด์อื่น ต้องเปลี่ยนวัตถุดิบเพื่อสร้างความแตกต่าง, มีต้นทุนการผลิตสูงกว่าที่คาดไว้ ต้องลดบางส่วนลงเพื่อให้ได้กำไรตามเป้าหมาย, หุ้นส่วนบางคนไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผน จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน เป็นต้น</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://grad.dpu.ac.th/upload/content/files/Year8-3/8314.pdf">ตัวอย่างแผนธุรกิจ</a>แบบดั้งเดิม จากนักศึกษามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-start-up-lean-start-up-platform"><strong></strong><strong>แผนธุรกิจสำหรับ Start-Up แผนธุรกิจฉบับ Lean start-up Platform</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนว่าแผนธุรกิจแบบดั้งเดิม สามารถช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้ และครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด แต่แทนที่จะวางแผนอย่างละเอียดถี่ถ้วน เราสามาถวางแผนธุรกิจให้กระชับขึ้นได้ และสามารถลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออกได้ ซึ่งเหมาะกับ Start-Up ที่ต้องการเริ่มต้นการทำธุรกิจของคุณได้อย่างรวดเร็ว และยังทดลองใช้ และปรับไปเรื่อยๆได้ตลอดเวลา ซึ่งองค์ประกอบประกอบไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/Qsr4sdXLHaccR7WiJOnOmYxISyaWJCx5cJWcgYqwCeGvs4y3Ezqd7A6MdGZBNfU6UyIfMhxMiLQXDnIzDcF7GePMLMRs1uA5IvtPrXlsESdGl5QQnvIVgQaVoCs4cbhmHDsAbeOd=s0" alt="" /></figure>



<ol class="wp-block-list"><li>พันธมิตรที่สำคัญ (Key partnerships)<br>สังเกตธุรกิจหรือบริการอื่นๆที่ธุรกิจจะร่วมงานด้วย เช่น ซัพพลายเออร์ ผู้ผลิต หรือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมจะขับเคลื่อนธุรกิจไปพร้อมกัน</li><li>กิจกรรมหลัก (Key activities)<br>ระบุวิธีที่ธุรกิจจะสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน เน้นสิ่งต่างๆ เช่น การขายตรงไปยังผู้บริโภค การใช้เทคโนโลยี หรือแม้แต่การเลือกช่องทางการขายออนไลน์ ออฟไลน์ เพื่อสร้างประโยชน์และมุ่งเป้าหมายไปที่จุดใดจุดหนึ่ง</li><li>แหล่งข้อมูลที่สำคัญ (Key resources)<br>ระบุทรัพยากรที่สำคัญของคุณเพื่อสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าของคุณ และทรัพย์สินที่สำคัญ รวมไปถึงพนักงาน ทุน หรือทรัพย์สินทางปัญญา</li><li>คุณค่าที่ส่งมอบให้ลูกค้า (Value proposition)<br>สร้างความชัดเจน และน่าสนใจเกี่ยวกับคุณค่าเฉพาะสินค้าที่บริษัทที่นำออกสู่ตลาด จะสร้างคุณค่าต่อผู้บริโภคอย่างไร จุดเด่น จุดด้อยของผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่าคู่แข่งขัน</li><li>ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer relationships)<br>การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือความพึงพอใจของลูกค้าหรือผู้ที่มีโอกาสเป็นลูกค้า ตั้งแต่การนำเสนอสินค้าหรือบริการ ไปจนถึงการทำให้เกิดการซื้อซ้ำๆ เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุก Customer Journey<br><a href="https://thewisdom.co/content/what-is-crm/">ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม CRM (Customer Relationship Management) คืออะไร เริ่มทำอย่างไร</a></li><li>การแบ่งกลุ่มเป้าหมาย (Customer segments)<br>กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าได้ โดยดูจากผู้ที่มีความสนใจ หรือผู้มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับการซื้อมากที่สุด ในการแบ่งส่วนตลาดมักจะแบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายกัน และกำหนดตามคุณสมบัติอย่างน้อยหนึ่งอย่างเพื่อให้ใกล้เคียงกับผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้ามากที่สุด<br><a href="https://thewisdom.co/content/market-segmentation/">ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ขั้นตอนการแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) ฉบับจับมือทำ!</a></li><li>ช่องทางการจัดจำหน่าย (Channels)<br>ช่องทางในการส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้า หรือที่เรียกว่าช่องทางจัดจำหน่าย (Place) ใน Marketing Mix 4P’s โดยจะต้องวิเคราะห์ตั้งแต่การส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างไร หรือลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าเมื่อต้องการซื้อได้ง่ายแค่ไหน เพราะการที่สามารถส่งมอบสินค้าได้รวดเร็ว หรือลูกค้าเข้าถึงได้สะดวก จะทำให้สร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน</li><li>โครงสร้างต้นทุน (Cost structure)<br>วิเคราะห์ว่าธุรกิจมีต้นทุนจากอะไรบ้าง รวมไปถึงต้นทุนหลักของธุรกิจ ทั้งต้นทุนคงที่ และต้นทุนผันแปร เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และสร้างกำไรได้มากกว่าเดิม</li><li>กระแสรายได้ (Revenue streams)<br>วิเคราะห์ช่องทางที่มาของธุรกิจ ว่ามีรายได้มาจากช่องทางได้บ้าง เช่น การขายตรง ค่าสมาชิก ตัวแทน หรือจากการโฆษณา เป็นต้น</li></ol>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-wooden-grain-toy-company"><strong>ตัวอย่างแผนธุรกิจ Wooden Grain Toy Company</strong></h1>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>Identity<br>Wooden Grain Toys ผลิตของเล่นไม้เนื้อแข็งคุณภาพสูงสำหรับเด็กอายุ 3-10 ปี</td><td>Problem<br>พ่อแม่และปู่ย่าตายายกำลังมองหาของเล่นคุณภาพสูงและทนทานซึ่งจะสร้างความบันเทิงให้เด็กๆ และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์</td></tr><tr><td>Our solution<br>ของเล่นทำมือของเราทำมาจากไม้เนื้อแข็ง และได้รับการออกแบบให้มีชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวได้เพียงพอที่จะดึงดูดเด็กๆ ได้โดยไม่จำกัดจินตนาการ</td><td>Target market<br>กลุ่มเป้าหมายคือผู้ใหญ่ โดยเฉพาะพ่อแม่และปู่ย่าตายายที่ต้องการมอบของเล่นให้ลูกๆ หรือหลานๆ</td></tr><tr><td>The competition<br>ของเล่นไม้เป็นส่วนหนึ่งของตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีบริษัททุกขนาด บริษัทขนาดใหญ่ ได้แก่ Plastique Toys และ Metal Happy Toys ซึ่งจำหน่ายในต่างประเทศ บริษัทขนาดเล็กขายในท้องถิ่นในร้านค้า งานหัตถกรรม หรือทางออนไลน์</td><td>Revenue streams<br> Wooden Grain Toys  จะขายตรงให้กับลูกค้าที่งานหัตถกรรมและทางออนไลน์</td></tr><tr><td>Marketing activities<br>Wooden Grain Toys จะสื่อสารกับลูกค้าด้วยจดหมายข่าวทางอีเมล และกลุ่มเป้าหมายบน Google และ Facebook และขายในงานหัตถกรรม</td><td>Expenses<br>วัสดุสำหรับของเล่น ได้แก่ ไม้ เหล็ก และยาง ค่าธรรมเนียมงานหัตถกรรมและค่าเดินทาง พื้นที่สินค้าคงคลังสำหรับผลิตภัณฑ์</td></tr><tr><td>Team and key roles<br>ปัจจุบัน สมาชิกในทีมเพียงคนเดียวคือเจ้าของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เมื่อผลกำไรเพิ่มขึ้น Wooden Grain Toys จะเพิ่มพนักงานเพื่อช่วยเหลือด้านโซเชียลมีเดียและการตลาดออนไลน์</td><td>Milestones<br>เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ของเล่นลายไม้จะโฆษณาในตลาดเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงก่อนเทศกาลวันหยุด</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา sba.gov</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/business-plan-techniques-and-example/">เทคนิคเขียนแผนธุรกิจสำหรับ Start-UP ให้ประสบความสำเร็จ พร้อมองค์ประกอบง่ายๆ แต่ชัดเจน!</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/business-plan-techniques-and-example/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>KOL คืออะไร ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือก KOL มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-kol/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-kol/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:52:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Influencer Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Key opinion leader]]></category>
		<category><![CDATA[KOls]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25789</guid>

					<description><![CDATA[<p>KOls ย่อมาจาก Key opinion leaders หมายถึง ผู้ที่มีอิทธิพลในการชี้นำบุคคล หรือกลุ่มคนที่มีบทบาทในการทำให้คนจำนวนหนึ่งไปถึงคนจำนวนมากเชื่อถือ หรือคล้อยตามได้ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียล มีเดีย เป็นแรงในการขับเคลื่อนตลาด ทำให้ Kols กลายเป็นรูปแบบสำคัญที่มีผลต่อการทำธุรกิจในปัจจุบัน ข้อดีของการใช้ KOLs ช่วยในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายKOLs สามาถช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ และผู้ติดตามของ KOLs เองได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน หากแบรนด์สามารถเลือก KOLs ได้ตรงตามความสนใจก็จะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากนั่นเอง ดึงดูดการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้ง่ายการรีวิวจากบุคคลอื่นที่ไม่ได้มาจากจะทำให้ได้รับความสนใจ และเกิดการมีส่วนร่วมได้ง่ายมากกว่า เพราะผู้ติดตามสามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆได้อย่างไม่มีขอบเขต และเกิดการแชร์ต่อเนื่อง แล้วกระจายต่อๆเป็นวงกว้าง เลือก KOLs ได้ถูกต้องจะยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้นความน่าเชื่อถือของ KOLs มีผลต่อแบรนด์ด้วยเช่นกัน KOLs ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือความสนใจ เฉพาะด้านจะทำให้แบรนด์น่าเชือถือ เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มารีวิวอาหารเสริม เป็นต้น เลือก KOLs อย่างไรให้เหมาะกับแบรนด์? แน่นอนว่าใครก็สามารถเป็น KOLs ได้ ยิ่งในยุคโซเชียล มีเดียที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-kol/">KOL คืออะไร ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือก KOL มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">KOls ย่อมาจาก Key opinion leaders หมายถึง ผู้ที่มีอิทธิพลในการชี้นำบุคคล หรือกลุ่มคนที่มีบทบาทในการทำให้คนจำนวนหนึ่งไปถึงคนจำนวนมากเชื่อถือ หรือคล้อยตามได้ โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียล มีเดีย เป็นแรงในการขับเคลื่อนตลาด ทำให้ Kols กลายเป็นรูปแบบสำคัญที่มีผลต่อการทำธุรกิจในปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-kols"><strong>ข้อดีของการใช้ KOLs</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ช่วยในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย<br>KOLs สามาถช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ และผู้ติดตามของ KOLs เองได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นคนที่มีความสนใจคล้ายคลึงกัน หากแบรนด์สามารถเลือก KOLs ได้ตรงตามความสนใจก็จะทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากนั่นเอง</li><li>ดึงดูดการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้ง่าย<br>การรีวิวจากบุคคลอื่นที่ไม่ได้มาจากจะทำให้ได้รับความสนใจ และเกิดการมีส่วนร่วมได้ง่ายมากกว่า เพราะผู้ติดตามสามารถแสดงความคิดเห็นต่างๆได้อย่างไม่มีขอบเขต และเกิดการแชร์ต่อเนื่อง แล้วกระจายต่อๆเป็นวงกว้าง</li><li>เลือก KOLs ได้ถูกต้องจะยิ่งน่าเชื่อถือมากขึ้น<br>ความน่าเชื่อถือของ KOLs มีผลต่อแบรนด์ด้วยเช่นกัน KOLs ผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือความสนใจ เฉพาะด้านจะทำให้แบรนด์น่าเชือถือ เช่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มารีวิวอาหารเสริม เป็นต้น</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-kols-1"><strong>เลือก KOLs อย่างไรให้เหมาะกับแบรนด์?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนว่าใครก็สามารถเป็น KOLs ได้ ยิ่งในยุคโซเชียล มีเดียที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ แต่จริงๆแล้ว การเลือก KOLs ให้เหมาะกับแบรนด์นั้นสำคัญมาก แล้วต้องเลือก KOLs อย่างไรให้เหมาะสมกับแบรนด์ วันนี้ Wisdom มีคำตอบ…</p>



<ol class="wp-block-list"><li>KOLs เป็นใครในโลกออฟไลน์?<br>แม้ว่า KOLs จะเป็นที่ชื่นชอบในโลกออนไลน์ แต่ตัวตนในโลกออฟไลน์อาจจะแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ดังนั้น สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องรู้ว่า Brand Loyalty ต่อแบรนด์ของคุณนั้นมีมากน้อยแค่ไหน หาก 100% บนโลกออนไลน์ของ KOLs กำลังโปรโมทสินค้าของคู่แข่ง เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่ขัดแย้งกัน เช่น ตลาดรักสุขภาพ กับตลาดบุฟเฟ่ต์ไม่อั้น เพราะ KOLs จะเป็นทั้งพันธมิตร และส่งผลเสียต่อแบรนด์ได้โดยตรง จึงต้องค้นหาข้อมูลแบบเชิงลึกตั้งแต่ออฟไลน์</li><li>KOLs เป็นใครในโลกออนไลน์?<br>สถานะบนโลกออนไลน์ของ KOLs สำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือก KOLs โดยสามารถพิจารณาได้ดังนี้<br>&#8211; ผู้ติดตามและอัตราการมีส่วนร่วม: KOLs นั้นมีทั้งของจริงและของปลอม แต่เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ติดตามนั้นเป็นของแท้ ให้ดูที่จำนวนผู้ติดตาม และอัตราการมีส่วนร่วม ขึ้นอยู่กับว่าเป้าหมายการสื่อสาร และควรจะกำหนด KPI ว่าคุณอยากร่วมงานกับผู้มีอิทธิพล ด้วยจำนวนผู้ติดตามขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ และการมีส่วนร่วมบนโซเชียลมีเดีย นั้นมากน้อยแค่ไหน เปรียบเทียบจำนวนการมีส่วนร่วม กดไลค์ คอมเมนต์ แชร์เท่าไหร่ และผู้ที่มีส่วนร่วมนั้นสนใจจริงหรือไม่<br>&#8211; แพลตฟอร์มที่ใช้: แพลตฟอร์มออนไลน์แต่ละอันมีกลุ่มเป้าหมายและจุดประสงค์ต่างกัน ดังนั้น จึงควรเลือกสื่อสารให้ถูกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Youtube, Twitter, Facebook, Instagram, TikTok หรือบทความผ่านเว็บไซต์ก็ตาม<br>&#8211; คอนเทนต์ที่ KOLs สร้างเป็นแบบไหน: เพราะคอนเทนต์เป็นสิ่งดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้ดีที่สุด ดังนั้น คอนเทนต์ที่ KOLs สร้างจึงสำคัญ หากฟีดดูมี Sponsored เยอะเกินไปก็จะทำให้ไม่น่าสนใจ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ และการเป็นที่รู้จัก และจำนวนผู้ติดตามด้วย<br><a href="https://youtu.be/vay3snZdfW4"><strong>ตัวอย่าง ผู้ที่ทำงานออฟฟิศ รีวิวสินค้าเพื่อพนักงานออฟฟิศ</strong></a></li><li>KOLs มีความเกี่ยวข้อกับแบรนด์มากน้อยแค่ไหน?<br>การหา KOLs ที่สามารถทำงานเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ หรือบริการในอุตสาหกรรม หรือคนที่มีค่านิยมเดียวกันกับแบรนด์ก็จะช่วยสร้างความเป็นมืออาชีพได้มากยิ่งขึ้น<br><a href="https://youtu.be/oBhgk5Atla0"><strong>ตัวอย่าง ผู้ที่สนใจด้านการเงินรีวิวเหรียญคริปโตฯ</strong>&nbsp;</a></li><li>KOLs คุ้มค่ากับการลงทุนมากน้อยแค่ไหน?<br>จากจำนวนผู้สร้างคอนเทนต์ และ KOLs หลายร้อยคน ใครบ้างที่คุ้มค่ากับการลงทุน ที่ไม่ใช้การทำคอนเทนต์มากมาย แต่ไม่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมและการรู้จักได้เลย แต่หากเลือก KOLs ได้ดี จะสามารถสร้างความแตกต่างและความสำเร็จให้กับแบรนด์ต่อได้ และจำเป็นที่จะต้องวัด ROI ได้อีกด้วย</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-kols-2021"><strong>จะใช้ประโยชน์ของ KOLs ใน ปี 2021 ได้อย่างไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่เทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว KOLs กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาลมากที่สุดในปีนี้ ดังนั้น กลยุทธ์ KOLs ที่ควรใช้ จึงมีดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list"><li>การเจาะตลาดไลฟ์สด<br>การไลฟ์สดถึงแม้จะมีมานาน แต่ยังไม่ใช่เทรนด์ชั้นนำ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากมีพฤติกรรมชอบเข้าชมการไลฟ์สด และมีการซื้อสินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแฟชั่น และงานอีเวนต์ต่างๆ อย่าง VR และ AR ที่ช่วยสร้างประสบการที่แปลกใหม่และน่าทึ่งอยู่เสมอ KOLs ที่ได้รับความนิยมมาก และน่าเชือถือมากจะยังช่วยให้แบรนด์สามารถโดดเด่นขึ้นได้จากการไลฟ์สด และยังสามารถปิดการขายได้อีกด้วย</li><li>ความถูกต้องของ KOLs มีผลต่อการสร้างตลาด<br>ยิ่งใหญ่ยิ่งดี คำนี้ไม่จริงเสมอไป สำหรับ KOLs คอนเทนต์ในเชิงพาณิชย์จะทำให้สูญเสียผู้ติดตามได้ง่าย และในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยังคิดว่าตัวเองฉลาดกว่ามาก และที่ยังเชื่อว่าตนเองสามารถค้นหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวแบรนด์ได้มากกว่า ดังนั้น แทนที่จะลงทุนกับ KOLs จำนวนมาก ควรเลือกใช้ Micro Influencer หรือแม้แต่ Nano Influencer ก็จะช่วยสร้างการรู้จักและการมีส่วนร่วมได้ส่วนนึง</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/"><strong>ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม Influencer คืออะไร มีส่วนช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร! คลิก</strong></a></p>



<ol class="wp-block-list" start="3"><li>การสร้างแบรนด์ด้วย KOLs<br>การสร้างแบรนด์ สร้างคุณค่าของตราสินค้า การสร้างการรับรู้เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน การใช้ KOLs จะเป็นเสมือนการหยั่งรากความคิดของกลุ่มเป้าหมายให้คนรู้จัก และให้ความคิดที่เป็นประโยชน์ และเข้าสู่ใจผู้บริโภคได้นั่นเอง</li></ol>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-kol/">KOL คืออะไร ปัจจัยสำคัญในการพิจารณาเลือก KOL มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-kol/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การเป็นผู้ประกอบการ ควรมีมุมมองอย่างไร และทักษะที่สำคัญควรมีอะไร?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/characteristics-of-successful-entrepreneurs/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/characteristics-of-successful-entrepreneurs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:48:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[business tips]]></category>
		<category><![CDATA[entrepreneurs tips]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs business]]></category>
		<category><![CDATA[Start Up Business]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25786</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้ประกอบการ (Entrepreneur) คือ บุคคลซึ่งขายสินค้า หรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ การเป็นผู้ประกอบการนั้นง่ายมาก เพราะเป็นเพียงการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง และยังเป็นผู้ที่สร้างโอกาส สร้างผลกำไรได้อีกด้วย 9 ทักษะของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ มีวิสัยทัศน์ และเป้าหมายผู้ประกอบการที่ดีมักจะกำหนดเป้าหมาย และคอยตั้งคำถามต่างๆตลอดเวลา เช่น วิสัยทัศน์สำหรับการทำธุรกิจของฉันคืออะไร? ทำไมถึงอยากเป็นผู้ประกอบการ? หากสามารถกำหนดวิสัยทัศน์ได้ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น มีความมุ่งมั่น อุตสาหะ และอดทนปัจจัยในการประสบความสำเร็จ คือ มีความมุ่งมั่น อุตสาหะ และอดทน หากเคยล้มเหลวมาแล้ว สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้ง และเป็นคนที่มีความพยายาม และสามารถหาหนทางในการแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ เพราะหากกลัวความล้มเหลวและไม่กล้าเดินหน้า ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย ลงมือทำ และเรียนรู้วิธีการตัดสินใจหากผู้ประกอบการมุ่งเน้นการดำเนินการ ผู้ประกอบการที่ดีไม่ใช่คนประเภทที่จะรอจนกว่าสิ่งต่างๆจะคลี่คลาย ถ้าหากคุณลงมือทำและประสบความสำเร็จ แสดงว่ากำลังมาถูกทางแล้ว และหากคุณสามารถรับผิดชอบการตัดสินใจได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็จะทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และยืดหยุ่นผู้ประกอบการมักจะเป็นเหมือนนักประดิษฐ์ ที่จะคอยผลักดันการก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆแบบไม่มีข้อจำกัด และสามารถทำให้ความคิดริเริ่มเป็นจริงขึ้นมาได้ และยังสามารถปรับเปลี่ยนและปรับปรุงไปพร้อมๆกันได้ด้วยนอกจากนี้ การมีความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการยังช่วยจัดการกับปัญหาความตึงเครียด และปรับให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆได้เสมอ และยังช่วยสร้างข้อได้เปรียบในตลาดได้อีกด้วย ไม่กลัวที่จะท้าทาย และกล้าที่จะยอมรับความเสี่ยงหากคุณตัดสินใจที่จะทำธุรกิจของตัวเอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/characteristics-of-successful-entrepreneurs/">การเป็นผู้ประกอบการ ควรมีมุมมองอย่างไร และทักษะที่สำคัญควรมีอะไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ผู้ประกอบการ (Entrepreneur) คือ บุคคลซึ่งขายสินค้า หรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ไม่ว่าการกระทำดังกล่าวจะได้รับประโยชน์ หรือได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ และไม่ว่าจะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วหรือไม่ การเป็นผู้ประกอบการนั้นง่ายมาก เพราะเป็นเพียงการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง และยังเป็นผู้ที่สร้างโอกาส สร้างผลกำไรได้อีกด้วย</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-9"><strong>9 ทักษะของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ</strong></h1>



<ol class="wp-block-list"><li>มีวิสัยทัศน์ และเป้าหมาย<br>ผู้ประกอบการที่ดีมักจะกำหนดเป้าหมาย และคอยตั้งคำถามต่างๆตลอดเวลา เช่น วิสัยทัศน์สำหรับการทำธุรกิจของฉันคืออะไร? ทำไมถึงอยากเป็นผู้ประกอบการ? หากสามารถกำหนดวิสัยทัศน์ได้ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="2"><li>มีความมุ่งมั่น อุตสาหะ และอดทน<br>ปัจจัยในการประสบความสำเร็จ คือ มีความมุ่งมั่น อุตสาหะ และอดทน หากเคยล้มเหลวมาแล้ว สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถลุกขึ้นได้อีกครั้ง และเป็นคนที่มีความพยายาม และสามารถหาหนทางในการแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ เพราะหากกลัวความล้มเหลวและไม่กล้าเดินหน้า ก็ไม่สามารถประสบความสำเร็จได้เลย</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="3"><li>ลงมือทำ และเรียนรู้วิธีการตัดสินใจ<br>หากผู้ประกอบการมุ่งเน้นการดำเนินการ ผู้ประกอบการที่ดีไม่ใช่คนประเภทที่จะรอจนกว่าสิ่งต่างๆจะคลี่คลาย ถ้าหากคุณลงมือทำและประสบความสำเร็จ แสดงว่ากำลังมาถูกทางแล้ว และหากคุณสามารถรับผิดชอบการตัดสินใจได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ หรือการใช้ชีวิตประจำวัน ก็จะทำให้คุณมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="4"><li>มีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และยืดหยุ่น<br>ผู้ประกอบการมักจะเป็นเหมือนนักประดิษฐ์ ที่จะคอยผลักดันการก้าวข้ามขีดจำกัดต่างๆแบบไม่มีข้อจำกัด และสามารถทำให้ความคิดริเริ่มเป็นจริงขึ้นมาได้ และยังสามารถปรับเปลี่ยนและปรับปรุงไปพร้อมๆกันได้ด้วย<br>นอกจากนี้ การมีความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการยังช่วยจัดการกับปัญหาความตึงเครียด และปรับให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆได้เสมอ และยังช่วยสร้างข้อได้เปรียบในตลาดได้อีกด้วย</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="5"><li>ไม่กลัวที่จะท้าทาย และกล้าที่จะยอมรับความเสี่ยง<br>หากคุณตัดสินใจที่จะทำธุรกิจของตัวเอง มีความเป็นไปได้สูงที่ช่วงแรกจะมีผลกำไรต่ำ เพื่อเริ่มต้นธุรกิจจึงต้องกล้าที่จะท้าทาย และแบกรับความเสี่ยง และออกจาก Comfort Zone แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ธุรกิจต้องเสี่ยงโดยไม่คิดมาก่อน จึงต้องวิเคราะห์สถานการณ์และโอกาสเพื่อที่จะคว้ามันไว้ก่อนเสมอ</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="6"><li>มีความกระหายที่จะเรียนรู้ และอยากรู้อยากเห็น<br>ผู้ประกอบการมีความต้องการที่จะเรียนรู้เสมอ และท้าทายความคิดของตัวเอง เพื่อที่จะค้นหาไอเดียต่างๆ และเลือกหาสินค้าใหม่ๆ และกล้าที่จะก้าวข้ามความกลัว และค้นหาสิ่งต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตมากขึ้น</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="7"><li>มีความกระตือรือร้น<br>การเริ่มต้นธุรกิจเป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมีอุปสรรคมากมาย การมีความหลงใหล และมีแรงกระตือรือร้นจะเป็นพลังที่ทำให้คุณสามารถขับเคลื่อนธุรกิจ และผลักดันให้คุณประสบความเร็จ ไปพร้อมๆกับการทำงานที่ดี ความสนุก และไม่ยอมแพ้ง่ายๆ</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="8"><li>มองการณ์ไกลแต่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ<br>คุณจำเป็นที่จะต้องจินตนการถึงการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ถ้าคุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้ คุณจะไม่มีทางเข้าถึงจุดสูงสุดของการประสบความสำเร็จ และจำเป็นต้องมีความทะเยอทะยาน แสวงหาเป้าหมายใหม่ๆเสมอ ถึงแม้การเริ่มต้นจะไม่ได้ง่ายเสมอไป แต่การเริ่มต้นธุรกิจมักจะยืดเยื้อเป็นเวลานาน และต้องทำสิ่งต่างๆมากมาย โดยใช้เพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ ค่อยๆเติบโต และเรียนรู้จากข้อผิดพลาดไปเรื่อยๆ</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="9"><li>สามารถทำการเป็นทีม และมอบหมายงานได้<br>ในระหว่างการทำธุรกิจ คุณจะต้องค้นหาทักษะที่ดี และมอบหมายงานให้แก่ทีมงานได้ และสามารถเลือกมอบหมายงานให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นผู้ร่วมงาน พนักงาน คู่ค้า และผู้ให้บริการ และต้องมองเห็นถึงภาพรวมการทำงาน คอยติดตาม และจูงใจให้พวกเขารู้สึกอยากเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจของคุณ</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">การจะเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้มีทั้งความท้าทายและโอกาสที่ต้องรอคอย หากสามารถใช้ทักษะของผู้ประกอบการได้อย่างเหมาะสมจึงจะประสบความสำเร็จ และการเป็นผู้ประกอบการต้องไม่มีถูกหรือผิด แต่มันคือการใช้เวลา ทดลอง ค้นหา สร้างสรรค์ และการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาได้ด้วยเวลา และประสบการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการทำธุรกิจนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา meetanentrepreneur.lu</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/characteristics-of-successful-entrepreneurs/">การเป็นผู้ประกอบการ ควรมีมุมมองอย่างไร และทักษะที่สำคัญควรมีอะไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/characteristics-of-successful-entrepreneurs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขข้อสงสัย? ทฤษฎีแรงจูงใจทางจิตวิทยา เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร? นำมาประยุกต์ใช้อย่างไร?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:44:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[marketing strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Maslow Theory]]></category>
		<category><![CDATA[McGuire Theory]]></category>
		<category><![CDATA[Motivation marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25783</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทฤษฎีแรงจูงใจ คือ การศึกษาความต้องการของมนุษย์ และทำความเข้าใจ เพื่อผลักดันให้มนุษย์บรรลุเป้าหมาย และผลลัพธ์ได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะในด้านธุรกิจ และการจัดการ ความต้องการของมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกัน ดังนี้ What are Needs &#8211; สิ่งที่จำเป็นและต้องการโดยเฉพาะ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และความต้องการรอง ได้แก่ สังคม วัฒนธรรม เป็นต้น What are Wants &#8211; ความต้องการที่นอกเหนือจากความต้องการที่จำเป็น เช่น ประเภทของอาหาร เป็นต้น What are Goals &#8211; เป้าหมายในชีวิตที่ต้องการทำให้สำเร็จ แรงจูงใจสำคัญอย่างไรในด้านการตลาด? นักการตลาดจะต้องเข้าใจแรงจูงใจที่จะสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายเพลิดเพลินต่อการซื้อ นอกจากนี้ยังมีแรงจูงใจที่แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ดังนี้ Approach Conflict คือ ความขัดแย้งที่พึงยอมรับ ที่บุคคลต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทุกตัวเลือกจะให้ผลทางบวก หรือมีแรงจูงใจเชิงบวกทั้งสิ้น เช่น การเลือกเมนูในร้านอาหาร เป็นต้น Approach Avoidance Conflict [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/">ไขข้อสงสัย? ทฤษฎีแรงจูงใจทางจิตวิทยา เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร? นำมาประยุกต์ใช้อย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีแรงจูงใจ คือ การศึกษาความต้องการของมนุษย์ และทำความเข้าใจ เพื่อผลักดันให้มนุษย์บรรลุเป้าหมาย และผลลัพธ์ได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตในสังคม โดยเฉพาะในด้านธุรกิจ และการจัดการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ความต้องการของมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกัน ดังนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph">What are Needs &#8211; สิ่งที่จำเป็นและต้องการโดยเฉพาะ ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และความต้องการรอง ได้แก่ สังคม วัฒนธรรม เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">What are Wants &#8211; ความต้องการที่นอกเหนือจากความต้องการที่จำเป็น เช่น ประเภทของอาหาร เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">What are Goals &#8211; เป้าหมายในชีวิตที่ต้องการทำให้สำเร็จ</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>แรงจูงใจสำคัญอย่างไรในด้านการตลาด?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">นักการตลาดจะต้องเข้าใจแรงจูงใจที่จะสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายเพลิดเพลินต่อการซื้อ นอกจากนี้ยังมีแรงจูงใจที่แตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Approach Conflict คือ ความขัดแย้งที่พึงยอมรับ ที่บุคคลต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ทุกตัวเลือกจะให้ผลทางบวก หรือมีแรงจูงใจเชิงบวกทั้งสิ้น เช่น การเลือกเมนูในร้านอาหาร เป็นต้น</li><li>Approach Avoidance Conflict คือ ความขัดแย้งที่ถึงหลีกเลี่ยง ที่บุคคลต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีตัวเลือกมากกว่า 2 ขึ้นไปแต่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งเป็นแรงจูงใจเชิงลบ</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในฐานะนักการตลาดเราต่างเข้าใจตรงกันว่า แรงจูงใจของผู้บริโภคเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการทั้งทางกายภาพและจิตวิทยา นั่นเพราะแรงจูงใจเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการตัดสินใจซื้อ นักการตลาดจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการตัดสินใจและการซื้อเพื่อที่จะสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอสินค้าและนวัตกรรม และสร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ จากแรงจูงใจสู่การซื้อ</strong></h1>



<ol class="wp-block-list"><li>ผู้บริโภคจะเริ่มต้นจากตระหนักถึงความต้องการที่แฝงอยู่ เช่น รู้สึกหิว</li><li>เมื่อทราบว่า “หิว” ซึ่งเป็นความจำเป็นของร่างกาย ทำให้เกิดความตึงเครียด และรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้เกิดการกระตุ้นให้เติมเต็มความต้องการ และเปลี่ยนแปลงไปยังแรงจูงใจในการทานอาหาร</li><li>เมื่อเกิดเป็นแรงจูงใจแล้ว ก็จะมีเป้าหมายเฉพาะ เช่น อยากกินพิซซ่า อยากกินสลัด เป็นต้น</li><li>เมื่อตอบสนองความต้องการได้แแล้ว จะลดความตึงเครียดลงได้ และประสบความสำเร็จในการตอบสนองความต้องการนนั่นเอง</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">แล้วสิ่งเรานี้เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร สามารถอธิบายได้ตามทฤษฎีแรงจูงใจของ MASLOW และ McGuire ดังนี้</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-maslow"><strong>ทฤษฏีแรงจูงใจของ MASLOW</strong><img decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/pHCf2tl2CyjOM1AhO9Fh6kLC-JRKKANt1x3NEDs3O014oy2C58deqsl3ibllv5knvpn_gJD6so_MStMc_X_UCMpWLc8zWoQ6kCGtVb7YxfQJwEBfWXI1spJyppq6TGcRqDuH6JBS=s0" width="602" height="400.632440944882"></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ดร. อับราฮัม มาสโลว์ นักจิตวิทยา ได้กำหนดทฤษฏีแรงจูงใจของมนุษย์ตามลำดับขั้นความต้องการในสังคม ไว้ 5 ระดับ ตั้งแต่ความต้องการตั้งแต่ระดับต่ำไปถึงสูง (Hierarchy&amp; Needs) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับในสังคม</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Physiological Needs: ความต้องการที่ร่างกายต้องการ &#8211; อาหาร เครื่องนุ่งห่ม อากาศ และที่อยู่อาศัย เป็นความต้องการที่จำเป็น และเป็นความต้องการอันดับต้นๆ</li><li>Safety or Security Needs: ความต้องการด้านความปลอดภัย &#8211; การรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง และความเป็นส่วนตัว จะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการหลังจากอันดับแรกสำเร็จแล้ว</li><li>Social Needs: ความต้องการในสังคม &#8211; การมีความสัมพันธ์ และได้รับการยอมรับ ได้รับความรักในหมูคณะ</li><li>Esteem Needs: ความต้องการด้านการยกย่อง &#8211; ได้แก่ ความยกย่องส่วนตัว (Self-esteem)&nbsp; ความนับถือ (Recognition) และสถานะ (Status) และความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ เช่น ความสำเร็จ ความรู้ ศักดิ์ศรี ความสามาระ และสถานะที่ดีทางสังคม</li><li>Self-Actualization: ความต้องการด้านการประสบความสำเร็จขั้นสูงสุดในชีวิต &#8211; เป็นความต้องการสูงสุดของแต่ละบุคคล ซึ่งหากบรรลุความต้องการนี้ได้จะได้รับการยอมรรับว่าเป็นบุคคลที่พิเศษ</li></ul>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-mcguire"><strong>ทฤษฏีแรงจูงใจของ MCGuire&nbsp;</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีแรงจูงใจของ MCGuire จะแตกต่างจากของ Maslow ตรงที่ได้พัฒนาวิธีการจำแนกให้มีลักษณะชีเฉพาะมากกว่า ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>Need for consistency: ความต้องการความสอดคล้องกัน<br>ได้แก่ ทัศนคติ พฤติกรรม ความคิดเห็น ภาพลักษณ์ และความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกัน และไม่เกิดความขัดแย้ง ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ Marketing Mix ได้ เช่น ภาพลักษณ์หรูหรา จะต้องมีการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม มีมูลค่า มีราคาแพง มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่เหมาะสม เช่น ในห้างสรรพสินค้า ร้านค้าแบรนด์เนม เป็นต้น</li><li>Need to attribute causation: ความต้องการทราบเหตุผลที่เป็นที่มาของสิ่งต่าง<br>หรือ Brand Story นั่นเอง เพราะที่มาเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ทราบผลที่จะเกิดขึ้นใในทางที่ดีหรือไม่ดี หรือหมายถึงการทำให้คล้อยตามด้วยที่มา และการให้คำแนะนำ หากเป็นที่มาจากเพื่อน คนสนิท คนในครอบครัวก็จะทำให้น่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น<br><img fetchpriority="high" decoding="async" width="602" height="401" src="https://lh4.googleusercontent.com/0L1yO-ixhkWOQo8N75QNqntZQQVGCdKniHWUx2H7oGNe_RrOk4gaiccNXS5sVsCee5iA0xWNi7lHhV_jIPeIifMdZostjod32VC8PeormRMH6P0BOtrvNwJTyV05-LzBMAD2Q0aT=s0"></li><li>Need to categorize:  ความต้องการที่จะสามารถจำแนกสิ่งต่างๆ ได้<br>เป็นความต้องการที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์และสามารถเก็บไว้เป็นส่วนช่วยในการตัดสินใจ เช่น ราคา คุณภาพ เป็นต้น หลายๆบริษัทมักจะใช้กลยุทธ์ราคา เพื่อใช่ในการจำแนก เช่น  99 บาท 199 บาท และ 499 บาท เป็นต้น เหตุผลสำคัญเพื่อหลีกเลี่ยงการจัดเข้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ราคา 100 บาท 200 บาท และ 500 บาท<br></li><li>Need for cues:  ความต้องการที่จะสามารถบอกความหมายโดยนัยได้<br>ซึ่งเป็นแรงจูงใจที่ใช้จากสังเกต ด้วยสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายต่างๆ เช่น  ความประทับใจ (impressions) ความรู้สึกต่างๆ (feelings) และทัศนคติ (attitudes) ตัวอย่างเช่น สัญลักษณ์ฮาลาล สัญลักษณ์ออแกนิค หรือ Cruelty free เป็นต้น<br><img decoding="async" width="602" height="451" src="https://lh3.googleusercontent.com/3ZQy4w5aMOUedNwz3sFyKIVJHaADqLhJCQdmkvfVaOQ58rXU5YDWqlRCUSK_ZTqBNEoNqsLt2B2hu5dAyXsV29Bb28O7Q-mu1FDw4sXGCFDoYqlafaY37SIZxUPzDSkXXXnNUpID=s0"></li><li>Need for independence: ความต้องการด้านอิสระภาพ<br>สามารถใช้ตอบสนองแรงจูงใจด้วยการโฆษณาเพื่อให้เห็นถึงอิสระภาพที่ทุกคนต้องการเป็นต้น เช่น รองเท้า Nike free run+ Freedom for yourself<br><img decoding="async" width="602" height="316" src="https://lh6.googleusercontent.com/kdZTlObMlFCUQ3Kcuvlex-PORZYrt9uvvY6_6RqOL8F-fwv_QKdNVgS2rjWATv76Byjr8ByXAyDPqdbZuGvlgx6DiNaTRrhS_YlvotjyXQbBvRovSTINSsBNcjAve1hD02U-0thI=s0"></li><li>Need for novely: ความต้องการสิ่งแปลกใหม่<br>คนเรามักไม่ชอบความจำเจ ซ้ำซาก ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้เป็น &#8220;พฤติกรรมเพื่อแสวงหาความหลากหลาย&#8221; (variety-seeking behavior) และมักจะเปลี่ยนแบรนด์ไปเรื่อยๆ (brand switching) หรือพฤติกรรมการซื้ออย่างที่เรียกกันว่า &#8220;การซื้ออันเกิดจากแรงดลใจฉับพลัน&#8221; (impulse purchasing) มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (travel industry) ที่ผู้คนมักจะต้องการแสวงหาสถานที่ใหม่ๆเสมอ</li><li>Need for self-expression: ความต้องการแสดงตนเองให้ประจักษ์<br>ผู้คนต้องการแสดงความเป็นตัวเอง และต้องการสะท้อนตัวตนของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รถยนต หรือของใช้อื่นๆ ก็มักจะแสดงตัวตนของตัวเองออกมา เช่น Mercedes-Benz Dream Factory เป็นต้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="368" src="https://lh3.googleusercontent.com/UuiYEazWjlZOK-2e1IbqYPbnxU0IT2NCOSsakoEJsRCEj2VfA3VVx-g_OYkpjoUp44BGvsSPWWyVyCI6-DMQLPZtMTzN1Rb_4SzQUOZnvLHNX6k3IeYgZdCyGxZSNpAKDYxMhcz9=s0"></li><li>Need for ego-defense: ความต้องการเพื่อป้องกันตัวเอง<br>การปกป้องตัวเองเป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่ง ที่เมื่อไหร่ที่ผู้คนรู้สึกถูกคุกคาม หรือภาพลักษณ์ของตนเอง (self-image หรือ self-concept) กำลังเสียหาย ก็จะยืนหยัดเพื่อปกป้องทันที ดังนั้น แบรนด์จึงต้องรักษาภาพลักษณ์ให้ลูกค้ายังรู้สึกถึงคุณค่าของแบรนด์อยู่เสมอ</li><li>Need for reinforcement: ความต้องการได้รับการเสริมแรง<br>แรงกระตุ้นที่จะช่วยให้รู้สึกพึงพอใจเป็นรางวัล (Reward) เช่น การสวมเสื้อผ้า เครื่องประดับ หรือแม้แต่คอนแทคเลนส์ เป็นต้น</li></ul>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/5sz533fGrFCAUFC3AarVuvUJUQ7G0rmo9CzRrydbsqmn-XUicOBZwETvNkhqCaiGFdgx7Vns2AU2Ouc2_GKdQAwVElefkScj_Cc_PLqesmlAznUuB1YRL9jOby6cK5eDH1KuD-QO=s0" alt="" /></figure>



<ul class="wp-block-list"><li>Need for affiliation: ความต้องการความรักความผูกพัน<br>ความต้องการที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรู้สึกผูกพัน ดังนั้น การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคจะเลือกจากแบรนด์ที่มี Brand Loyalty มาก่อน หรือแม้แต่การโฆษณา การใช้คำจูงใจให้ผูกพันก็ควรนำมาเป็นแนวคิดหลักของแบรนด์เหมือนกัน เช่น ผู้บริโภคจะผูกพันและคุ้นเคยกับ “Every Car Deserve to shine” เป็นต้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="339" src="https://lh6.googleusercontent.com/FtPVhRTi_WNNUnWzHbt4LQYcVqMto_1BPG72D3qD-pX2_HSpexlGOa55Ru55yvJ5mhtP9ufH6xrFvnXS7UPMw-b7uZy0tDOeyN5jWqSyEMUaZt8HLQKNeIpjDyLA7RXZ5lzcWPRM=s0"></li><li>Need for modeling: ความต้องการยึดถือบุคคลอื่นที่ชื่นชอบเป็นตัวแบบ<br>ผู้คนจะชื่นชอบบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจ หรือคนดังต่างๆ และต้องการจะเรียนแบบดังนั้น พรีเซนเตอร์ นางแบบ นายแบบจึงสำคัญกับแบรนด์เหมือนกัน เช่น กลุ่มนักกีฬา กลุ่มนักดนตรี และดาราภาพยนตร์ เป็นต้น<br><img loading="lazy" decoding="async" width="602" height="601" src="https://lh5.googleusercontent.com/yHvYL_MH4THEvNKaMUutvwthiwnvwxzUDJMKCiKKb8dbyMSCoGNm_XWWhZikBfS96XsA5YD5TkjfcukT9Z7A2G9LVBUSYabQQroychYfNHuCrSo0zFazAc3UdC_rHjjc-FQd8FQa=s0"></li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา forbes.com</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/">ไขข้อสงสัย? ทฤษฎีแรงจูงใจทางจิตวิทยา เกี่ยวข้องกับการตลาดอย่างไร? นำมาประยุกต์ใช้อย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/theories-of-motivation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เทคนิค ปิดการขายออนไลน์ได้ 100% ทำได้อย่างไร (ไม่ต้องมีพื้นฐาน)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Oct 2021 10:24:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Business Ideas]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[online selling]]></category>
		<category><![CDATA[Unique Selling Points]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25775</guid>

					<description><![CDATA[<p>การขายออนไลน์อาจจะสะดวกสำหรับคนทำธุรกิจ ทั้งง่าย และไม่ต้องลงทุนมาก แต่สิ่งที่ยากในการขายออนไลน์ คือ “การปิดการขาย” ยิ่งในยุคปัจจบันที่มีคู่แข่งในตลาดมากมาย ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น การปิดการขายให้ได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมี เทคนิคการปิดการขายที่ดีจะส่งผลต่อยอดขายอย่างไร? ในยุคที่มีดารขายออนไลน์มากมาย การสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจจึงสำคัญ โดยเฉพาะกลยุทธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์การตลาด กลยุทธ์การสื่อสาร โดยเฉพาะกลยุทธ์การขาย กลยุทธ์การขาย (Sales Strategy) คือ การวางแผนที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อขายสินค้า ตลอดจนยอดขายที่ตั้งเป้าเอาไว้และรายละเอียดการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การมีกลยุทธ์การขายช่วยให้ฝ่ายขายมีกำหนดหมายงานที่ชัดเจน และมีวิสัยถึงสิ่งที่ตนต้องทำในระยะยาว ดังนั้นการสร้างกลยุทธ์การขายเองควรจะทำอย่างครอบคลุม มีการค้นคว้าอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง กลยุทธ์การขายที่สำคัญที่ทุกร้านควรมี คือ “เทคนิคการขาย” หากสามารถปิดการขายได้รวดเร็ว มีการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา ก็จะทำให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าธุรกิจอื่นๆ เทคนิคปิดการขาย ตอบคำถามลูกค้าภายใน 60 วินาทีการขายออนไลน์มักจะมีช่องทางให้ลูกค้าได้ถามคำถาม เมื่อมีลูกค้าถามเข้ามาควรจะตอบกลับทุกสิ่งที่ลูกค้าถาม และสนใจ ภายในระยะเวลา 60 วินาที จะทำให้ลูกค้าเริ่มสนใจได้ง่ายขึ้น และยิ่งมีคู่แข่งมากยิ่งต้องตอบให้ไวมากยิ่งขึ้น ให้ข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน ใน 3 บรรทัดโดยใช้การอนุมานจากสิ่งที่ลูกค้าถาม หรือประสบการณ์ แสดงให้เห็นว่าสินค้าชิ้นนั้นคุ้มค่าต่อการซื้อ เราจึงต้องอธิบายข้อมูลในครบถ้วน กระชับ ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมราคาสินค้าด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/">เทคนิค ปิดการขายออนไลน์ได้ 100% ทำได้อย่างไร (ไม่ต้องมีพื้นฐาน)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การขายออนไลน์อาจจะสะดวกสำหรับคนทำธุรกิจ ทั้งง่าย และไม่ต้องลงทุนมาก แต่สิ่งที่ยากในการขายออนไลน์ คือ “การปิดการขาย” ยิ่งในยุคปัจจบันที่มีคู่แข่งในตลาดมากมาย ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีทางเลือกเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้น การปิดการขายให้ได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ควรมี</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>เทคนิคการปิดการขายที่ดีจะส่งผลต่อยอดขายอย่างไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคที่มีดารขายออนไลน์มากมาย การสร้างข้อได้เปรียบให้กับธุรกิจจึงสำคัญ โดยเฉพาะกลยุทธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์การตลาด กลยุทธ์การสื่อสาร โดยเฉพาะกลยุทธ์การขาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การขาย (Sales Strategy) คือ การวางแผนที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเพื่อขายสินค้า ตลอดจนยอดขายที่ตั้งเป้าเอาไว้และรายละเอียดการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ การมีกลยุทธ์การขายช่วยให้ฝ่ายขายมีกำหนดหมายงานที่ชัดเจน และมีวิสัยถึงสิ่งที่ตนต้องทำในระยะยาว ดังนั้นการสร้างกลยุทธ์การขายเองควรจะทำอย่างครอบคลุม มีการค้นคว้าอย่างถ่องแท้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การขายที่สำคัญที่ทุกร้านควรมี คือ “เทคนิคการขาย” หากสามารถปิดการขายได้รวดเร็ว มีการสื่อสารกับผู้บริโภคอย่างตรงไปตรงมา ก็จะทำให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จได้มากกว่าธุรกิจอื่นๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>เทคนิคปิดการขาย</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>ตอบคำถามลูกค้าภายใน 60 วินาที<br>การขายออนไลน์มักจะมีช่องทางให้ลูกค้าได้ถามคำถาม เมื่อมีลูกค้าถามเข้ามาควรจะตอบกลับทุกสิ่งที่ลูกค้าถาม และสนใจ ภายในระยะเวลา 60 วินาที จะทำให้ลูกค้าเริ่มสนใจได้ง่ายขึ้น และยิ่งมีคู่แข่งมากยิ่งต้องตอบให้ไวมากยิ่งขึ้น</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="2"><li>ให้ข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน ใน 3 บรรทัด<br>โดยใช้การอนุมานจากสิ่งที่ลูกค้าถาม หรือประสบการณ์ แสดงให้เห็นว่าสินค้าชิ้นนั้นคุ้มค่าต่อการซื้อ เราจึงต้องอธิบายข้อมูลในครบถ้วน กระชับ ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมราคาสินค้าด้วย เช่น สินค้า: ครีมบำรุงผิวหน้า<br>ลูกค้า: “ตัวนี้ช่วยลดรอยดำได้ไหมคะ”<br>แอดมิน: “สินค้าตัวนี้มีส่วนผสมของ Niacinamide ไม่ผสมน้ำหอม และพาราเบน ช่วยลดรอยดำ รอยแดง ช่วยให้ผิวหน้าสว่างกระจ่างใส (พร้อมทั้งส่งรีวิว) ขนาด 20ml. 300 บาทค่ะ”&nbsp;</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="3"><li>มีโปรโมชั่นเร่งการตัดสินใจซื้อ<br>โปรโมชั่นจะช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อ หากเห็นว่าลูกค้ากำลังลังเล หรือกำลังหาทางเลือกอื่น หรือเป็นลูกค้าที่ถามเยอะ คุยนาน ให้ใช้โปรโมชั่นในการโต้ตอบกับลูกค้าจะทำให้ช่วยปิดการขายได้ง่ายขึ้น เช่น “3 ชิ้นสุดท้ายแล้วค่ะ” “เดี๋ยวลดให้พิเศษถ้าโอนก่อนเที่ยงคืน” เป็นต้น</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="4"><li>แสดงความคิดเห็นที่มีต่อสินค้า</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเห็นว่าลูกค้ากำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจ ควรทำการพูดคุยกับลูกค้าให้มากขึ้น ด้วยถ้อยคำที่เป็นกันเอง และแสดงตัวตน และความเห็นที่มีต่อสินค้า ในเมื่อเราเป็นผู้ขายแล้ว เราคงเคยใช้สินค้า และเคยเห็นสินค้ามาก่อน นอกจากนี้ ยังสามารถยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับสินค้าที่ใกล้เคียงกัน เพื่อกระตุ้นให้เห็นจุดเด่นของสินค้า</p>



<ol class="wp-block-list" start="5"><li>รับออเดอร์ให้ไวที่สุด</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อแล้ว ควรส่งข้อมูลการโอนเงินให้ลูกค้าให้ไวที่สุด และทำให้ลูกค้าสามารถกดจ่ายเงินได้ทันที หรือมีการทำ QR Code ไว้เพื่อให้สะดวกต่อการชำระเงิน และเมื่อลูกค้าโอนเงินเรียบร้อยแล้ว ก็ควรยืนยันออเดอร์ให้ไวด้วยเช่นกัน</p>



<ol class="wp-block-list" start="6"><li>ให้ของแถมเล็กๆน้อยๆ</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">เทคนิคการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าคือของแถมเล็กๆน้อยๆ ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และเกิดการซื้อซ้ำ อย่างเช่น ลูกอม กระดาษโน้ต เป็นต้น</p>



<ol class="wp-block-list" start="7"><li>ปิดการขายยอดเยอะๆไม่ได้<br>แน่นอนว่าราคามีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าอยู่มาก นอกจากโปรโมชั่นแล้ว สิ่งที่ทำได้คือ การนำเสนอขายสินค้าที่มีราคาถูกลง แต่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ก็จะช่วยให้เรายังคงมีรายได้ เรียกได้ว่าเป็นการกำขี้ดีกว่าการกำตดนั่นเอง</li></ol>



<ol class="wp-block-list" start="8"><li>บริการหลังการขาย</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">การมีบริการหลังกายขายที่ดีจะช่วยให้ผู้ซื้อรายอื่นๆสนใจสินค้าของเราได้ง่ายกว่า เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบที่ควรสร้างเพื่อโอกาสในการขายอื่นๆ เช่น การรับเปลี่ยนคืนสินค้าชำรุดเสียหาย การบริการให้คำแนะนำการใช้งาน เป็นต้น</p>



<ol class="wp-block-list" start="9"><li>อธิบายข้อโต้แย้งต่างๆ<br>เมื่อมีการซื้อสินค้า ย่อมมีการรีวิว แต่เราไม่สามารถบังคับให้ลูกค้าให้คะแนนเราตามที่เราต้องการได้ ดังนั้น เราจึงควรตอบกลับหรืออธิบายข้อโต้แย้งต่างๆที่มีอยู่บนสาธารณะเพื่อให้เกิดความสบายใจทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ซื้อรายอื่นๆด้วย</li></ol>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/">เทคนิค ปิดการขายออนไลน์ได้ 100% ทำได้อย่างไร (ไม่ต้องมีพื้นฐาน)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Service Mind คืออะไร? สำคัญกับงานบริการอย่างไร?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-service-mind/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-service-mind/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 11:11:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[marketing strategy]]></category>
		<category><![CDATA[Service maketing]]></category>
		<category><![CDATA[Service mind]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25769</guid>

					<description><![CDATA[<p>Service Mind ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริการ คือการให้บริการลูกค้าด้วยใจอย่างเต็มเปี่ยม และทุ่มเทแรงใจ เพื่อเอาใจใส่ต่อการบริการให้สมกับหน้าที่ผู้ให้บริการ&#160; Service Mind คืออะไร? การให้บริการที่ดี มีคุณภาพ และยังทำให้ลูกค้าประทับใจ เริ่มต้นจากการมี Service Mind ซึ่งเป็นหัวใจของการให้บริการที่ทุกธุรกิจ และผู้ให้บริการทุกคนควรมี&#160; Service Mind หลายๆคนอาจจะนึกถึง การให้บริการของพนักงานตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม แต่จริงๆแล้ว Service Mind สามารถใช้งานภายในองค์กรได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฝ่ายบัญชี ขนส่ง การตลาด หรือแม้แต่ฝ่ายผลิต ก็ควรคำนึงถึงการบริการลูกค้าด้วย Service Mind สำคัญอย่างไร? ในยุคที่การแข่งขันในธุรกิจต่างๆมีความรุนแรง ไม่ว่าจะสินค้าหรือการบริการแบบไหน Service Mind นั้น จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจมีผู้ใช้งาน มีลูกค้าได้เช่นกัน เพราะService Mind นั้นสามารถ “สร้างมูลค่า” ให้กับธุรกิจได้มาก ยิ่งบริการดี มีคุณภาพ ผู้บริโภคก็ยอมจ่าย เพื่อให้ตัวเองรู้สึกพึงพอใจนั่นเอง&#160; โดยเฉพาะในธุรกิจรูปแบบให้บริการ เช่น คลินิกความงาม เป็นต้น ยิ่งต้องให้ความสนใจต่อการบริการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-service-mind/">Service Mind คืออะไร? สำคัญกับงานบริการอย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Service Mind ถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริการ คือการให้บริการลูกค้าด้วยใจอย่างเต็มเปี่ยม และทุ่มเทแรงใจ เพื่อเอาใจใส่ต่อการบริการให้สมกับหน้าที่ผู้ให้บริการ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-service-mind"><strong>Service Mind คืออะไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การให้บริการที่ดี มีคุณภาพ และยังทำให้ลูกค้าประทับใจ เริ่มต้นจากการมี Service Mind ซึ่งเป็นหัวใจของการให้บริการที่ทุกธุรกิจ และผู้ให้บริการทุกคนควรมี&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Service Mind หลายๆคนอาจจะนึกถึง การให้บริการของพนักงานตามห้างสรรพสินค้า โรงแรม แต่จริงๆแล้ว Service Mind สามารถใช้งานภายในองค์กรได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฝ่ายบัญชี ขนส่ง การตลาด หรือแม้แต่ฝ่ายผลิต ก็ควรคำนึงถึงการบริการลูกค้าด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-service-mind-1"><strong>Service Mind สำคัญอย่างไร?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ในยุคที่การแข่งขันในธุรกิจต่างๆมีความรุนแรง ไม่ว่าจะสินค้าหรือการบริการแบบไหน Service Mind นั้น จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้ธุรกิจมีผู้ใช้งาน มีลูกค้าได้เช่นกัน เพราะService Mind นั้นสามารถ “สร้างมูลค่า” ให้กับธุรกิจได้มาก ยิ่งบริการดี มีคุณภาพ ผู้บริโภคก็ยอมจ่าย เพื่อให้ตัวเองรู้สึกพึงพอใจนั่นเอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยเฉพาะในธุรกิจรูปแบบให้บริการ เช่น คลินิกความงาม เป็นต้น ยิ่งต้องให้ความสนใจต่อการบริการ เพื่อสร้างมูลค่า และความแตกต่างให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ และอยากกลับมาใช้บริการอีก และยังสามารถเพิ่มราคาการบริการได้ ถึงแม้ต้นทุน ทรัพยากร คุณภาพวัตถุดิบ หรือแม้แต่พนักงานจะเท่าเดิม แต่ Service Mind จะเป็นส่วนที่ช่วยสร้างมูลค่าได้นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็น “คุณค่า” ที่ผู้บริโภคยอมจ่ายนั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-service-mind-2"><strong>Service Mind ประกอบด้วยอะไรบ้าง?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">Service หรือ การบริการ&nbsp;</p>



<ul class="wp-block-list"><li>S (smile)<br>การยิ้มแย้มเพื่อให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกดี ๆ เมื่อเข้ามารับบริการ โดยเฉพาะการพบปะกันครั้งแรก รอยยิ้มจะช่วยสร้าง First Impression ที่ดีแก่ลูกค้าและผู้ให้บริการ</li><li>R (rapidness)<br>รวดเร็วและมีคุณภาพ เพราะเวลามีค่า และลูกค้าไม่ต้องการรออะไรนาน อีกทั้งยุคนี้ทุกอย่างต้องรีบเร่งแข่งขันกัน ใครให้บริการได้รวดเร็วทันใจกว่าย่อมได้เปรียบ</li><li>V (value)<br>คำนึงถึงมูลค่าเพิ่ม คือ บริการอย่างไรให้บริการของเราเกิดคุณค่าสูงสุด ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด และปรารถนาจะกลับมาใช้บริการอีก และจะทำอย่างไรจึงจะปรับเปลี่ยนให้งานในส่วนของเราให้มีคุณค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</li><li>I (impression)<br>ทำช่วงเวลาแรกพบให้น่าประทับใจมากที่สุด ดูแลในเรื่องบุคลิก การแต่งกายให้สะอาด สุภาพ ถูกกาลเทศะ ดูดีในภาพรวม เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจตั้งแต่แรกพบ</li><li>C (courtesy)<br>ความสุภาพอ่อนโยนทำให้ผู้ที่พบเห็นหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย รู้สึกประทับใจในความอ่อนน้อมถ่อมตน สำหรับคนไทยการยกมือไหว้ เป็นมารยาทอันงดงามที่จะทำให้ผู้ใหญ่เกิดความรักใคร่เอ็นดู</li><li>E (endurance)<br>ความอดทน จำเป็นมากสำหรับงานบริการ เพราะลูกค้ามีหลากหลายรูปแบบ บางคนมาแบบอารมณ์ร้อน เราก็ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ เอาน้ำเย็นเข้าลูบ จะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">Mind หรือ จิตใจ</p>



<ul class="wp-block-list"><li>M (make believe)<br>การมีความเชื่อในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม ทำให้คนเรามีความสุข เชื่อในงานที่ทำ มีความสุขและรักในงานบริการ เพื่อให้เกิดการบริการที่ดีที่สุด ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากเรา</li><li>I (insist)<br>ยืนหยัดในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาสักกี่ครั้ง ก็ไม่ท้อถอย แม้เจอลูกค้าตำหนิ ต่อว่า หรือลูกค้าเอาแต่ใจ ก็ต้องอดทน และจะประสบความสำเร็จในที่สุด</li><li>N (necessitate)<br>เพราะลูกค้าคือคนสำคัญ และต้องการได้รับการดูแลจากเราเป็นอย่างดี เราต้องทำให้ลูกค้าทุกคนเป็นคนพิเศษ ไม่แบ่งแยกหรือเลือกที่รักมักที่ชัง</li><li>D (devote)<br>อุทิศตนให้กับงานที่ทำ ทุ่มเททำงานด้วยหัวใจบริการอย่างเต็มที่ สักวันก็จะมีความเห็นความตั้งใจจริงของเรา ลูกค้ารัก เพื่อนร่วมงานชื่นชอบ เจ้านาย ชื่นชม</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-service-mind-3"><strong>ประโยชน์ของ Service Mind ที่มีต่อธุรกิจ</strong></h2>



<ol class="wp-block-list"><li>Service Mind ช่วยสร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ เพราะการบริการที่น่าประทับใจจะทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่จะจ่าย</li><li>สร้างความแตกต่างให้กับธุรกิจ เพราะการบริการไม่สามารถลอกเลียนแบบได้</li><li>มีลูกค้ากลับมาใช้งานซ้ำๆ เพราะประทับใจ และรู้สึกดีต่อการบริการ เรียกได้ว่า คุ้มราคา ต่อเงินที่จ่ายไป</li><li>เกิดการแนะนำบอกต่อ ในด้านการบริการที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดที่ธุรกิจอยากให้เกิดการบอกต่อโดยประหยัดค่าทำการตลาดได้ด้วย</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-service-mind-4"><strong>วิธีการมัดใจลูกค้าด้วย Service Mind</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">Service Mind คือ การทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองสำคัญ และพึงพอใจเป็นอย่างมาก เพราะยิ่งลูกค้าพึงพอใจมากก็ยิ่งยอมจ่ายได้มาก และมีแนวโน้มที่จะรับบริการอย่างสุภาพด้วยเช่นกัน แต่หลายๆธุรกิจมักจะหลงลืม และไม่สามารถเข้าถึง Service Mind ได้เลย วันนี้ Wisdom จึงมีเทคนิคเล็กๆน้อยๆ มาช่วยทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จจากการมี Service Mind</p>



<ol class="wp-block-list"><li>การบริการที่รวดเร็ว เพราะเวลาของลูกค้ามีค่า การให้บริการของลูกค้าที่รวดเร็วจึงจะช่วยสร้างความประทับใจ ไม่ว่าจะรับสาย ตอบกลับข้อความ หรือแม้แต่ระยะเวลาในการให้บริการ</li><li>การอะลุ่มอล่วย เรื่องเล็กๆน้อยๆให้กับลูกค้า เช่นการมีโปรโมชั่นลด 5%-10% บริการส่งฟรี หรือของแถมเล็กๆน้อย ก็จะช่วยทำให้ลูกค้าประทับใจได้</li><li>ใส่ใจในพนักงานบริการ การบอกให้พนักงานทำทุกอย่างตามที่บอกจะทำให้พนักงานไม่มีใจในการบริการ การยืดหยุ่น หรือการให้ทริกเล็กๆน้อย เพื่อให้พนักงานบริการนำไปใช้จะทำให้พนักงานรู้สึกดีมากกว่า และการให้ประสบการณ์สอนจะทำให้พนักงานจดจำ และนำไปใช้ได้มากกว่า</li><li>Service Mind คือการลงทุนระยะยาว ที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากมาย แต่เห็นผลในระยะเวลาหนึ่งจะเกิด Loyalty ต่อแบรนด์และธุรกิจแน่นอน</li><li>ทุกคนในองค์กรสำคัญต่อการทำ Service Mind เพราะการบริการไม่ใช่แค่ในฝ่ายขายอย่างเดียว แต่เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่จะช่วยส่งเสริมทีมงานให้มีใจรักในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า</li><li>พนักงานต้องรู้จักขอโทษ แก้ไข และติดตามผลลัพธ์ ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริการ&nbsp;</li><li>ทำให้การบริการที่ดี และมีคุณภาพเป็นหนึ่งในพันธกิจขององค์กร เพื่อให้พนักงานทุกคนมองในทิศทางเดียวกัน และเห็นความสำคัญขององค์กร และสร้างการบริการที่ดีเป็น Core Value ขององค์กร</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-service-mind-5"><strong>ตัวอย่างธุรกิจที่มี Service Mind&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจที่สร้าง Service Mind ให้กับพนักงานระดับบริการทุกคน คงหนีไม้พ้นธุรกิจ TrueMK และ CPAll ที่สร้างความโดดเด่นให้กับพนักงาน และทำให้ลูกค้าประทับใจ เช่น พนักงานใน 7-eleven มีการทักทายลูกค้าทุกคนที่เข้าร้าน อย่าง “สวัสดีค่ะ/ครับ 7-eleven ยินดีให้บริการค่า” หรือแม้แต่ตอนคิดเงิน “มี All member ไหมคะ” และ “ขอบคุณที่ใช้บริการ” เป็นต้น</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-service-mind/">Service Mind คืออะไร? สำคัญกับงานบริการอย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-service-mind/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รู้หรือไม่? กลยุทธ์การผลิต OEM , ODM และ OBM คืออะไร? ช่วยธุรกิจได้อย่างไร?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-oem-odm-and-obm/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-oem-odm-and-obm/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 11:08:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Business model]]></category>
		<category><![CDATA[business tips]]></category>
		<category><![CDATA[OBM]]></category>
		<category><![CDATA[ODM]]></category>
		<category><![CDATA[OEM]]></category>
		<category><![CDATA[Operation Business]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25767</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลยุทธ์การผลิต OEM , ODM และ OBM คือ การกำหนดการดำเนินการผลิตภายในองค์กร เป็นกลยุทธ์เพื่อการวางแผนผลิตสินค้า และแบรนด์ต่างๆ เช่น ครีม เครื่องสำอาง อาหารเสริม บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น แล้วแต่ละตัวมีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Wisdom มีคำตอบ… OEM คืออะไร? OEM หรือ Original Equipment Manufacturing คือ การผลิตสินค้าให้กับผู้ซื้อ โดยไม่มีตราสินค้า ผู้ผลิตจะรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ตามที่ผู้ซื้อกำหนด แล้วติดชื่อแบรนด์ของผู้ซื้อ หรืออาจจะไม่ติดเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อ โดยใช้กระบวนการผลิตของโรงงานผู้ผลิต ตั้งแต่การคิด วางแผน ออกแบบ ใช้เครื่องจักรในการผลิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อประหยัดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการวางแผนจัดการโรงงานผลิต และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงการลงทุนการผลิตอีกด้วย โรงงานผลิตแบบ OEM ส่วนใหญ่มักจะเป็นโรงงานที่เปิดใหม่ หรือโรงงานที่ไม่เน้นการสร้างแบรนด์ แต่เน้นผลิตให้กับแบรนด์อื่นๆที่ต้องการการผลิตน้อย และไม่จำเป็นต้องมีโรงงานผลิตของตนเอง ข้อดีของ OEM ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเจ้าของแบรนด์&#160; เจ้าของแบรนด์ขนาดเล็กไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการดูแลกระบวนการผลิต มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลการผลิตและคอยให้คำปรึกษา สามารถย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่าได้ตลอด ข้อเสียของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-oem-odm-and-obm/">รู้หรือไม่? กลยุทธ์การผลิต OEM , ODM และ OBM คืออะไร? ช่วยธุรกิจได้อย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">กลยุทธ์การผลิต OEM , ODM และ OBM คือ การกำหนดการดำเนินการผลิตภายในองค์กร เป็นกลยุทธ์เพื่อการวางแผนผลิตสินค้า และแบรนด์ต่างๆ เช่น ครีม เครื่องสำอาง อาหารเสริม บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น แล้วแต่ละตัวมีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Wisdom มีคำตอบ…</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-oem"><strong>OEM คืออะไร?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">OEM หรือ Original Equipment Manufacturing คือ การผลิตสินค้าให้กับผู้ซื้อ โดยไม่มีตราสินค้า ผู้ผลิตจะรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ตามที่ผู้ซื้อกำหนด แล้วติดชื่อแบรนด์ของผู้ซื้อ หรืออาจจะไม่ติดเลยก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อ โดยใช้กระบวนการผลิตของโรงงานผู้ผลิต ตั้งแต่การคิด วางแผน ออกแบบ ใช้เครื่องจักรในการผลิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้ซื้อประหยัดต้นทุน ประหยัดค่าใช้จ่ายในการวางแผนจัดการโรงงานผลิต และไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงการลงทุนการผลิตอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">โรงงานผลิตแบบ OEM ส่วนใหญ่มักจะเป็นโรงงานที่เปิดใหม่ หรือโรงงานที่ไม่เน้นการสร้างแบรนด์ แต่เน้นผลิตให้กับแบรนด์อื่นๆที่ต้องการการผลิตน้อย และไม่จำเป็นต้องมีโรงงานผลิตของตนเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-oem-1"><strong>ข้อดีของ OEM</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับเจ้าของแบรนด์&nbsp;</li><li>เจ้าของแบรนด์ขนาดเล็กไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการดูแลกระบวนการผลิต</li><li>มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลการผลิตและคอยให้คำปรึกษา</li><li>สามารถย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่าได้ตลอด</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-oem-2"><strong></strong><strong>ข้อเสียของ OEM</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ต้นทุนการผลิตสูงกว่าการผลิตเอง</li><li>คุณภาพสินค้าเหมือนกับแบรนด์ทั่วไปในตลาด ไม่มีความแตกต่างมากนัก</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-oem-3"><strong>ตัวอย่าง OEM</strong></h2>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/Ptyf1jB8ZFE7Sk37uKYpcb3CIvxBMe1fnSzXYsf4lg2k742BsQB9g7v0WCvgaheDHJVH2ZMpKGESEnbCKQljhkUsbrTX9eOV5iLDvZboNFHfjHhLP2rwSug8hd5mhpBjxaDC9URO=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก oemfoodsth.com</p>



<p class="wp-block-paragraph">OEM Foods&nbsp; โรงงานผลิตน้ำพริก ขนม อาหารแปรรูป ผ่านมาตรฐาน FDA ในการผลิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">รับผลิต ตีแบรนด์สินค้า รับยื่นจด อย. อาหารและจำหน่ายแพคเกจกิ้งครบ ในราคาถูก</p>



<p class="wp-block-paragraph">เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์รายใหม่ที่มีต้นทุนน้อยแต่ต้องการสร้างแบรนด์</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-odm"><strong>ODM คืออะไร?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ODM หรือ Original Design Manufacturing คือ การผลิตภายใต้แบรนด์ของผู้ซื้อ ซึ่งผู้ผลิตมีหน้าที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ ออกแบบ วางองค์ประกอบต่างๆ ออกมาภายใต้แบรนด์ของผู้ซื้อ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ OEM แต่ ODM สามารถพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ทำการผลิต และนำเสนอต่อผู้ซื้อได้ เป็นการทำงานร่วมกัน ปรึกษาหารือกันเพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมาดีที่สุด โดยที่ผู้ซื้อมีหน้าที่วางจำหน่ายและกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาด ทำให้การผลิตรูปแบบ ODM จะทำให้ผลิตภัณฑ์ออกมาพิเศษกว่าแบบ OEM แต่ก็มักจะมีค่าใช้จ่ายตามมาด้วยเช่นกัน แต่ก็เหมาะสมสำหรับผู้ที่เริ่มสร้างแบรนด์ใหม่ๆ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-odm-1"><strong>ข้อดีของ ODM</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องคิดค้น พัฒนา ออกแบบสินค้าด้วยตนเอง</li><li>ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกว่าในตลาด</li><li>ผู้ซื้อลดต้นทุนการผลิตได้</li><li>สามารถย้ายฐานการผลิตไปยังฐานการผลิตที่ต้นทุนต่ำกว่าได้</li><li>ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงในการผลิต</li><li>มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลการผลิตและคอยให้คำปรึกษา</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-odm-2"><strong></strong><strong>ข้อเสียของ ODM</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>ต้นทุนการผลิตสูงกว่าการผลิตเอง</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-odm-3"><strong>ตัวอย่าง ODM</strong></h2>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/zpNilKFybhmv9looDv3zW1pOvvT53XJvchQ4S_khxqpVFZc9Q26d0lWRjDnvL_l6AHiJc2lwaUrC96AOJZ7vKsRPCDxs9v86DYXEUe6P98o4UkhlR0Wj2piXxo7ZmN9jn0YcVE8O=s0" alt=""/></figure>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/UgGdgAxzJFCaKHjKQhgLjK0IdYDwd_SrCzZdwdGKh51hNwfkFV2TXlgxoFjsZWaWDrT2JkwI0q_DsJ1xXo5AFg10h7eVVCwOab1wkAmQ7U5NdkcIPGvtiX4rdRXbCkLCt7nv2DUD=s0" alt=""/></figure>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/Nh9USB69EV7z9VHaKpg7LfC5_SCSwVpLYsM8yZTlZSlVtMwLNAy-_7D9lzp6YPlhJ3Ux8cBpRlN2KhAjxau6YBljpj8mOKKs0FZEDDy5UpGUEh592AuXD3dKmnWPcD2nbtaDDbut=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก ionique.co.th</p>



<p class="wp-block-paragraph">โรงงานผลิตปุ๋ยไอออนิค ผู้รับผลิตปุ๋ยตามสูตรที่ต้องการ สามารถตีตราสินค้าลงบนแบรนด์ของตนเองได้</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยรับผลิตและสร้างแบรนด์ปุ๋ย ผ่านโรงงานมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง ISO 9001:2015</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยจะมีทีมวิจัยและพัฒนาเป็นของตัวเอง นำเสนอสูตรปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้แก่ผู้ซื้อ และผู้ซื้อสามารถตีตราสินค้าของตนเองลงไปได้</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-obm"><strong>OBM คืออะไร?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">OBM หรือ Original Brand Manufacturing คือ การผลิตภายใต้แบรนด์ของผู้ผลิต เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีความมั่นคง และเติบโตอย่างเต็มที่ มีชื่อเสียงในวางกว้าง มีการทำการตลาดภายใต้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถทำการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ในปริมาณมากภายใต้แบรนด์ของตนเอง โดยดำเนินการเองตั้งแต่คิดค้น วิจัย พัฒนา วางแผนกระบวนการผลิต ผลิต และวางจำหน่ายในตลาด ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้มากทีเดียว</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-obm-1"><strong>ข้อดีของ OBM</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>มีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ทำให้ปรับเปลี่ยน หรือผลิตสินค้าอื่นๆได้มากเท่าที่ต้องการ</li><li>ลดต้นทุนการผลิตได้มาก</li><li>สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การผลิตสินค้าได้มาก</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-obm-2"><strong></strong><strong>ข้อเสียของ OBM</strong></h2>



<ul class="wp-block-list"><li>สามารถผลิต และออกแบบสินค้าทุกอย่างได้ด้วยตนเอง แต่ไม่มีผู้ให้คำปรึกษาในการผลิต</li><li>ต้นทุนการสร้างโรงงงานการผลิตสูง</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-obm-3"><strong>ตัวอย่าง OBM</strong></h2>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/jon3m_Sxocipt8OpIyV0GHKuhqxTCt-fYz3TTyekEpQ2lG37as-mMkhwI6IYpovWOJ5wJU6XhROBgSDIVghG9o-X2SMqFMJhnzIiPkzwOMQPNVYFohg3e1dOUwEwn7LRAKdcF8qy=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">2 เอ็ม อโกรเท็ค ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปุ๋ยคุณภาพพรีเมี่ยมภายใต้มาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร</p>



<p class="wp-block-paragraph">โรงงานผลิตได้มาตรฐาน Green Industry คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี มีมาตรฐานสากล</p>



<p class="wp-block-paragraph">และจัดจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ ท็อปป์ฟิลโลร์</p>



<p class="wp-block-paragraph">สรุป</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/Dsn4hAr0l9ZJ2CTQHFN0T4YSQI-eZVh4gOhjQ9Q7LuDlHgZnFff_HNqpT3wAjaFtiAlRBMQW30xLyLKl2vBirhsDs_uig_38-hj5QMPXk_htUv-vgmjWUOpxLFri-t8_3Y5NjATL=s0" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">จากที่กล่าวมาทั้งหมด OEM, ODM, และ OBM มีความคล้ายคลึงกัน และสามารถดำเนินการแต่ละแบบร่วมกันได้เพื่อลดความเสี่ยงในการผลิต เช่น ผลิตสินค้าให้ผู้ซื้อแบบ OEM ก็สามารถมีแบรนด์ของตัวเองแบบ OBM ได้เช่นกัน หรือ ผลิตสินค้าแบบ OBM แต่อยากมีฐานลูกค้าเพิ่ม และมีรายได้หลากหลายช่องทาง มีทรัพยากรการผลิต โรงงานเครื่องจักรก็สามารถรับบริการการผลิตแบบ OEM หรือ ODM ได้ใช้กัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา projectmaterials / starlity.com</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-oem-odm-and-obm/">รู้หรือไม่? กลยุทธ์การผลิต OEM , ODM และ OBM คืออะไร? ช่วยธุรกิจได้อย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-oem-odm-and-obm/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไขข้อสงสัยธุรกิจ SMEs และ Start-Up คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/startup-vs-sme/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/startup-vs-sme/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 11:06:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Business Ideas]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[business tips]]></category>
		<category><![CDATA[SMEs business]]></category>
		<category><![CDATA[Start Up Business]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25765</guid>

					<description><![CDATA[<p>SMEs (Small and Medium Enterprises) คือ ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงกลาง ที่ดำเนินการธุรกิจแบบเป็นรูปธรรม มักจะเป็นการให้บริการ หรือขายสินค้า ที่สามารถจับต้องได้ทั่วไป โดยมีไอเดียการสร้างสินค้าใหม่ๆ หรือการสร้างแบรนด์ที่เป็นนวัตกรรมมาส่งเสริมสินค้าและบริการเดิมที่มีอยู่ได้&#160; Start-Up คือ ธุรกิจที่เริ่มต้นจากแนวคิด ไอเดียการทำธุรกิจ ที่เน้นการเติบโตที่รวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น มักจะเป็นธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน หรือเข้ามาช่วยแก้ปัญหา หรือ Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายได้ เรียกได้ว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ SMEs และ Start-Up แตกต่างกันอย่างไร? แตกต่างที่ขนาดธุรกิจ ในขณะที่ SMEs มีขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลาง มีพนักงานแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับธุรกิจ แต่Start-Up จะมีขนาดเล็กมาก ถึงขั้นที่มีพนักงานในบริษัท ไม่ถึง 10 คน ไปจนถึง 100 คนแต่มีรายได้มหาศาล&#160; รูปแบบการทำธุรกิจที่แตกต่างกัน SMEs เป็นสินค้าหรือบริการที่มีอยู่แล้วในท้องตลาด ปรับปรุง พัฒนาจากเทคโนโลยีเดิมที่มี และมีกระบวนการผลิตที่รวดเร็วตอบสนองต่อความต้องการที่มีอยู่แล้วในตลาด ในขณะที่ Start-Up เป็นสิ่งใหม่ๆที่ไม่ค่อยมีในตลาด ใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/startup-vs-sme/">ไขข้อสงสัยธุรกิจ SMEs และ Start-Up คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">SMEs (Small and Medium Enterprises) คือ ธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงกลาง ที่ดำเนินการธุรกิจแบบเป็นรูปธรรม มักจะเป็นการให้บริการ หรือขายสินค้า ที่สามารถจับต้องได้ทั่วไป โดยมีไอเดียการสร้างสินค้าใหม่ๆ หรือการสร้างแบรนด์ที่เป็นนวัตกรรมมาส่งเสริมสินค้าและบริการเดิมที่มีอยู่ได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">Start-Up คือ ธุรกิจที่เริ่มต้นจากแนวคิด ไอเดียการทำธุรกิจ ที่เน้นการเติบโตที่รวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น มักจะเป็นธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน หรือเข้ามาช่วยแก้ปัญหา หรือ Pain Point ของกลุ่มเป้าหมายได้ เรียกได้ว่าเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-smes-start-up"><strong>SMEs และ Start-Up แตกต่างกันอย่างไร?</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>แตกต่างที่ขนาดธุรกิจ</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ SMEs มีขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลาง มีพนักงานแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับธุรกิจ แต่Start-Up จะมีขนาดเล็กมาก ถึงขั้นที่มีพนักงานในบริษัท ไม่ถึง 10 คน ไปจนถึง 100 คนแต่มีรายได้มหาศาล&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>รูปแบบการทำธุรกิจที่แตกต่างกัน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">SMEs เป็นสินค้าหรือบริการที่มีอยู่แล้วในท้องตลาด ปรับปรุง พัฒนาจากเทคโนโลยีเดิมที่มี และมีกระบวนการผลิตที่รวดเร็วตอบสนองต่อความต้องการที่มีอยู่แล้วในตลาด</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขณะที่ Start-Up เป็นสิ่งใหม่ๆที่ไม่ค่อยมีในตลาด ใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา และปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h--2"><strong>ที่มาของเงินทุนแตกต่างกัน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">SMEs มักจะเป็นการลงทุนธุรกิจที่มาจากเจ้าของกิจการ หรือการกู้ยืมจากธนาคาร แต่ Start-Up มักจะมาจากการลงทุนของนักลงทุน หรือผู้ที่สนใจในรูปแบบธุรกิจนั้นๆ เพื่อให้ผลประโยชน์ในอนาคต</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h--3"><strong>รูปแบบของทรัพย์สินที่แตกต่างกัน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">SMEs เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ แต่ Start-Up เป็นทรัพย์สินทางปัญญา</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h--4"><strong>การเติบโตของธุรกิจที่แตกต่างกัน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">SMEs มักจะมีรูปแบบคงที่ และมีต้นทุนคงที่จากการผลิตการดำเนินงาน และมีการผันแปรของต้นทุนต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้มีการเติบโตช้า และยากในการเข้าถึงของผู้บริโภค</p>



<p class="wp-block-paragraph">แตกต่างกัน Start-Up สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดได้ เพราะเป็นนวัตกรรมที่จะอยู่ที่ไหนก็สามารถใช้ได้ และแก้ปัญหาต่อการใช้ชีวิตของคนในวงกว้าง</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-smes-start-up-1"><strong>ตัวอย่างธุรกิจ SMEs และ Start-Up</strong></h2>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/2H7zeDnzFMjgJU2eq5I3UglRgEbUl63wIlDvZt4hd5gIdP1g3_hgKSRASCW0elGd0nspJ47JwkJ_l9xyxLZv_Woqir6hIl8fwdqRRkrNwfIMjE6MElQQ25seBUZxZ6xrjELe7qaF=s0" alt="" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-smes-start-up-2"><strong>SMEs และ Start-Up แบบไหนดีกว่ากัน?</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อดี ของธุรกิจ SMEs&nbsp;</p>



<ol class="wp-block-list"><li>ได้รับการสนุบสนุนจากนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเงินกู้ สิทธิประโยชน์ทางภาษี และความรู้ในการประกอบธุรกิจจากกรมพัฒนาธุรกิจด้านการค้า (DBD) สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เป็นต้น</li><li>ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทเอกชนชั้นนำ เพื่อประโยชน์ด้านสังคม และเป็นการสร้างคอมมูนิตี้</li><li>สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์กรได้อย่างรวดเร็ว</li><li>มีการสื่อสารภายในองค์กรรวดเร็ว</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อดี ของธุรกิจ Start-Up</p>



<ol class="wp-block-list"><li>ได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากรัฐบาล ได้แก่ สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกรมสรรพากร การสนับสนุนกิจการหรืออุตสาหกรรมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน รวมถึงการส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์และดิจิทัล เป็นต้น</li><li>การสนับสนุนสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรม เช่น การวางมาตรฐานและกฎเกณฑ์ที่จำเป็น ความปลอดภัยจากการคุกคามโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และ Startup Thailand</li><li>การสนับสนุนสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมจากภาคเอกชน เช่น True Digital Park, 500TukTuks, KBTG, InVent by Intouch เป็นต้น</li><li>ไม่ต้องเสี่ยงลงทุนด้วยตนเอง เพราะมักจะมีนักลงทุนคอยให้การสนับสนุนอยู่เสมอ</li><li>เติบโตไว เพราะมีการสนับสนุนจาก Start-Up เช่น WONGNAI X LINEMAN</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อเสีย ของธุรกิจ SMEs</p>



<ol class="wp-block-list"><li>SMEs ถูกต่อยอดจากธุรกิจครอบครัวเป็นส่วนใหญ่และมีการจัดการระบบแบบเก่า จึงค่อนข้างปรับเปลี่ยนยาก&nbsp;</li><li>มีต้นทุนการบริหารงานจำนวนมาก และต้องใช้กำลังมากในการสร้างกลุ่มเป้าหมาย</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ข้อเสีย ของธุรกิจ Start-Up</p>



<ol class="wp-block-list"><li>การลงทุนมีความเสี่ยง จึงต้องมีการทำการตลาดค่อนข้างมาก เพื่อเพิ่มการสร้างการรับรู้ และจำนวนผู้ใช้งาน</li><li>ผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไว และนวัตกรรมบางอย่างอาจไม่ตอบโจทย์&nbsp;</li><li>ไม่มีทรัพย์สินถาวร หากไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่สามารถนำทรัพย์สินอื่น ๆ ไปขายทอดตลาดได้เหมือนกับ SMEs เรียกได้ว่าไม่มีมูลค่าทางธุรกิจนั่นเอง</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">ถึงแม้ SMEs และ Start-Up จะมีความแตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นก็คือ “การตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า” และต้องรับมือให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงไปของพฤติกรรมผู้บริโภค เพราะหากไม่มีการปรับตัว ก็อาจทำให้ธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา https://shortrecap.co/</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/startup-vs-sme/">ไขข้อสงสัยธุรกิจ SMEs และ Start-Up คืออะไร? แตกต่างกันอย่างไร?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/startup-vs-sme/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทำความรู้จัก Platform Business Model คืออะไร? เริ่มทำธุรกิจแพลตฟอร์มควรดูอะไรบ้าง?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-platform-business/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-platform-business/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 11:03:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Business Ideas]]></category>
		<category><![CDATA[Business model]]></category>
		<category><![CDATA[Business Strategy]]></category>
		<category><![CDATA[business tips]]></category>
		<category><![CDATA[Platform Business Model]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25763</guid>

					<description><![CDATA[<p>Platform หรือ แพลตฟอร์ม เป็นรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่ช่วยสร้าง “มูลค่าเศรษฐกิจ” มากกว่า 2 กลุ่มธุรกิจขึ้นไป เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างผู้บริโภค (consumer) และ ผู้ผลิต (producers) คอยอำนวยความสะดวกต่างๆ ตัวอย่างเช่น Airbnbm, PayPal, Shopee, Grab ,Facebook เป็นต้น ฟังก์ชันของธุรกิจ Platform มีรูปแบบการทำธุรกิจต่างจากเดิมที่ธุรกิจจะมีความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง เปลี่ยนผันเป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมีธุรกิจ Platform มาเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้ซื้อ บริการเครื่องมือต่างๆที่สำคัญและปล่อยให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วม และมีบทบาท คำจัดกัดความของธุรกิจ Platform ธุรกิจรูปแบบ Platform เป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างมูลค่าและอำนายความสะดวกในการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไป ซึ่งมักจะเป็นผู้บริโภคและผู้ผลิต เช่นเดียวกับ Uber, Facebook, Alibaba ธุรกิจเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่มีคลังสินค้า และควบคุมสินค้าคงคลังโดยตรงผ่านซัพพลายเชน เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนโดยลดต้นทุนการทำธุรกรรมและการใช้นวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการสร้างแอพลิเคชั่นส่วนตัว รวมไปถึงลดความผิดพลาดจากการสร้างแอพลิเคชั่นอีกด้วย Platform ไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่คือ “ผู้คน” ที่มารวมตัวกันเพื่อการแลกเปลี่ยนซื้อขายผ่านทางแพลตฟอร์ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-platform-business/">ทำความรู้จัก Platform Business Model คืออะไร? เริ่มทำธุรกิจแพลตฟอร์มควรดูอะไรบ้าง?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Platform หรือ แพลตฟอร์ม เป็นรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ที่ช่วยสร้าง “มูลค่าเศรษฐกิจ” มากกว่า 2 กลุ่มธุรกิจขึ้นไป เป็นเสมือนตัวกลางระหว่างผู้บริโภค (consumer) และ ผู้ผลิต (producers) คอยอำนวยความสะดวกต่างๆ ตัวอย่างเช่น Airbnbm, PayPal, Shopee, Grab ,Facebook เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ฟังก์ชันของธุรกิจ Platform มีรูปแบบการทำธุรกิจต่างจากเดิมที่ธุรกิจจะมีความสัมพันธ์กับลูกค้าโดยตรง เปลี่ยนผันเป็นการสร้างปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า โดยมีธุรกิจ Platform มาเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตกับผู้ซื้อ บริการเครื่องมือต่างๆที่สำคัญและปล่อยให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วม และมีบทบาท</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-platform"><strong>คำจัดกัดความของธุรกิจ Platform</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจรูปแบบ Platform เป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างมูลค่าและอำนายความสะดวกในการแลกเปลี่ยนระหว่างกลุ่มที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไป ซึ่งมักจะเป็นผู้บริโภคและผู้ผลิต เช่นเดียวกับ Uber, Facebook, Alibaba ธุรกิจเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่มีคลังสินค้า และควบคุมสินค้าคงคลังโดยตรงผ่านซัพพลายเชน เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนโดยลดต้นทุนการทำธุรกรรมและการใช้นวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนการสร้างแอพลิเคชั่นส่วนตัว รวมไปถึงลดความผิดพลาดจากการสร้างแอพลิเคชั่นอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">Platform ไม่ใช่แค่การใช้เทคโนโลยี ไม่ใช่เพียงแค่ซอฟต์แวร์ แต่คือ “ผู้คน” ที่มารวมตัวกันเพื่อการแลกเปลี่ยนซื้อขายผ่านทางแพลตฟอร์ม ทำให้ Platform กลายเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างมูลค่าได้จำนวนมาก</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-platform-1"><strong>ทำไมธุรกิจรูปแบบ Platform จึงน่าสนใจ?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจรูปแบบ Platform ที่ประสบความสำเร็จมักไม่ได้ถือครองสินทรัพย์ที่เป็นชิ้นเป็นอัน เช่น Airbnb, Uber และ Instagram แต่ก็สามารถสร้างเม็ดเงินได้มหาศาล ทำให้ธุรกิจรูปแบบนี้กลายเป็นที่น่าสนใจ และน่าจับตามองทั่วโลก และในไทย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">3 แพลตฟอร์ม ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ Google, Apple, และ Facebook ที่กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในปี 2559 นอกจากนี้ Forbes ยังรายงานว่า 11 ใน 20 อันดับแรกของธุรกิจที่มีมูลค่าสูงที่สุดในต้นปี 20117 ยังเป็นธุรกิจรูปแบบแพลตฟอร์มอีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">การเสนอซื้อขายหุ้น IPO และการเข้าซื้อกิจการของรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่มักจะเป็นการซื้อขายธุรกิจ Start up ที่มีการดำเนินการธุรกิจรูปแบบ Platform อีกด้วย เช่น Amazon, eBay, Instagram, YouTube, Twitch, Snapchat, Slack, WhatsApp, Waze, Uber, Lyft, Airbnb, Pinterest, Square, Social Finance, GitHub, Kickstarter, ZocDoc และอื่นๆอีกมากมาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">และการเติบโตธุรกิจรูปแบบ Platform ยังเติบโตในประเทศอื่นๆด้วย อย่างประเทศจีน ที่มีแพลตฟอร์ม Alibaba, Tencent, Baidu และ Rakuten ที่ครองตลาดทั้งในจีน และประเทศอื่นๆในทวีปเอเชีย&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น Alibaba ได้ควบคุมตลาด e-commerce ของจีนมากถึง 80%, baidu มีการค้นหาในจีนมากกว่า 70%, Tencent เป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในเอเชีย, Wechat มีผู้ใช้งานกว่า 850 ล้านคนและยังเป็นบริษัทเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นต้น</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-platform-2"><strong></strong><strong>รูปแบบของธุรกิจ Platform มีรูปแบบใดบ้าง?</strong></h1>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/zd8LbYB3s2ircb0LvROZ8SUaLGajcE_AV6ew-ePJTU6UbnAryYgY-odYknVfSS06FuC-TNTF-qAGOMh4US1vMKZ5AilIdNG88hs07FBHZuWW3aP7F4MCTPbGa7C0BpSsHv2EABLm=s0" alt="แพลตฟอร์มมีหลายรูปแบบ แต่ทั้งหมดล้วนมีอิทธิพลเหนืออุตสาหกรรมของตน" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก applicoinc</p>



<ol class="wp-block-list"><li>Services marketplace แพลตฟอร์มธุรกิจบริการตลาดการค้า</li><li>Product marketplace แพลตฟอร์มธุรกิจการค้าสินค้า</li><li>Payment platform แพลตฟอร์มธุรกิจการชำระเงิน (P2P หรือ B2C)</li><li>Investment platform แพลตฟอร์มธุรกิจการลงทุน หรือการแลกเปลี่ยนเงินตา ไม่ว่าจะเป็นตราสาร หรือเงินกู้ และอื่นๆ</li><li>Social networks แพลตฟอร์มที่เป็นการเชื่อมต่อการภายในสังคม หรือคอมมูนิตี้</li><li>Communication platform แพลตฟอร์มการสื่อสารทางสังคมโดยตรง (เช่น การส่งข้อความ)</li><li>Development platforms</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; Closed development platform แพลตฟอร์มแบบปิด สร้างขึ้นเพื่อการเข้าถึงข้อมูล (ปกติจะอยู่ในรูปแบบ API)</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; Controlled development platform แพลตฟอร์ม (ซอฟต์แวร์ที่สร้างขึ้นในสภาพแวดล้อมที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการควบคุมการทำงาน)<br>&#8211; Open development platform แพลตฟอร์มฟรี หรือ open source</p>



<ol class="wp-block-list" start="8"><li>Content platforms</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; Social แพลตฟอร์มเนื้อหาที่มุ่งเน้นการค้นพบและโต้ตอบกับบุคคลอื่นๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; Media แพลตฟอร์มเนื้อหาที่มุ่งเน้นการค้นพบและโต้ตอบกับบุคคลอื่นๆในรูปแบบสื่อ (ภาพ, วีดีโอ)</p>



<ol class="wp-block-list" start="9"><li>Social gaming platform แพลตฟอร์มการโต้ตอบการเล่นเกมส์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้หลากหลายคน ทั้งการแข่งขันและการร่วมมือกัน</li></ol>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-platform-3"><strong>เริ่มต้นธุรกิจ Platform ควรดูอะไรบ้าง?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">แม้จะมีธุรกิจมากมายประสบความสำเร็จในฐานะธุรกิจ Platform แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจคือ “การพัฒนากลยุทธ์” การทำ Platform จะต้องเน้นคุณค่าและเอกลักษณ์ของตัวเอง และหลีกเลี่ยงการเรียนแบบธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้ธุรกิจมีแนวทางของตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนเริ่มทำธุรกิจ คือ</p>



<ol class="wp-block-list"><li>แพลตฟอร์มของเราจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนมูลค่าอย่างไร?</li><li>แพลตฟอร์มของเราจะดึงดูดผู้ใช้งานอย่างไร?</li><li>แพลตฟอร์ทจะส่งเสริมการมีปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคและผู้ผลิตได้อย่างไร? และเพิ่มมูลค่าได้อย่างไร?</li></ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-platform-4"><strong>การแลกเปลี่ยนมูลค่าภายใน Platform</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ใช้งานของแพลตฟอร์มจะได้รับประโยชน์ในด้านใดบ้าง เช่น Grab food มีการแลกเปลี่ยนระหว่างร้านอาหาร คนขับ และผู้ใช้งาน แล้วแต่ละฝ่ายได้ประโยชน์อะไรบ้าง<br>&#8211; ร้านอาหารได้ออเดอร์ที่เพิ่มมากขึ้น&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; คนขับได้ค่าขับรถส่งสินค้าระหว่างร้านอาหารและผู้ใช้<br>&#8211; ผู้ใช้งาน ได้ความสะดวกสบาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8211; Grab food ได้รับค่า GP จากร้านอาหารตามจำนวนออเดอร์</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>การดึงดูดผู้ใช้งานและผลักดันแพลตฟอร์มให้เป็นที่รู้จัก</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ใช้จะไม่มาที่แพลตฟอร์มหากแพลตฟอร์มไม่มีคุณค่ามากพอ และหากไม่มีผู้คนมาที่แพลตฟอร์มก็จะไม่มีผู้ใช้งานอื่นๆตามมาด้วย ตัวอย่างเช่น Grab food หากไม่มีคนขับคอยรับส่งอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานก็จะรู้สึกว่าแพลตฟอร์มนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ และหันไปใช้ช่องทางอื่น เมื่อมีมีผู้ใช้งาน ร้านอาหารก็จะรู้สึกว่า แพลตฟอร์มนี้ไม่สามารถสร้างยอดขายให้กับร้านของตนได้ เป็นต้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>การส่งเสริมปฎิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งาน</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องมีการส่งเสริมการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งาน ตั้งแต่ผู้บริโภคไปจนถึงผู้ผลิต อย่างข้อมูลร้านอาหารต่างๆบน Grabfood จะมีเมนูอาหาร มีการเลือกรายละเอียดต่างๆ สามารถโต้ตอบกับคนขับได้ และยังมีการให้เรทร้านอาหารต่างๆ ตั้งแต่ 1 ดาว ไปจนถึง 5 ดาว</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-platform-business-model-canvas"><strong>ตัวอย่าง Platform Business Model Canvas</strong></h1>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh6.googleusercontent.com/eZNjFqbXchG5PinHI-BQQfZ93fTKHlqH2SCFSsGK8NXZmW9XGfT_xCYFaJq5Xmtemu8DWbIATYlnTkJIHFVsZwkMQxP6wxwT_4lKxXlAJmViYjB-0gn89GvQixrGagVHkQ02EJsf=s0" alt="" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก theplatformcanvas</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh4.googleusercontent.com/1YSKlwUXHvRA9iDgEfnKM25T3Wj7r6Pa2UOL2OsQBr7Yhjgyag1ZMVVx1dM7wgacEsKnzjD5B_hml-xen2D_hNN92AWH_N65VJqIJsNw8WG4oIL5Kn4pfZ-4xdkh93PB0XUM2hCQ=s0" alt="" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก TDC</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-platform-500"><strong>ตัวอย่างธุรกิจรูปแบบ Platform ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph"><strong><img loading="lazy" decoding="async" alt="ธุรกิจแพลตฟอร์มใน S&amp;P 500 ในช่วงสี่สิบปีที่ผ่านมา" src="https://lh3.googleusercontent.com/pyI1OxU1lEYwsa_nh6CFVAVTa82xTb9ftDvPK1fqcjVa_XOJrtNBKD_9sWFnVOeLPlRZHuHi8ptzZMdHNorHbySmH03uORmM2cqoNNJ7wX6Opi9cTIe0BJyaniawJ7KU0fo-u0Wv=s0" width="625" height="358"></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก applicoinc</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-platform-2020"><strong>ตัวอย่างธุรกิจรูปแบบ Platform ในประเทศไทยปี 2020</strong></h1>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh3.googleusercontent.com/1qEYb01w_92rxa8VBT69Tz70D2aMF0ePo-C69jb0SwNHXO1RSqtHltyghRegf5sxRTTdXY78lnW7zTDir_MDfycFsJLeSWqVIxYS3Q8aSL_ZHiQSF9ZE9Ip44l0skiGLV6wWaLq1=s0" alt="" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ขอบคุณรูปภาพจาก TDC</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-platform-business/">ทำความรู้จัก Platform Business Model คืออะไร? เริ่มทำธุรกิจแพลตฟอร์มควรดูอะไรบ้าง?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-platform-business/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Podcast คืออะไร ช่วยในการโปรโมทหรือทำการตลาดได้อย่างไร</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Sep 2021 10:58:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Podcast]]></category>
		<category><![CDATA[Podcast marketing]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25752</guid>

					<description><![CDATA[<p>พอดแคสต์ หรือ Podcast คือ ไฟล์เสียงดิจิตอลที่เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต คล้ายคลึงกับการจัดวิทยุ แต่สำหรับ Podcast จะอยู่บนออนไลน์ ทำให้สามารถฟังได้ตลอดเวลา และฟังเมื่อไหร่ก็ได้ หรือที่เรียกว่า On-Demand Program โดยผู้จัดจะมีหัวข้อ มีรูปแบบการจัดรายการที่แตกต่างกันออกไป มี่ความยาวประมาณ 5-30 นาทีต่อตอน&#160; ทำไม Podcast จึงน่าสนใจ? Pod Cast ได้รับความนิยมในไทย หลังจากที่เริ่มมีผู้จัดรายการเป็นภาษาไทยมากขึ้น ทำให้คนไทยสนใจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จากรายงานของ Adobe Analytics พบว่า มีคนฟัง Podcast มากขึ้นจากการอ้างอิงผลสำรวจจากชาวสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,008 คน สะท้อนพฤติกรรมการฟัง Podcast รวมไปถึงข้อมูล Comscore ของผู้ใช้งานบนมือถือจำนวน 193 ล้านคนต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม 2561 &#8211; พฤษภาคม 2562 ผลการศึกษาพบว่า การใช้งานแอพ Podcast บนมือถือเพิ่มสูงขึ้น 60% โดย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/">Podcast คืออะไร ช่วยในการโปรโมทหรือทำการตลาดได้อย่างไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">พอดแคสต์ หรือ Podcast คือ ไฟล์เสียงดิจิตอลที่เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต คล้ายคลึงกับการจัดวิทยุ แต่สำหรับ Podcast จะอยู่บนออนไลน์ ทำให้สามารถฟังได้ตลอดเวลา และฟังเมื่อไหร่ก็ได้ หรือที่เรียกว่า On-Demand Program โดยผู้จัดจะมีหัวข้อ มีรูปแบบการจัดรายการที่แตกต่างกันออกไป มี่ความยาวประมาณ 5-30 นาทีต่อตอน&nbsp;</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast"><strong>ทำไม Podcast จึงน่าสนใจ?</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">Pod Cast ได้รับความนิยมในไทย หลังจากที่เริ่มมีผู้จัดรายการเป็นภาษาไทยมากขึ้น ทำให้คนไทยสนใจเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน จากรายงานของ Adobe Analytics พบว่า มีคนฟัง Podcast มากขึ้นจากการอ้างอิงผลสำรวจจากชาวสหรัฐอเมริกา จำนวน 1,008 คน สะท้อนพฤติกรรมการฟัง Podcast รวมไปถึงข้อมูล Comscore ของผู้ใช้งานบนมือถือจำนวน 193 ล้านคนต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคม 2561 &#8211; พฤษภาคม 2562</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผลการศึกษาพบว่า การใช้งานแอพ Podcast บนมือถือเพิ่มสูงขึ้น 60% โดย 1 ใน 4 เป็นผู้ใช้งานครั้งแรกในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา Adobe Analytics คาดว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่ผู้ฟัง 45% ระบุว่ามีแผนที่จะฟัง Podcast เพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยพวกเขาจะค้นหารายการ Podcast ผ่านบล็อกออนไลน์ และบทความและบล็อกออนไลน์ โดยประมาณ 41%</p>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มผู้ฟัง Podcast ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Millennials รองลงมาเป็นกลุ่ม Gen Z พฤติกรรมของผู้ฟังส่วนใหญ่จะฟังขณะเดินทางไปทำงานหรือขณะทำงาน 52% และ 42% ฟังขณะอยู่บนรถยนต์ อีก 18% ฟังบนเครื่องบิน 16% ฟังในเวลาว่าง และ 16% ฟังขณะออกกำลังกายหรือตอนไปยิม</p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากนี้ จากผลการศึกษายังชี้ว่า Podcast จะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีประสิทธิภาพสำหรับการโฆษณา โดย 60% ระบุว่า ตนเองค้นหาสินค้าหรือบริการหลังจากได้ยินโฆษณา และ 25% ได้ทำการซื้อสินค้าที่พบผ่านโฆษณาใน Podcast ขณะที่ 58% ของผู้ฟังยอมรับว่าตนเองข้ามโฆษณาใน Podcast</p>



<p class="wp-block-paragraph">ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 72% ของผู้ฟัง Podcast ที่เคยได้ยินโฆษณาขณะที่ฟัง 1 ใน 3 คิดว่าโฆษณาบน Podcast กระตุ้นความอยากซื้อมากกว่าโฆษณาในรูปแบบอื่นๆ&nbsp; นอกจากนี้ 40% ยังคิดว่าการโฆษณาบน Podcast สร้างความน่าอึดอัดขณะฟังน้อยกว่าโฆษณาประเภทอื่นๆ ซึ่งจากผลสำรวจดังกล่าว แสดงแนวโน้มว่า โฆษณาบน Podcast จะมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงฐานลูกค้าที่เกี่ยวข้องได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง &#8211;</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast-1"><strong>Podcast ช่วยในการสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างไร?</strong></h1>



<ol class="wp-block-list"><li>ช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายขณะเดินทาง เพราะการเดินทางแต่ละวันใช้เวลานาน ทำให้กลุ่มเป้าหมายสามารถฟัง Podcast ขณะเดินทางได้</li><li>ทุกคนสามารถเข้าถึง Podcast ได้ ทำให้สามารถดาวน์โหลด และฟัง Podcast ได้อย่างรวดเร็วจากทุกที่ทั่วโลก</li><li>การพูดเร็วกว่าการเขียน ทำให้เข้าถึงผู้คนได้รวดเร็วมากกว่า เพราะการเขียนนั้นใช้เวลามาก แต่ Podcast ใช้เวลา 30 นาทีแต่สามารถสรุปใจความสำคัญต่างๆได้ แต่ถึงอย่างไรนั้น การเขียนบล็อกต่างๆก็ยังสำคัญ</li><li>การฟังง่ายกว่าการอ่าน เช่นเดียวกับ พูดเร็วกว่าเขียน หลายๆคนชอบการฟังมากกว่าการอ่าน แม้ว่า 65% ของประชากรจะเรียนรู้ด้วยภาพและชอบโพสต์บนบล็อกและรูปภาพมากกว่า แต่อีก 30% คือผู้เรียนรู้การได้ยิน กลุ่มนี้เรียนรู้ได้ดีขึ้นจากการฟัง ดังนั้น Podcast จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม</li><li>สามารถพูดคุย หรือถกเถียงเรื่องราวต่างๆในปัจจุบัน และประเด็นร้อนต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ดึงดูดผู้ฟังได้จำนวนมาก</li><li>สามารถสร้างความน่าเชื่อถือกับฐานลูกค้าได้ ผ่านน้ำเสียงทำให้ผู้บริโภคมีเชื่อถือ และสามารถผันแปรเสียงต่างๆให้ผู้บริโภครู้สึกผู้พูดมีความตรงไปตรงมา จริงใจ และน่าเชือถือ</li><li>สามารถเปลี่ยน Podcast เป็น Blog โดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ และสามารถถอดความของ Podcast ออกมาผ่านบล็อกได้</li><li>ตอบโจทย์ผู้ไม่มีเวลาค้นหา หรือไม่มีอารมณ์บล็อกโพสต์ยาวๆ หรือดูวีดีโอได้ แต่สามารถฟังเนื้อหาต่างๆผ่าน Podcast ทำให้เข้าถึงผู้ฟังได้เป็นปัจจุบันมากกว่า</li><li>เป็นโอกาสในการสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปมากในโลกดิจิตอล การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในช่องทางหลากหลาย จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า</li></ol>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast-2"><strong>ทำ Podcast อย่างไรให้เข้าถึงผู้บริโภคได้?</strong></h1>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-"><strong>เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นเดียวกับการทำแบรนด์ และบล็อก Podcast ควรเจาะจงและกำหนดเป้าหมายไปยังผู้ชมที่เฉพาะเจาะจง ด้วยคำถามเหล่านี้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>ใครคือผู้ชมของฉัน?</li><li>กลุ่มเป้าหมายต้องการรู้อะไรมากที่สุด?</li><li>โพสต์ที่ดีที่สุด และเข้าถึงคนได้มากที่สุดในช่อง Podcast ของตนเองคืออะไร?</li><li>คำถามอะไรที่ได้รับบ่อยๆ และผู้ฟังต้องการรู้?</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--1"><strong>ผู้เชี่ยวชาญในการสัมภาษณ์</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การทำพอดแคสต์ให้น่าสนใจ การมีการสนทนา 2 เสียง หรือมากกว่าจะทำให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น การมีแขกรับเชิญ หรือผู้เชี่ยวชาญเวียนกันมาพูดคุยและถกเถียงประเด็นต่างๆไปพร้อมๆกัน จะทำให้ผู้บริโภครู้สึกเข้าถึงเนื้อหาและสัมผัสได้ถึงบรรยากาศการพูดคุยได้มากยิ่งขึ้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--2"><strong>เนื้อหาสั้นๆ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เนื้อหาของพอดแคสต์ไม่ควรยาวเกินไป ความยาวที่กำลังดีคือไม่เกิน 30 นาที</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--3"><strong>ให้ผู้ฟังได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แอพ Podcast ถึงแม้จะไม่มีช่องคอมเมนต์ ดังนั้น จึงควรมีช่องทางอื่นๆไว้สำหรับสื่อสารกับผู้ฟัง เช่น Facebook หรืออีเมลล์ ไว้สำหรับเนื้อหาเพิ่มเติม หรือข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่กำลังพูดถึง และสร้างช่องทางอื่นๆไว้สำหรับการประชาสัมพันธ์ตอนใหม่ๆได้อีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--4"><strong>ออกอากาศอย่างต่อเนื่อง</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">อย่าเผยแพร่ Podcast ตามเวลาที่ไม่แน่นอน เพราะคนชอบวางแผนในการฟัง Podcast ควรเผยแพร่วันตามกำหนด เช่น ทุกวันศุกร์ 22.00น. เป็นต้น จะทำให้ผู้ติดตามสามารถรับ Podcast ของคุณได้ทันที</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--5"><strong>สร้างคำกระตุ้นการตัดสินใจ</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">คำกระตุ้นในการตัดสินใจไม่ได้มีแค่ในหน้าบล็อกเท่านั้น Podcast ยังช่วยกระตุ้นการตัดสินใจได้ด้วย ดังนั้น จึงมีคำกระตุ้นต่างๆไว้ในพอดแคสต์ด้วย</p>



<h1 class="wp-block-heading" id="h-podcast-3"><strong>ตัวอย่าง Podcast ในมุมมองการตลาด</strong></h1>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่ 1<a href="https://youtu.be/HfSa_aPd-M8"> กลยุทธ์แข่งต้องชนะ Bluebik ดิจิทัลคอนซัลต์ไทย IPO รายแรก | The Secret Sauce EP.429</a></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="กลยุทธ์แข่งต้องชนะ Bluebik ดิจิทัลคอนซัลต์ไทย IPO รายแรก | The Secret Sauce EP.429" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/HfSa_aPd-M8?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างที่ 2 <a href="https://youtu.be/E2SUAJuddmQ">เจาะลึกการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น ไปกับหนังสือ &#8216;Makoto Marketing&#8217; | Already EP.21</a></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="เจาะลึกการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น ไปกับหนังสือ &#039;Makoto Marketing&#039; | Already EP.21" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/E2SUAJuddmQ?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา thestandard.co / kickofflabs</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/">Podcast คืออะไร ช่วยในการโปรโมทหรือทำการตลาดได้อย่างไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-podcast/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
