<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การตลาดออนไลน์ Archives - The Wisdom Academy</title>
	<atom:link href="https://thewisdom.co/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thewisdom.co/tag/การตลาดออนไลน์/</link>
	<description>Knowledge is power in this game of chance</description>
	<lastBuildDate>Tue, 17 Oct 2023 16:27:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.4</generator>

<image>
	<url>https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/01/cropped-logo_new_design-32x32.png</url>
	<title>การตลาดออนไลน์ Archives - The Wisdom Academy</title>
	<link>https://thewisdom.co/tag/การตลาดออนไลน์/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>5 เทคนิคเพิ่มยอดขายบนออนไลน์ด้วย Affiliate Marketing</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/5-techniques-to-increase-online-sales-with-affiliate-marketing/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Songsang Dechsupa]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Oct 2023 16:27:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Affiliate]]></category>
		<category><![CDATA[Affiliate Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=26165</guid>

					<description><![CDATA[<p>Affiliate คือ การทำการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่งโดยอาศัยการ “บอกต่อ” เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งตอนนี้ Affiliate Marketing กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย เนื่องจากผู้ซื้อมักมีความเชื่อใจที่จะเลือกซื้อตามคนที่ตนชื่นชอบ เช่น Influencer หรือ KOLs มากกว่าคำโฆษณาจากผู้ขาย เนื่องจากรู้สึกว่าคำบอกเล่าของคนที่ตัวเองติดตามมีความจริงใจมากกว่าคำโฆษณา ในฝั่งของผู้ขายเองการทำการตลาดรูปแบบ Affiliate ก็ใช้งบประมาณที่น้อยกว่าและมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำโฆษณาในรูปแบบเดิม ๆ หลายเท่าตัวเช่นกัน บทความนี้ The Wisdom Academy จึงอยากมาแนะนำเจ้าของธุรกิจให้ได้รู้จักกับ 5 เทคนิคเพิ่มยอดขายบนออนไลน์ด้วย Affiliate Marketing ที่ทำตามได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ จะมีเทคนิคไหนบ้างมาดูกัน! รู้จักกลุ่มเป้าหมาย จุดมุ่งหมายหลักของการขายสินค้าก็คือ “ลูกค้า” ดังนั้นแล้ว เราควรทำความรู้จักกับกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจให้ดีและละเอียดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เพศ, อายุ, ไลฟ์สไตล์, ความชอบ, พฤติกรรมการซื้อ และอื่น ๆ โดยรวมแล้วเรียกการศึกษากลุ่มเป้าหมายว่าการทำ Customer Persona คืออะไร? โดยมีวิธีการหากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ ดังนี้ วิธีการหากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ การหากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ หมายถึง การกำหนดกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าหรือบริการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/5-techniques-to-increase-online-sales-with-affiliate-marketing/">5 เทคนิคเพิ่มยอดขายบนออนไลน์ด้วย Affiliate Marketing</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Affiliate คือ การทำการตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่งโดยอาศัยการ “บอกต่อ” เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งตอนนี้ Affiliate Marketing กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย เนื่องจากผู้ซื้อมักมีความเชื่อใจที่จะเลือกซื้อตามคนที่ตนชื่นชอบ เช่น Influencer หรือ KOLs มากกว่าคำโฆษณาจากผู้ขาย เนื่องจากรู้สึกว่าคำบอกเล่าของคนที่ตัวเองติดตามมีความจริงใจมากกว่าคำโฆษณา ในฝั่งของผู้ขายเองการทำการตลาดรูปแบบ Affiliate ก็ใช้งบประมาณที่น้อยกว่าและมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าการทำโฆษณาในรูปแบบเดิม ๆ หลายเท่าตัวเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">บทความนี้ <a href="https://thewisdom.co/">The Wisdom Academy</a> จึงอยากมาแนะนำเจ้าของธุรกิจให้ได้รู้จักกับ 5 เทคนิคเพิ่มยอดขายบนออนไลน์ด้วย Affiliate Marketing ที่ทำตามได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ จะมีเทคนิคไหนบ้างมาดูกัน!</p>



<h2 class="wp-block-heading">รู้จักกลุ่มเป้าหมาย</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="576" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/group-asia-young-creative-people-smart-casual-wear-smiling-arms-crossed-creative-office-workplace_7861-3144-1-1024x576.png" alt="group-asia-young-creative-people-smart-casual-wear-smiling-arms-crossed-creative-office-workplace" class="wp-image-26223" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/group-asia-young-creative-people-smart-casual-wear-smiling-arms-crossed-creative-office-workplace_7861-3144-1-1024x576.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/group-asia-young-creative-people-smart-casual-wear-smiling-arms-crossed-creative-office-workplace_7861-3144-1-300x169.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/group-asia-young-creative-people-smart-casual-wear-smiling-arms-crossed-creative-office-workplace_7861-3144-1-768x432.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/group-asia-young-creative-people-smart-casual-wear-smiling-arms-crossed-creative-office-workplace_7861-3144-1.png 1380w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">จุดมุ่งหมายหลักของการขายสินค้าก็คือ “ลูกค้า” ดังนั้นแล้ว เราควรทำความรู้จักกับกลุ่มลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจให้ดีและละเอียดมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เพศ, อายุ, ไลฟ์สไตล์, ความชอบ, พฤติกรรมการซื้อ และอื่น ๆ</p>



<p class="wp-block-paragraph">โดยรวมแล้วเรียกการศึกษากลุ่มเป้าหมายว่าการทำ <a href="https://thewisdom.co/content/customer-personas/">Customer Persona คืออะไร?</a> โดยมีวิธีการหากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">วิธีการหากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การหากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ หมายถึง การกำหนดกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าหรือบริการ โดยมุ่งเน้นไปที่ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความต้องการ ความสนใจ และพฤติกรรมของลูกค้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยสามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>(1) กำหนดวัตถุประสงค์ของธุรกิจ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ขั้นตอนแรกคือการต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า ธุรกิจของเราต้องการอะไรจากกลุ่มเป้าหมาย เช่น ต้องการขายสินค้า, ต้องการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ หรือต้องการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้สามารถกำหนดกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเลือกช่องทางการตลาดที่เหมาะสม การสร้างเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายได้ตรงต่อความต้องการมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ตัวอย่าง</strong><strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">สมมติว่าเรามีธุรกิจขายเสื้อผ้าแฟชั่นแล้วต้องการหากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อเสื้อผ้าแฟชั่น ขั้นตอนแรก คือ ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ของธุรกิจให้ได้ก่อน</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>เป้าหมายทางการตลาด: เพิ่มยอดขายเสื้อผ้าแฟชั่น 10% ภายในปีหน้า</li>



<li>งบประมาณการตลาด: 1 ล้านบาท</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">จากวัตถุประสงค์เหล่านี้ เราสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>กลุ่มเป้าหมาย: คนรุ่นใหม่ อายุ 18-35 ปี อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ</li>



<li>เหตุผล: กลุ่มคนรุ่นใหม่มีกำลังซื้อสูง และนิยมแต่งตัวตามแฟชั่น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>(2) วิเคราะห์สินค้าหรือบริการ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เราต้องเข้าใจสินค้าหรือบริการเป็นอย่างดี เพื่อที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม เช่น สินค้าของเราเหมาะกับเพศไหน อายุเท่าไหร่ อาศัยอยู่ในภูมิภาคไหน มีความสนใจอะไรบ้าง เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>(3) ศึกษาข้อมูลของคู่แข่ง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การศึกษาข้อมูลของคู่แข่งจะช่วยให้เราสามารถเข้าใจภาพรวม รู้จุดอ่อนจุดแข็งในแต่ละมิติของธุรกิจที่เรากำลังทำและมองเห็นโอกาสต่าง ๆ ได้รอบด้านมากขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาและงบประมาณสำหรับการลองผิดลองถูกด้วยตัวเองทั้งหมด ดังคำกล่าวที่ว่า &#8220;คนฉลาดจะเรียนรู้จากความผิดพลาดของผู้อื่น&#8221; ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้โดยตรงกับการทำธุรกิจ ตัวอย่างเช่น ธุรกิจร้านอาหารอาจสังเกตว่าคู่แข่งมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายที่กว้างเกินไป โดยมุ่งเน้นที่จะขายอาหารให้กับ &#8220;ทุกคน&#8221; ทั้งที่กลุ่มเป้าหมายจริงควรเจาะจงลงไปมากกว่านั้น อย่าลูกค้าที่ต้องการรับประทานอาหารกลางวันราคาประหยัด ก็จะช่วยให้สามารถใช้กลยุทธ์ทางการตลาด การปรับปรุงสินค้าและการบริการได้ดีมากขึ้นตามไปด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>(4) รวบรวมข้อมูล</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเรากำหนดวัตถุประสงค์ วิเคราะห์สินค้าหรือบริการ และศึกษาข้อมูลของคู่แข่งแล้ว จากนั้นก็สามารถเริ่มรวบรวมข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายได้ เช่น ข้อมูลประชากร ความสนใจ พฤติกรรมการใช้จ่าย เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>วิธีรวบรวมข้อมูล</strong><strong></strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ข้อมูลภายใน</strong> เช่น ข้อมูลลูกค้าของเราจากฐานข้อมูล ข้อมูลการขาย ข้อมูลการสำรวจความพึงพอใจ เป็นต้น</li>



<li><strong>ข้อมูลภายนอก</strong> เช่น ข้อมูลประชากรศาสตร์จากหน่วยงานภาครัฐ ข้อมูลความสนใจจากโซเชียลมีเดีย ข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ เป็นต้น</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">(<strong>5) วิิเคราะห์ข้อมูล</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรวบรวมข้อมูลแล้ว เราก็ต้องวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น เพื่อหากลุ่มเป้าหมายที่ตรงกับวัตถุประสงค์ให้มากที่สุดเช่น การหาค่าเฉลี่ย, การหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, การจำแนกกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจหรือพฤติกรรมการใช้จ่าย เป็นต้น<strong></strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อรู้แล้วว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเป็นใคร มี Customer Persona อย่างไรบ้าง ก็จะช่วยทำให้เรารู้ด้วยว่าควรเลือก Influencer และ KOLs อย่างไรถึงจะสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น เมื่อรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจเป็น “หญิง อายุ 19-24 ปี ที่รักการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ” <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/">การเลือก Influencer มาช่วยทำ Affiliate Marketing</a> อาจจะเป็นคนที่กลุ่มเป้าหมายมักติดตาม เช่น เบเบ้ ไอดอลด้านการออกกำลังกายของผู้หญิงยุคใหม่ เป็นต้น</p>



<h2 class="wp-block-heading">เลือกคนที่ลูกค้าชื่นชอบและไว้ใจ</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img decoding="async" width="826" height="551" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/pretty-attractive-asian-young-adult-sending-heart-shape-hand-her-friend-family-via-video-conference-calling-smartphone-social-distancing-remotely-connectionasia-woman-video-calling-from-home_609648-2550.png" alt="pretty-attractive-asian-young-adult-sending-heart-shape-hand-her-friend-family-via-video-conference-calling-smartphone-social-distancing-remotely-connectionasia-woman-video-calling-from-home" class="wp-image-26224" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/pretty-attractive-asian-young-adult-sending-heart-shape-hand-her-friend-family-via-video-conference-calling-smartphone-social-distancing-remotely-connectionasia-woman-video-calling-from-home_609648-2550.png 826w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/pretty-attractive-asian-young-adult-sending-heart-shape-hand-her-friend-family-via-video-conference-calling-smartphone-social-distancing-remotely-connectionasia-woman-video-calling-from-home_609648-2550-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/pretty-attractive-asian-young-adult-sending-heart-shape-hand-her-friend-family-via-video-conference-calling-smartphone-social-distancing-remotely-connectionasia-woman-video-calling-from-home_609648-2550-768x512.png 768w" sizes="(max-width: 826px) 100vw, 826px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">จากการศึกษากลุ่มเป้าหมาย เราจะรู้แล้วว่าชื่นชอบหรือติดตามใครบ้าง จากนั้นแนะนำให้เลือกตัวแทนที่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เช่น Influencer หรือ KOLs ที่มีไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายเพราะเมื่อ Influencer เหล่านั้นทำการรีวิวสินค้าจะทำให้ดูเหมือนเป็นลูกค้าของเราอีกหนึ่งคนนั่นเอง นอกจากนั้นแล้วการเลือก Influencer หรือ <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-kol/">KOLs</a> ให้ตอบโจทย์การทำการตลาดแบบ Affiliate Marketing ยังมีข้อควรพิจารณา ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ผู้ติดตามจำนวนมาก</strong><strong>:</strong> การที่อินฟลูเอนเซอร์มีฐานผู้ติดตามมากก็ยิ่งช่วยเสริมความเป็นไปได้ที่แบรนด์จะเป็นที่รู้จักในวงกว้างและมียอดขายที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย</li>



<li><strong>สร้าง </strong><strong>Content </strong><strong>อย่างมืออาชีพ</strong><strong>:</strong> การทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็น Content Creator มืออาชีพก็ยิ่งช่วยให้การทำงานราบรื่นมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถคาดหวังได้ว่าจะได้ Content ที่มีความแปลกใหม่ น่าสนใจ และตรงกับความต้องการของเราได้มากเท่านั้น โดยเฉพาะอาจจะสามารถสร้างไวรัลให้กับแบรนด์เราได้อีกด้วย</li>



<li><strong>มีภาพลักษณ์ที่เหมาะสม</strong><strong>:</strong> การเลือกตัวแทน Affiliate ที่จะต้องทำหน้าที่ในการแนะนำ รีวิว หรือป้ายยาสินค้าของแบรนด์ แนะนำว่าควรเลือกคนที่มีภาพลักษณ์เหมาะสม ไม่มีประเด็นเสียหายต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดีตามไปด้วย</li>



<li><strong>ความรับผิดชอบสูง</strong><strong>:</strong> การทำ Affiliate Marketing ให้ประสบความสำเร็จ ต้องอาศัยการทำงานของทั้งฝั่งเจ้าของธุรกิจและตัวแทน หากเลือกตัวแทนที่ไม่มีความรับผิดชอบ เช่น รับสินค้าตัวอย่างไปแล้วแต่ไม่ทำการโพสต์รีวิวสินค้าให้ แบบนี้ถ้าสินค้าเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงก็อาจสร้างความเสียหายได้ ดังนั้นแล้วควรเช็คประวัติการรับงานรีวิวหรืองานแนะนำสินค้าของคนที่กำลังจะมาเป็นตัวแทน Affiliate อย่างรอบคอบเสมอ</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สนับสนุนการทำ </strong>Value Content</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="683" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/smiley-woman-doing-vlog_23-2148764458-1-1024x683.png" alt="smiley-woman-doing-vlog" class="wp-image-26225" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/smiley-woman-doing-vlog_23-2148764458-1-1024x683.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/smiley-woman-doing-vlog_23-2148764458-1-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/smiley-woman-doing-vlog_23-2148764458-1-768x512.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/smiley-woman-doing-vlog_23-2148764458-1.png 1060w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">Value Content หมายถึง คอนเทนต์ที่มีคุณค่าและประโยชน์ในการแก้ปัญหาให้กับคนจำนวนมากได้อย่างแท้จริง โดยคอนเทนต์ประเภทนี้จะทำให้คนดูรู้สึกว่าได้รับความช่วยเหลือและอยากจะตอบแทนกลับตามหลัก Give and Take ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาจะเริ่มรู้สึกอยากซื้อสินค้าที่ตัวแทนของเราได้แนะนำไว้ในคอนเทนต์ต่าง ๆ นั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในฐานะเจ้าของธุรกิจ สามารถให้การสนับสนุนให้ตัวแทน Affiliate สร้างสรรค์ Value Content ได้ด้วยเทคนิคต่าง ๆ ดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>บรีฟข้อมูลให้ชัดเจน:</strong> การอธิบายอย่างชัดเจนว่าอยากได้คอนเทนต์แบบไหน มีรายละเอียดต่าง ๆ อย่างไร จะช่วยให้ตัวแทน Affiliate สามารถเห็นภาพการทำงานได้ชัดเจนขึ้นและช่วยให้คอนเทนต์ออกมามีคุณภาพภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้อีกด้วย</li>



<li><strong>แสดงตัวอย่างงานเสมอ:</strong> เราสามารถให้ตัวอย่าง Value Content เพื่อให้ตัวแทน Affiliate ได้เห็นไอเดียในการสร้างคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้น อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ได้อย่างดีจนน่าเหลือเชื่อ</li>



<li><strong>สร้าง </strong><strong>Community </strong><strong>ตัวแทน:</strong> การสร้างชุมชนออนไลน์หรือแพลตฟอร์มที่มีไว้ให้ตัวแทน Affiliate เช่น Facebook Group, Line Open chat รวมถึงการจัดประชุมตัวแทนเป็นรายเดือน</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ตัวแทนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ซึ่งกันและกัน ทำให้สามารถพัฒนาทักษะความรู้ในการโปรโมตสินค้าหรือบริการของแบรนด์ได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ให้คำปรึกษาและคำแนะนำ:</strong> เราสามารถให้คำปรึกษาและคำแนะนำเพิ่มเติมในกรณีที่ตัวแทน Affiliate หากต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ตรงนี้นอกจากจะช่วยให้การทำงานของตัวแทน Affiliate ราบรื่นมากขึ้นยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและตัวแทน Affiliate อีกด้วย</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><strong>ส่งเสริมการทำ SEO:</strong> SEO (Search Engine Optimization) เป็นการปรับแต่งคีย์เวิร์ดบนหน้าเพจต่าง ๆ ให้ตรงตาม<a href="https://developers.google.com/search/blog/2022/12/google-raters-guidelines-e-e-a-t?hl=th">นโยบาย E-E-A-T และ YMYL</a> ซึ่งทำให้คอนเทนต์นั้น ๆ ขึ้นหน้าแรกของ Google ได้สำเร็จ และเมื่อเป็นอย่างนั้นโอกาสที่สินค้าจะเป็นที่รู้จักและมียอดขายจำนวนมากก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading">ให้ค่าคอมมิชชันที่ดึงดูดใจ</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/business-woman-holding-banknote-cash-separately-white-brick-wall-made-gestures-with-sign-language_1150-8263-1024x682.png" alt="business-woman-holding-banknote-cash-separately-white-brick-wall-made-gestures-with-sign-language" class="wp-image-26226" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/business-woman-holding-banknote-cash-separately-white-brick-wall-made-gestures-with-sign-language_1150-8263-1024x682.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/business-woman-holding-banknote-cash-separately-white-brick-wall-made-gestures-with-sign-language_1150-8263-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/business-woman-holding-banknote-cash-separately-white-brick-wall-made-gestures-with-sign-language_1150-8263-768x512.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/business-woman-holding-banknote-cash-separately-white-brick-wall-made-gestures-with-sign-language_1150-8263.png 1060w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">การกำหนดอัตราค่าคอมมิชชันที่เหมาะสมและน่าดึงดูดใจสำหรับตัวแทน Affiliate จะช่วยให้ตัวแทนมีแรงจูงใจในการโปรโมตสินค้าหรือบริการมากขึ้น ซึ่งวิธีนี้ควรทำอย่างระมัดระวังเพราะการกำหนดค่าคอมมิชชันที่สูงแต่ไม่ได้คัดสรรตัวแทนให้ดีตามขั้นตอนอื่น ๆ ที่ได้แนะนำไปแล้ว อาจทำให้ตัวแทนที่ร่วมงานไม่ได้มีเป้าหมายการทำงานที่สอดคล้องกับธุรกิจของเราเป็นจำนวนมากได้ ดังนั้นควรมีการคัดเลือกตัวแทนให้ดีและให้ค่าคอมมิชชันที่เหมาะสมเป็นการตอบแทน</p>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างระบบติดตามและวิเคราะห์ผลลัพธ์</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="682" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/close-up-hand-marketing-manager-employee-pointing-business-document-during-discussion-meeting-room-notebook-wood-table-business-concept_1150-15530-1024x682.png" alt="close-up-hand-marketing-manager-employee-pointing-business-document-during-discussion-meeting-room-notebook-wood-table-business-concept" class="wp-image-26227" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/close-up-hand-marketing-manager-employee-pointing-business-document-during-discussion-meeting-room-notebook-wood-table-business-concept_1150-15530-1024x682.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/close-up-hand-marketing-manager-employee-pointing-business-document-during-discussion-meeting-room-notebook-wood-table-business-concept_1150-15530-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/close-up-hand-marketing-manager-employee-pointing-business-document-during-discussion-meeting-room-notebook-wood-table-business-concept_1150-15530-768x512.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/10/close-up-hand-marketing-manager-employee-pointing-business-document-during-discussion-meeting-room-notebook-wood-table-business-concept_1150-15530.png 1060w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">การสร้างระบบติดตาม Affiliate Link จะทำให้สามารถประเมินได้อย่างแม่นยำมากขึ้นว่าลิงก์นั้น ๆ ถูกคลิกไปแล้วทั้งหมดกี่ครั้ง เกิดการซื้อขายทั้งหมดกี่ครั้งจากการคลิก รวมไปถึงอัตราการซื้อสินค้าจากตัวแทนแต่ละคนเป็นจำนวนเท่าไร เมื่อมีการติดตามผลลัพธ์อย่างใกล้ชิดก็จะทำให้เราสามารถประเมินได้ว่าแผนการจัดการการขายด้วย Affiliate Marketing ของเราได้ผลมากน้อยแค่ไหน หากไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีก็จะได้สามารถแก้ไขหรือปรับปรุงแนวทางได้ทันนั่นเอง</p>



<h2 class="wp-block-heading">สรุป</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>การตลาดแบบ Affiliate คือ การทำการตลาดรูปแบบหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยผลสำรวจพบว่า “การบอกต่อ คือ การตลาดที่ง่ายแต่ทรงพลังอย่างมาก”</li>



<li>ในยุคนี้ที่ Gen Y และ Gen Z กำลังเป็นกำลังซื้อสำคัญในตลาด ซึ่งมีความเชื่อใจในคำโฆษณาน้อยลงเรื่อย ๆ ตรงกันข้าม กลับเชื่อคำแนะนำของบุคคลที่ชอบอย่าง Influencer หรือ KOLs มากกว่า ด้วยความรู้สึกว่าการแนะนำนั้นน่าจะตรงกับความเป็นจริงที่สุด</li>



<li>วิธีเพิ่มยอดขายด้วยการทำ Affiliate คือ การให้ความสำคัญกับตัวแทนให้มากที่สุด ตั้งแต่การคัดเลือกเข้ามาเป็นตัวแทน ไปถึงคุณภาพของคอนเทนต์ที่จะต้องพูดถึงสินค้าและบริการด้วย</li>
</ul>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://stepstraining.co/strategy/5-techniques-to-do-affiliate-marketing-for-increasing-conversion-rate">https://stepstraining.co/strategy/5-techniques-to-do-affiliate-marketing-for-increasing-conversion-rate</a></li>



<li><a href="https://thaiwinner.com/target-audience/">https://thaiwinner.com/target-audience/</a></li>
</ul>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/5-techniques-to-increase-online-sales-with-affiliate-marketing/">5 เทคนิคเพิ่มยอดขายบนออนไลน์ด้วย Affiliate Marketing</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Google Trend คืออะไร นำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร พร้อมสอนวิธีใช้ง่ายๆ</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-google-trend-how-to-analyze-it/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Songsang Dechsupa]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 15:12:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing strategy]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25989</guid>

					<description><![CDATA[<p>Google Trend คือ เครื่องมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมและแนวโน้มของคำค้นหาใน Google ในระยะเวลาและพื้นที่ต่าง ๆ ในโลก ซึ่ง Google Trend ทำให้นักการตลาดและนักวิเคราะห์สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนและตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เช่น การตลาด การวางแผนคอนเทนต์ รวมไปถึงผู้ประกอบการที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าควรขายอะไรดีนะ? สินค้าที่กำลังนิยมมีอะไรบ้าง บทความนี้จึงอยากมาช่วยแนะนำวิธีการใช้งาน Google Trends ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ทุกคนได้รู้กัน Google Trend คืออะไร Google Trends เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสำรวจความนิยมของคำค้นหาในช่วงเวลาที่กำหนด โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณการค้นหาและความสนใจสำหรับหัวข้อ คำสำคัญ และคำค้นหาต่าง ๆ ในภูมิภาคและภาษาต่าง ๆ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเราสามารถระบุหัวข้อที่กำลังมาแรง เข้าใจรูปแบบการค้นหา เปรียบเทียบความนิยมของข้อความค้นหาต่าง ๆ และรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รวมถึงการหาสินค้าที่น่าสนใจได้อีกด้วย ข้อดีของ Google Trend กับการทำธุรกิจ ดังที่กล่าวไปแล้วว่า Google Trend Search ทำให้เรารู้ได้ว่าตอนนี้หรืออดีตที่ผ่านมามีคำค้นหาใดกำลังเป็นที่นิยมจากผู้ใช้งาน Google บ้าง รวมไปถึงสามารถเช็คเปรียบเทียบได้ด้วยว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-google-trend-how-to-analyze-it/">Google Trend คืออะไร นำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร พร้อมสอนวิธีใช้ง่ายๆ</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Google Trend คือ เครื่องมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมและแนวโน้มของคำค้นหาใน Google ในระยะเวลาและพื้นที่ต่าง ๆ ในโลก ซึ่ง Google Trend ทำให้นักการตลาดและนักวิเคราะห์สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนและตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เช่น การตลาด การวางแผนคอนเทนต์ รวมไปถึงผู้ประกอบการที่อยากเริ่มต้นธุรกิจแต่ไม่รู้ว่าควรขายอะไรดีนะ? สินค้าที่กำลังนิยมมีอะไรบ้าง บทความนี้จึงอยากมาช่วยแนะนำวิธีการใช้งาน Google Trends ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ทุกคนได้รู้กัน</p>



<h2 class="wp-block-heading">Google Trend คืออะไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends เป็นเครื่องมือฟรีจาก Google ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสำรวจความนิยมของคำค้นหาในช่วงเวลาที่กำหนด โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับปริมาณการค้นหาและความสนใจสำหรับหัวข้อ คำสำคัญ และคำค้นหาต่าง ๆ ในภูมิภาคและภาษาต่าง ๆ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเราสามารถระบุหัวข้อที่กำลังมาแรง เข้าใจรูปแบบการค้นหา เปรียบเทียบความนิยมของข้อความค้นหาต่าง ๆ และรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้รวมถึงการหาสินค้าที่น่าสนใจได้อีกด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อดีของ Google Trend กับการทำธุรกิจ</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="900" height="682" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211.png" alt="businesswoman-working-laptop" class="wp-image-25991" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211.png 900w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211-300x227.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/businesswoman-working-laptop_53876-163211-768x582.png 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ดังที่กล่าวไปแล้วว่า Google Trend Search ทำให้เรารู้ได้ว่าตอนนี้หรืออดีตที่ผ่านมามีคำค้นหาใดกำลังเป็นที่นิยมจากผู้ใช้งาน Google บ้าง รวมไปถึงสามารถเช็คเปรียบเทียบได้ด้วยว่า “คำค้นหา” ใดที่มีจำนวนการค้นหามากกว่ากัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">นั่นหมายความว่าถ้าเรากำลังลังเลว่าจะขาย “เสื้อผ้า” หรือ “กระเป๋า” ดี การใช้ Google Trend 2023</p>



<p class="wp-block-paragraph">มาช่วยแสดงจำนวนการค้นหาซึ่งบ่งบอกได้ถึงความสนใจในช่วงเวลานั้นก็เป็นวิธีที่ดีมาก แต่นอกจากนั้นแล้ว Google Trends ยังมีประโยชน์กับธุรกิจได้อีกหลายมิติ ดังนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. รู้จักลูกค้ามากขึ้นด้วย Keyword</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เราสามารถใช้ Google Trends Keyword ในการทำความรู้จักกับลูกค้าได้ดีขึ้นได้ ด้วยการพิมพ์คีย์เวิร์ดสินค้าที่เราอยากจะขาย เช่น เครป ลงไปในช่องค้นหา จากนั้น Google Trends Api จะแสดงผลออกมา ทั้งจำนวนที่คำนี้ถูกค้นหาและจังหวัดที่คนสนใจคำนี้เยอะด้วย แล้วถ้าจังหวัดที่เราอยากทำธุรกิจไม่ได้เป็นคำที่คนในพื้นที่นั้นสนใจมากนัก การลองหาไอเดียสินค้าใหม่ ๆ ก็อาจจะเป็นไอเดียที่ดีกว่า</p>



<h3 class="wp-block-heading">2. หาไอเดียดี ๆ ทำ Content Marketing</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้ Google Trends นอกจากจะช่วยหาไอเดียว่าจะขายสินค้าอะไรดีแล้ว การทำ Digital Marketing หรือ การตลาดออนไลน์ เครื่องมือนี้ก็ถือเป็นตัวช่วยที่ดีมาก เพราะคำที่มีการค้นหาเยอะบน Google ก็ดีต่อการทำ SEO ของเราด้วย ถ้าเราเลือกคำค้นหาที่มี Search Volume เยอะไปทำคอนเทนต์ประเภทต่าง ๆ ก็มีโอกาสที่สินค้าจากธุรกิจของเราจะติดหน้าแรกบน Google หรือผลการค้นหาแรก ๆ ของแต่ละแพลตฟอร์ม และนั่นก็ยิ่งเพิ่มโอกาสในการมียอดขายที่พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. ใช้ Google Trend เปรียบเทียบ Keyword</h3>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับนักการตลาดที่ต้องทำการตลาดออนไลน์น่าจะเข้าใจกันอยู่แล้วว่า การเลือก “Keyword” มาทำการตลาดออนไลน์นั้นสำคัญแค่ไหน ถึงแม้สินค้าจะน่าสนใจหรือราคาเบาสบายกระเป๋าเพียงใด แต่ถ้าการตลาดออนไลน์ไม่ปังเพราะเลือกใช้คีย์เวิร์ดที่มี Search Volume น้อย ๆ ก็ทำให้การเข้าถึงสินค้ามีน้อยไปด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">เช่นคำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” กับ “เสื้อผ้าสวย ๆ” ซึ่งมองเผิน ๆ ทั้งสองคำเป็นคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าของผู้หญิงด้วยกันทั้งคู่ แต่เมื่อเทียบผลการค้นหาแล้วคำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” มียอดที่สูงกว่าคำว่า “เสื้อผ้าสวย ๆ” ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph">นั่นหมายความว่าถ้าต้องการเปิดร้านขายเสื้อผ้าของผู้หญิงที่มีความสวยงาม การเลือกใช้คีย์เวิร์ดจาก Google Trends Analysis</p>



<p class="wp-block-paragraph">ก็ควรใช้คำว่า “เสื้อผ้าผู้หญิง” มากกว่านั่นเอง (โดยเราสามารถเลือกเปรียบเทียบคีย์เวิร์ดได้สูงสุด 5 คีย์เวิร์ด)</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. เช็คเรื่องที่กำลังเป็นกระแสแบบ Realtime</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากเราเป็นคนหนึ่งที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะขายอะไรดี สามารถหาไอเดียจาก Google Trends สินค้าขายดี 2023 ได้ ด้วยการไปที่แท็บ “Trending Now” จะมีการแสดงหน้าคีย์เวิร์ดที่มีคนสนใจเยอะมาก ๆ ในตอนนี้จากหลากหลายเว็บไซต์ ซึ่งเราก็สามารถนำข้อมูลจาก Google Trends ส่วนนี้มาเป็นไอเดียขายสินค้าหรือแนวทางเพิ่มเติมในการทำการตลาดได้เช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. เรียนรู้จาก “คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง” บน Google Trend</h3>



<p class="wp-block-paragraph">คำค้นหาที่เกี่ยวข้องใน Google Trends คือ คำค้นหาที่มีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงกับคำค้นหาหลักที่เรากำลังวิเคราะห์ คำค้นหาที่เกี่ยวข้องสามารถช่วยให้เราเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวโน้มการค้นหาและความสัมพันธ์ของคำค้นหาต่าง ๆ ในหมวดหมู่หรือช่วงเวลาที่เรากำลังสนใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังวิเคราะห์คำค้นหา &#8220;รองเท้าวิ่ง&#8221; คำค้นหาที่เกี่ยวข้องอาจรวมถึง</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;รองเท้าวิ่ง Adidas&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;การออกกำลังกาย&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;Smart Watch สำหรับการวิ่ง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;การวิ่งในประเทศไทย&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">&#8220;วิธีดูแลรองเท้าวิ่ง&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การระบุคำค้นหาที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับหัวข้อหรือหมวดหมู่ที่กำลังศึกษา และอาจช่วยในการวิเคราะห์แนวโน้มการค้นหาที่เกี่ยวข้องกันได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจในการวางแผนการตลาดอย่างเหมาะสมมากขึ้นได้ตามไปด้วย</p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีใช้ Google Trend</h2>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="826" height="551" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913.png" alt="how-to-use-google-trend" class="wp-image-25993" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913.png 826w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913-300x200.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/loei-thailand-may-10-2017-hand-holding-samsung-s8-with-mobile-application-google-screen_1232-4913-768x512.png 768w" sizes="(max-width: 826px) 100vw, 826px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends เป็นเครื่องมือที่ดีมาก ๆ สำหรับหลายคน ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ, นักการตลาด, Content Creator เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และใช้ได้แบบไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วย ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>



<h3 class="wp-block-heading">1. เข้าไปที่เว็บไซต์ Google Trends</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เริ่มต้นโดยการเข้าสู่เว็บไซต์ ไปที่ &gt;&gt;<a href="https://trends.google.co.th/"> https://trends.google.co.th/</a></p>



<figure class="wp-block-image size-full essb-block-image" data-essb-pin-description="Google-trend-home-page"><img loading="lazy" decoding="async" width="2546" height="1134" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09.png" alt="" class="wp-image-26081" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09.png 2546w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-300x134.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-1024x456.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-768x342.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-1536x684.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.57.09-2048x912.png 2048w" sizes="(max-width: 2546px) 100vw, 2546px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">2. เลือกแท็บค้นหา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ในช่องค้นหาด้านบน สามารถป้อนคำค้นหาหรือหัวข้อที่สนใจ เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมได้ โดยช่องนี้เราสามารถใส่เป็นภาษาอะไรก็ได้ที่เราคิดว่าคนน่าจะคลิก เช่น คำว่า KFC แม้จะเป็นภาษาอังกฤษ แต่คนไทยจำนวนมากก็นิยมใช้เช่นกัน หรือจะเป็น เคเอฟซีก็ได้ ถ้าเราสนใจเปรียบเทียบว่าคนในประเทศไทยนิยมใช้คำไหนมากกว่ากัน ดังตัวอย่างตามภาพข้างล</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2546" height="1366" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1.png" alt="kfc-keyword" class="wp-image-26083" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1.png 2546w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-300x161.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-1024x549.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-768x412.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-1536x824.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-15.54.20-1-2048x1099.png 2048w" sizes="(max-width: 2546px) 100vw, 2546px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">3. ปรับแต่งการค้นหา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เมื่อเราค้นหาแล้ว สามารถปรับแต่งการค้นหาด้วยตัวเลือกต่าง ๆ ที่มีดังนี้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ระยะเวลา: เราสามารถเลือกช่วงเวลาที่สนใจ เช่น ปีล่าสุด, 30 วันล่าสุด, หรือเลือกปรับแต่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องการได้เลย แต่ส่วนตัวแนะนำว่าควรเลือกระยะเวลา 30 วันขึ้นไป เนื่องจากระยะเวลาที่น้อยกว่านั้นระบบก็อาจจะยังไม่อัปเดตและข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาก็อาจจะไม่ได้มีผลมากต่อการเลือกมาทำการตลาดเพราะเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้นเกินไป</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full essb-block-image" data-essb-pin-description="google-trend-option"><img loading="lazy" decoding="async" width="2524" height="1314" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02.png" alt="" class="wp-image-26084" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02.png 2524w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-300x156.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-1024x533.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-768x400.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-1536x800.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.01.02-2048x1066.png 2048w" sizes="(max-width: 2524px) 100vw, 2524px" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li>ประเทศ/ภูมิภาค: สามารถเลือกประเทศหรือภูมิภาคที่สนใจ เพื่อดูข้อมูลความนิยมในพื้นที่ที่กำลังดูแลธุรกิจหรือต้องการทำการตลาด แต่ถ้าอยากทำธุรกิจในประเทศไทย ส่วนนี้ต้องเปลี่ยนเป็น Google Trends Thailand</li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2520" height="1364" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46.png" alt="" class="wp-image-26085" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46.png 2520w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-300x162.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-1024x554.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-768x416.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-1536x831.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.02.46-2048x1109.png 2048w" sizes="(max-width: 2520px) 100vw, 2520px" /></figure>



<ul class="wp-block-list">
<li>หมวดหมู่: สามารถเลือกหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหาได้เลย เช่น ศิลปะ, ความสวยงาม, หนังสือ, อาหาร, เกม และอื่น ๆ</li>
</ul>



<ul class="wp-block-list">
<li>แพลตฟอร์ม: อยากรู้ข้อมูลในส่วนไหน เราสามารถเลือกได้ เช่น การค้นหาภาพ, ข่าว, ช้อปปิ้ง, ยูทูป</li>
</ul>



<h3 class="wp-block-heading">4. ดูข้อมูลและแผนภาพ </h3>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับความนิยมของคำค้นหาหรือหัวข้อของเราในรูปแบบของกราฟ และรายการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เราสามารถดูแนวโน้มการค้นหาของคำค้นหานั้น ๆ ในระยะเวลาต่าง ๆ และเปรียบเทียบกับคำค้นหาอื่นได้ นี่เป็นวิธีใช้ Google Trends หาของมาขายที่ทำให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นว่าสินค้าไหนที่กำลังเป็นกระแสและเหมาะกับพื้นที่ที่เราต้องการจำหน่ายหรือไม่ ได้อย่างชัดเจน</p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="2514" height="1296" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26.png" alt="google-trends-performance" class="wp-image-26087" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26.png 2514w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-300x155.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-1024x528.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-768x396.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-1536x792.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/Screenshot-2566-09-10-at-16.04.26-2048x1056.png 2048w" sizes="(max-width: 2514px) 100vw, 2514px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">5. ใช้คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจาก Google Trend จะสามารถบอกเราได้แล้วว่า Keyword ไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน เพื่อประโยชน์ในการใช้งานสูงสุด เราสามารถเลือก Keyword ที่น่าสนใจจากแท็บ &#8220;คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง&#8221; เพื่อเป็น Idea ในการคิดคอนเทนต์ที่น่าจะตอบโจทย์ลูกค้าของเราได้อีกด้วย เช่น บทความ, วิดีโอ, อินโฟกราฟิก และอื่น ๆ </p>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="444" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-1024x444.png" alt="google-trend-related-keyword" class="wp-image-26134" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-1024x444.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-300x130.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-768x333.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-1536x667.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/09/google-trend-relate-keyword-2048x889.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">6. วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้มา</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หลังจากได้ข้อมูลที่เราต้องการ เราสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ในการวางแผนการตลาด เลือกหัวข้อเนื้อหา ปรับแผนโปรโมชั่น เพิ่มสินค้าหรือบริการใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">7. ติดตามและประเมินผล</h3>



<p class="wp-block-paragraph">อย่าลืมติดตามแนวโน้มการค้นหาและประเมินผลการใช้ข้อมูลจาก Google Trends ในกิจกรรมของเรา ซึ่งจะช่วยให้เราปรับแผนการตลาดและการดำเนินธุรกิจให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภค</p>



<p class="wp-block-paragraph">Google Trends เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการเข้าใจความสนใจของผู้คนและแนวโน้มในตลาด ที่จะช่วยให้เราวางแผนและดำเนินธุรกิจของเราอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p class="wp-block-paragraph">(เรียนรู้สาระดี ๆ เกี่ยวกับ<a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-techniques/">การทำการตลาดออนไลน์</a>เพิ่มเติมฟรี ได้เลยที่นี่)</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา:</p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://contentshifu.com/blog/google-trends-tutorial">https://contentshifu.com/blog/google-trends-tutorial</a></li>
</ul>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-google-trend-how-to-analyze-it/">Google Trend คืออะไร นำมาใช้กับธุรกิจได้อย่างไร พร้อมสอนวิธีใช้ง่ายๆ</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Marketing Technology หรือ Martech คืออะไร มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thewisdom.co]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2021 15:46:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25675</guid>

					<description><![CDATA[<p>Marketing Technology หรือ MarTech คือ การทำการตลาดในรูปแบบใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การติดตามข้อมูลของลูกค้าหรือข้อมูลของคู่แข่ง นอกจากนี้ยังรวมถึงการปิดการขายเทคโนโลยีก็สามารถทำได้ เช่น การใส่ความสามารถของ AI ลงไปในบอร์ดแสดงโฆษณาสินค้าโดยที่ AI ตัวนี้จะรู้จักข้อมูลลูกค้าที่เดินผ่านทุกคนและปรับเปลี่ยนโฆษณาได้ตรงกับความสนใจของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น Marketing Technology Tools ก็คือ ซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้ตรงตามความต้องการของนักการตลาดที่จะนำผลลัพธ์หรือข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลในการทำกิจกรรมทางการตลาดต่อไป Marketing Technology Tools มีอะไรบ้าง&#160; แท้จริงแล้วในโลกออนไลน์ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ Marketing Technology Tools หรือ martech ถูกใช้งานได้หลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่นิยมนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้งานด้านการตลาด แต่ด้วยการระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี ซึ่งได้มีการพัฒนาเครื่องมือ MarTech เพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ตัว ซึ่งจะมี MarTech Tools ตัวไหนบ้างที่น่าสนใจ บทความนี้จึงจะขอยกตัวอย่าง MarTech Tools ที่มีประโยชน์ต่อนักการตลาดที่จะนำเครื่องมือเหล่านี้มาเป็นตัวช่วยในการทำการตลาดในยุคปัจจุบันจะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ Google [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/">Marketing Technology หรือ Martech คืออะไร มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Marketing Technology หรือ MarTech คือ การทำการตลาดในรูปแบบใหม่ด้วยการนำเทคโนโลยีมาเป็นส่วนสำคัญในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การติดตามข้อมูลของลูกค้าหรือข้อมูลของคู่แข่ง นอกจากนี้ยังรวมถึงการปิดการขายเทคโนโลยีก็สามารถทำได้ เช่น การใส่ความสามารถของ AI ลงไปในบอร์ดแสดงโฆษณาสินค้าโดยที่ AI ตัวนี้จะรู้จักข้อมูลลูกค้าที่เดินผ่านทุกคนและปรับเปลี่ยนโฆษณาได้ตรงกับความสนใจของลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้ปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น Marketing Technology Tools ก็คือ ซอฟต์แวร์หรือเครื่องมือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะเป็นผู้ช่วยที่สามารถทำงานได้ตรงตามความต้องการของนักการตลาดที่จะนำผลลัพธ์หรือข้อมูลที่ได้ไปใช้เป็นข้อมูลในการทำกิจกรรมทางการตลาดต่อไป</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-marketing-technology-tools">Marketing Technology Tools มีอะไรบ้าง&nbsp;</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แท้จริงแล้วในโลกออนไลน์ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ Marketing Technology Tools หรือ martech ถูกใช้งานได้หลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่นิยมนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้งานด้านการตลาด แต่ด้วยการระบาดของโควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 ปี ซึ่งได้มีการพัฒนาเครื่องมือ MarTech เพิ่มขึ้นมากกว่า 10,000 ตัว ซึ่งจะมี MarTech Tools ตัวไหนบ้างที่น่าสนใจ บทความนี้จึงจะขอยกตัวอย่าง MarTech Tools ที่มีประโยชน์ต่อนักการตลาดที่จะนำเครื่องมือเหล่านี้มาเป็นตัวช่วยในการทำการตลาดในยุคปัจจุบันจะมีอะไรบ้างไปดูกันค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Google Analytics </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือที่เชื่อว่านักการตลาดหลายคนคงรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะว่าในการวางแผนกลยุทธ์การตลาดที่ดีนั้นควรเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่เสมอ เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดเก็บข้อมูลที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำกิจกรรมทางการตลาดว่าควรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง เก็บอย่างไร และเก็บไปเพื่ออะไร และ Google Analytics ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมทั่วโลกเนื่องจากได้เปิดให้ใช้บริการมาหลายปีแล้วตั้งแต่ปี 2005  ที่สามารถเก็บข้อมูลการใช้งานของลูกค้าทั้งบน Website และ Mobile App ที่จะนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้มาไปใช้ในการปรับปรุงแผนการตลาดได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนการตลาด การโฆษณา รวมไปถึงการปรับเนื้อหาคอนเทนต์ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ธุรกิจใดที่เริ่มต้นทำตลาดออนไลน์ไม่ว่าจะ<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ขายสินค้าออนไลน์</a>หรือให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจออนไลน์ แนะนำว่าควรใช้ Google Analytics เป็นอย่างยิ่ง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Parabola.io</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือทางการตลาดประเภท Data Integration Platform ที่จะมี API ที่พัฒนาโดยตัว MarTech อย่าง Parabola.io ที่จะทำหน้าเชื่อมต่อและดึงข้อมูลจาก Application ต่าง ๆ มารวบรวมไว้ในที่เดียวกันช่วยให้นักการตลาดนำข้อมูลที่ได้มาใช้งานได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น เช่น เราใช้ Parabola.io ในการดึงข้อมูลจาก Google Analytics และ Facebook มารวมข้อมูลกันอยู่ในรูปแบบของ Google Sheets และส่งข้อมูลดังกล่าวเข้า G-mail ที่กำหนดให้กับนักการตลาดที่จะสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้งานได้แบบวันต่อวัน นอกจากที่ Parabola.io จะทำหน้ารวบรวมข้อมูลแล้วยังสามารถแปลงข้อมูลอยู่ใน ผลรวมตามแถวและคอลัมน์ รวมไปถึงการคำนวณบวก ลบ คูณ หารได้</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Power BI </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือประเภท Business Intelligence ของค่าย Microsoft ที่สามารถแปลงข้อมูลดิบที่ได้รับการ Clean Data เรียบร้อยแล้วนั้นให้อยู่ในรูปแบบ Data Visualization ไม่ว่าจะแสดงเป็น กราฟ, พล็อต, แผนที่ หรือตาราง เป็นต้น ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานมองเห็นข้อมูลในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น เช่น กรองข้อมูลเป็นช่วงอายุ, จังหวัด หรือช่วงเวลา เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถจัดข้อมูลที่ต้องการแสดงเป็นชุด Dashboard ที่สามารถแชร์ข้อมูลร่วมกันผ่านอีเมล หรือจะแสดงข้อมูลบนเว็บขึ้นอยู่กับประเภทของซอฟต์แวร์ที่เลือกใช้ เบื้องต้น Power BI สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการความสามารถที่สูงขึ้นไปก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มมีหลายราคาให้เลือกด้วยกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Google Optimize</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ดูแลเว็บไซต์เห็นข้อมูลต่าง ๆ ที่จะช่วยให้ปรับปรุงหน้าตาของเว็บไซต์ หรือ Mobile App ให้น่าดึงดูดต่อผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ให้อยู่บนหน้าเว็บหรือ App ได้นานมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งานจนทำให้เกิดสัดส่วนการ Convert ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รอบการตัดสินใจซื้อสินค้าที่สั้นลง ค่า Ads ถูกลง นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับ Google Solution ตัวอื่น เช่น Google Analytics, Google Ads เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Facebook Business Suite </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือที่ใช้บริหารจัดการข้อมูลต่าง ๆ ทั้งบน Facebook และ Instagram ได้ภายในเครื่องมือเดียว ไม่ว่าจะเป็น การโพสต์ การตอบข้อความ หรือการจัดการข้อมูลสินค้า รวมไปถึงการแจ้งเตือนต่าง ๆ ด้วย และยังช่วยวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ลูกค้ากระทำบนเพจ Facebook หรือ Instagram ในเชิงลึกได้อีกด้วยว่าวิดีโอหรือคอนเทนต์แบบไหนที่ลูกค้าให้ความสนใจ ช่วยให้สามารถพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี AdTech อื่น ๆ ได้แก่ Line Ads, Twitter Ads, Google Ads และ TikTok Ads ซึ่งเป็นการโฆษณาบนโซเซียลมีเดียที่คนไทยคุ้นเคย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Leadfeeder.com</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือประเภท Website Visitor Tracking ที่จะทำหน้าที่สืบให้เรารู้ว่าผู้ใช้งานที่เขามาในเว็บไซต์ของเรามาจากเส้นทางไหนด้วยการสะกดรอยจาก IP Address หรือ Email ของผู้ใช้งาน เนื่องจากมีผู้ใช้งานที่เข้ามาในเว็บไซต์ของเราเฉลี่ยแล้วถึง 95% ที่เราจะไม่รู้เลยว่าผู้ใช้คนนั้น เป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร แต่เครื่องมือนี้ก็จะช่วยสืบข้อมูลเหล่านี้ให้เรา เพื่อนำข้อมูลนั้นมาช่วยสร้างโอกาสในการขายให้มากยิ่งขึ้น โดยที่ข้อมูลที่บอกให้เรารู้ได้ก็คือ ผู้ใช้เป็นคนของบริษัทอะไร ให้ความสนใจเรื่องอะไร เข้าเว็บไซต์ของเรามาจากทางไหน ถ้าหากเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเรา ระบบก็จะการส่งอีเมลแจ้งและอัพเดตข้อมูล CRM ให้อัตโนมัติ</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Post Affiliate Pro</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็น Affiliate Platform ที่ใช้ในการบริหารจัดการการทำการตลาดผ่าน Affiliate ก่อนขออธิบายเกี่ยวกับ Affiliate ก่อนว่าคืออะไร การทำ Affiliate คือ การทำการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือลูกค้าจะทำการจ่ายค่าโฆษณาให้กับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลสินค้าในรูปแบบลิงก์ที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงช่องทางการสั่งซื้อสินค้าได้ ซึ่งค่าโฆษณาก็จะได้ตามข้อตกลงไว้ เช่น ผ่านการเขียนบทความ การรีวิวสินค้า หรือการติดแบนเนอร์ไว้บน Website หรือ Platform ของผู้เผยแพร่เอง โดย Post Affiliate Pro เป็นแพลตฟอร์มAffiliate ที่มีการจัดการ Campaign ที่หลากหลาย มีระบบ Tracking ข้อมูลลูกค้า รองรับ Link Styles ที่รองรับการทำ SEO และรูปแบบลิงก์ที่หลากหลายให้เลือกใช้งาน รวมไปถึงมีความปลอดภัยด้วยการป้องกันการทุจริต เช่น คำสั่งซื้อปลอม หรือการสั่งซื้อซ้ำ เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Surveymonkey </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องมือในการสร้างแบบฟอร์มต่าง ๆ เช่น แบบฟอร์มลงทะเบียน, แบบสอบถาม, Quiz รวมไปถึงการทำ Poll เพื่อสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้งานได้ด้วย ทาง Surveymonkey ได้เปิดให้เราใช้งานโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การทำแบบสำรวจบน Surveymonkey ได้รับความนิยมอย่างมาก&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Google Search Console </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการทำอันดับในหน้าแรกของ Google เพียงแค่เรานำเว็บไซต์ของเราเข้าไป Submit กับ Google ระบบการค้นหาของ Google ก็จะรู้จักเว็บไซต์ของเราจะส่งผลให้ผู้ใช้งาน Google Search Engine สามารถค้นหาข้อมูลภายในเว็บไซต์ของเราได้ และยังทำให้เว็บไซต์ของเราถูก index จาก Google ด้วย นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Search Analytics ช่วยให้เรารู้ถึงประสิทธิภาพการ Search ของเว็บไซต์ของเราด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Sprout Social</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อเหล่า Digital Marketer ที่ต้องการทำการตลาดผ่านโซเซียลมีเดียโดยเฉพาะ ที่สามารถบริหารจัดการ Content ได้ทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, LinkedIn, Pinterest รวมทั้งยังสามารถแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะในการโพสต์ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้งานมีส่วนร่วมมากที่สุด มีระบบอนุมัติการเผยแพร่ Content เช่น A เป็นคนเขียน Content และ B เป็นคนกดเผยแพร่ Content นั้น นอกจากนี้ Sprout ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่เกิดขึ้นบนโซเซียลมีเดียด้วย ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้บริหารจัดการการทำการตลาดบนโซเซียลมีเดียที่น่าสนใจมากตัวหนึ่ง</p>



<p class="wp-block-paragraph">และคือ Marketing Technology Tools ที่น่าสนใจที่เราคัดเลือกมาเฉพาะตัวที่คิดว่าน่าจะเหมาะสมกับการทำการตลาดในประเทศไทย ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ของโลกที่นิยมใช้งานบนโซเซียลมีเดียอย่างมาก แต่การทำการตลาดบนเว็บไซต์และ Mobile App ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการโฆษณาน่าจะถูกกว่ามากพอสมควร หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย หากครั้งต่อไปมีสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับ MarTech ทางทีมงานจะรีบนำมาแนะนำทันที ครั้งนี้สวัสดีค่ะ</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/">Marketing Technology หรือ Martech คืออะไร มีอะไรบ้าง (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-marketing-technology/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Passive income กับ Active income คืออะไร ต่างกันอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/passive-income-and-active-income/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/passive-income-and-active-income/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thewisdom.co]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2021 14:58:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ขายของ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25668</guid>

					<description><![CDATA[<p>Passive income กับ Active income คือ ประเภทของรายได้ที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Passive income นี้ว่าเป็นการมีรายได้แบบ “เสือนอนกิน” หรือ “ให้เงินทำงาน” จากเหล่า YouTuber หรือ Life coach ทั้งหลายที่ต่างเชิญชวนให้เราเข้าร่วมคอร์สความรู้ทั้งหลายเพื่อพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การสร้างทรัพย์สิน รวมไปถึงการสร้างรายได้ออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ แล้วแท้จริงแล้วทั้งสองคำคืออะไรมาทำความรู้จักกัน Passive income คืออะไร ? Passive Income คือ การสร้างรายได้อีกรูปแบบหนึ่งที่ต้องมีการสร้างระบบและต้องใช้เงินลงทุนในช่วงแรก เมื่อทุกอย่างทำงานเข้าสู่ระบบอย่างลงตัวแล้ว ระบบนั้นจะสามารถทำงานต่อไปเองได้โดยที่เจ้าของกิจการไม่ต้องให้เวลาดูแลมากเหมือนในช่วงแรกของการเริ่มต้นระบบ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้กระแสเงินสดให้กับเจ้าของกิจการนั้นได้ตลอดเวลา และที่สำคัญสามารถมีรายได้มากกว่าหนึ่งทางได้อีกด้วย&#160; Active Income คืออะไร ? Active Income คือ การทำงานเป็นชิ้นงานให้ได้ตามที่กำหนด หรือทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ครบเวลาตามที่กำหนดอย่างหลังก็คือการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั่นเอง เป็นการสร้างรายได้ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี การสร้างรายได้แบบมนุษย์เงินเดือนเป็นการสร้างรายได้ที่ต้องให้เวลาและลงมือทำอยู่ตลอด หากหยุดทำงานหรือโดนไล่ออกจากงานก็จะทำให้ไม่มีรายได้&#160; เหมือนหรือมีความต่างกันอย่างไร ? แท้จริงแล้วรายได้ทั้งสองแบบเป็นการสร้างรายได้ที่ต้องทำงานเหมือนกัน แต่รายได้แบบ Passive income ต้องการการลงทุนและการดูแลระบบต่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/passive-income-and-active-income/">Passive income กับ Active income คืออะไร ต่างกันอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>Passive income กับ Active income </strong>คือ ประเภทของรายได้ที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Passive income นี้ว่าเป็นการมีรายได้แบบ “เสือนอนกิน” หรือ “ให้เงินทำงาน” จากเหล่า YouTuber หรือ Life coach ทั้งหลายที่ต่างเชิญชวนให้เราเข้าร่วมคอร์สความรู้ทั้งหลายเพื่อพัฒนาตัวเองให้มีความรู้ไม่ว่าจะเป็นด้านการเงิน การสร้างทรัพย์สิน รวมไปถึงการสร้างรายได้ออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ แล้วแท้จริงแล้วทั้งสองคำคืออะไรมาทำความรู้จักกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-passive-income">Passive income คืออะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Passive Income คือ การสร้างรายได้อีกรูปแบบหนึ่งที่ต้องมีการสร้างระบบและต้องใช้เงินลงทุนในช่วงแรก เมื่อทุกอย่างทำงานเข้าสู่ระบบอย่างลงตัวแล้ว ระบบนั้นจะสามารถทำงานต่อไปเองได้โดยที่เจ้าของกิจการไม่ต้องให้เวลาดูแลมากเหมือนในช่วงแรกของการเริ่มต้นระบบ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้กระแสเงินสดให้กับเจ้าของกิจการนั้นได้ตลอดเวลา และที่สำคัญสามารถมีรายได้มากกว่าหนึ่งทางได้อีกด้วย&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-active-income">Active Income คืออะไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">Active Income คือ การทำงานเป็นชิ้นงานให้ได้ตามที่กำหนด หรือทำงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ครบเวลาตามที่กำหนดอย่างหลังก็คือการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั่นเอง เป็นการสร้างรายได้ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี การสร้างรายได้แบบมนุษย์เงินเดือนเป็นการสร้างรายได้ที่ต้องให้เวลาและลงมือทำอยู่ตลอด หากหยุดทำงานหรือโดนไล่ออกจากงานก็จะทำให้ไม่มีรายได้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-">เหมือนหรือมีความต่างกันอย่างไร ?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">แท้จริงแล้วรายได้ทั้งสองแบบเป็นการสร้างรายได้ที่ต้องทำงานเหมือนกัน แต่รายได้แบบ Passive income ต้องการการลงทุนและการดูแลระบบต่าง ๆ แค่เพียงในช่วงแรกเมื่อทุกอย่างเข้าที่เรียบร้อยแล้วระบบก็สามารถสร้างรายได้ให้เราได้ตลอดเวลา ส่วนรายได้แบบ Active Income ถ้าหากเราไม่ทำก็จะไม่มีรายได้เข้ามา ซึ่งมองดูแล้วรายได้แบบมนุษย์เงินเดือนนั้นจะดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ เราลองมาดูกันความแตกต่างของรายได้ทั้งสองแบบว่ามีอะไรกันบ้าง </p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การลงทุน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">รายได้แบบ Passive income อาจจะต้องมีการลงทุนสูงในช่วงแรกไม่ว่าจะเป็นการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในหุ้น รวมไปถึงการศึกษาหาความรู้ในการวางระบบต่าง ๆ&nbsp; แต่รายได้แบบ Active income ไม่ต้องลงทุนอะไรก็สามารถมีรายได้ได้เลยเพียงแค่ทำงานตามชิ้นงานและเวลาที่ได้กำหนด แต่การเปิดร้านขายของ หรือร้านอาหารอาจจะมีทุนสูงได้เหมือนกันขึ้นอยู่กับรูปแบบของแต่ละกิจการด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เวลา</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">รายได้แบบ Passive income จะต้องมีใช้เวลาในการสร้างระบบจัดทำระบบต่าง ๆ เช่น การสร้างห้องเช่าก็ต้องเริ่มต้นตั้งแต่หาทำเลที่เหมาะสม การออกแบบหอพักให้น่าอยู่เพื่อดึงดูดผู้เช่าเข้ามา หรือการลงทุนหุ้นก็ต้องมีการศึกษาหุ้นตัวนั้นให้เข้าใจก่อนแต่เมื่อทุกอย่างเข้าระบบแล้วเราก็ไม่จำเป็นที่ต้องให้เวลากับระบบเหล่านี้มากนัก ซึ่งต่างจากรายได้แบบ Active income ที่ต้องลงทำงานให้เวลากับงานนั้นถึงจะมีรายได้เข้ามา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความรู้ </strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การสร้างรายได้แบบ Passive income ไม่มีความจำเป็นต้องจบการศึกษาถึงระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้ แต่ก็ต้องมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการที่จะใช้สร้างรายได้นั้น เช่น ต้องการสร้างรายได้ด้วยการทำ Affiliate ผ่านเว็บไซต์ก็ต้องมีความรู้เรื่องเว็บไซต์ การเขียนบทความ และความรู้เกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการแนะนำ แต่อาจจะทำได้ด้วยการจ้างคนมาทำแต่ละส่วนเลยซึ่งก็ต้องใช้ต้นทุนสูงสมควร ส่วนรายได้แบบ Active income บางสาขาต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรีเท่านั้นจึงจะสามารถทำงานได้ เช่น หมอ พยาบาล เป็นต้น</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อิสระทางการเงิน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">แท้จริงแล้วการสร้างรายได้แบบ Active income ก็เป็นต้นทุนให้กับการสร้างรายได้แบบ Passive income เช่น การผู้ที่มีรายได้ประจำแบบเงินเดือนได้แบ่งเงินมาลงทุนในกองทุนอยู่เรื่อย ๆ จนมีรายได้เติบโตมากพอที่จะมีอิสระทางการเงินได้ หรือสะสมเงินเพื่อสร้างห้องเช่าจากห้องที่มีขนาดเล็กก่อนแล้วเงินมีรายได้เข้ามาพอสมควรก็นำเงินเหล่านั้นมาปรังปรุงห้องเช่าให้มีขนาดใหญ่โตขึ้นเพิ่มค่าเช่าหอช่วยสร้างรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นได้อีก</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การคืนทุน</strong></h3>



<p class="wp-block-paragraph">การสร้างรายได้แบบ Active income นั้นไม่จำเป็นต้องมีช่วงการลงทุนใด ๆ เมื่อทำงานเสร็จก็สามารถรับเงินได้เลย แต่รายได้แบบเสือนอนกินนั้นอาจจะต้องใช้เวลานานในช่วงแรกกว่าจะสร้างระบบต่าง ๆ ให้เสร็จเรียกได้ว่ามีแต่รายจ่ายมากกว่ารายได้ เช่น หอพักอาจจะใช้เป็นเดือนกว่าจะสร้างหอพักเสร็จ&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-">ตัวอย่างรายได้ทั้งสองรูปแบบ  </h2>



<p class="wp-block-paragraph">เราได้ทำความรู้จักกับรายได้ทั้งสองกันมาพอสมควรแล้ว แล้วจะมีอาชีพแบบไหนหรือการลงทุนแบบไหนบ้างที่พอจะเป็นตัวอย่างให้เห็นได้ชัดเจน </p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><strong>รายได้แบบ Passive income</strong></td><td><strong>รายได้แบบ Active income</strong></td></tr><tr><td>หอพัก บ้านเช่า</td><td>มนุษย์เงินเดือน</td></tr><tr><td>หุ้น กองทุน สลากออมสิน และพันธบัตร</td><td>ร้านขายของ</td></tr><tr><td>โฆษณาออนไลน์ผ่านเว็บไซต์</td><td>ฟรีแลนซ์</td></tr><tr><td>เขียน e-book</td><td>ลูกจ้างรายวัน</td></tr><tr><td><a href="https://thewisdom.co/content/affiliate-marketing/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Affiliate Marketing</a></td><td><a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ขายสินค้าออนไลน์</a></td></tr><tr><td>ขายสินค้าออนไลน์แบบ Dropship</td><td></td></tr><tr><td>ขายศิลปะออนไลน์ รูปถ่าย รูปวาด ออกแบบลายเสื้อ</td><td></td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">การสร้างรายได้ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การลงทุน เวลา ความรู้ อิสระทางการเงิน และการคืนทุน แต่แท้จริงแล้วการสร้างรายได้นั้นต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมตามยุคสมัยและสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้มีรายได้ ก็คือ ความรู้และการพัฒนาตนเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ที่มา: <a href="https://en.wikipedia.org/wiki/Passive_income" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">https://en.wikipedia.org/wiki/Passive_income</a></p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/passive-income-and-active-income/">Passive income กับ Active income คืออะไร ต่างกันอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/passive-income-and-active-income/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Influencer คืออะไร มีส่วนช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร! (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 11:27:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Tips]]></category>
		<category><![CDATA[Influencer Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Online Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25613</guid>

					<description><![CDATA[<p>Influencer คือ กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย และมีชื่อเสียงในด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเผยแพร่เรื่องราวต่างๆบนโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างผู้ติดตาม และการมีส่วนร่วม เรียกได้ว่า เป็นการสื่อสารผ่านแนวคิดของบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นการตลาดแบบปากต่อปากนั่นเอง ในการทำการตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน พลังเสียงของบุคคลที่ 3 มีผลต่อการสื่อสารการตลาด ทั้งการสร้างการรับรู้ สร้างความสนใจ สร้างความเชื่อมั่น  และนำไปสู่การซื้อสินค้า ทำให้ Influencer Marketing กลายเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ห้ามมองข้าม เพราะจะเป็นการปิดโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆทันที  ซึ่งจะเป็นกุญแจสำหรับในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ของแบรนด์ต่างๆ ทว่า ในยุคที่การแข่งขันดุเดือด และรอบด้านนี้ แบรนด์จะมองข้ามกลยุทธ์การตลาดประเภทนี้ไปไม่ได้ เพราะถ้าคุณไม่สนใจ ก็จะเป็นการปิดโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ทันที หลักใหญ่ใจความเกี่ยวกับการทำงานของ Influencers คือ การใช้คำศิลปะทางการสื่อสาร ร่วมกับแนวคิดของการตลาดแบบปากต่อผ่าน ที่จะถ่ายทอดผ่าน Social Media ของพวกเขาเอง ยิ่งสื่อสารออกไปได้กว้างเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ประเภทของ Influencer มีอะไรบ้าง? มีข้อดีอย่างไร? การทำการตลาดผ่าน Influencer จะช่วยสร้างการรับรู้ได้ในวงกว้าง เพราะผู้ติดตามของ influencer จะมีหลากหลายอายุ เพศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/">Influencer คืออะไร มีส่วนช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร! (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Influencer คือ กลุ่มคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดและการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย และมีชื่อเสียงในด้านความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และเผยแพร่เรื่องราวต่างๆบนโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างผู้ติดตาม และการมีส่วนร่วม เรียกได้ว่า เป็นการสื่อสารผ่านแนวคิดของบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นการตลาดแบบปากต่อปากนั่นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในการทำการตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน พลังเสียงของบุคคลที่ 3 มีผลต่อการสื่อสารการตลาด ทั้งการสร้างการรับรู้ สร้างความสนใจ สร้างความเชื่อมั่น  และนำไปสู่การซื้อสินค้า ทำให้ Influencer Marketing กลายเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ห้ามมองข้าม เพราะจะเป็นการปิดโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆทันที </p>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งจะเป็นกุญแจสำหรับในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ของแบรนด์ต่างๆ ทว่า ในยุคที่การแข่งขันดุเดือด และรอบด้านนี้ แบรนด์จะมองข้ามกลยุทธ์การตลาดประเภทนี้ไปไม่ได้ เพราะถ้าคุณไม่สนใจ ก็จะเป็นการปิดโอกาสที่จะเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ ทันที หลักใหญ่ใจความเกี่ยวกับการทำงานของ Influencers คือ การใช้คำศิลปะทางการสื่อสาร ร่วมกับแนวคิดของการตลาดแบบปากต่อผ่าน ที่จะถ่ายทอดผ่าน Social Media ของพวกเขาเอง ยิ่งสื่อสารออกไปได้กว้างเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-influencer">ประเภทของ Influencer มีอะไรบ้าง? มีข้อดีอย่างไร?</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การทำการตลาดผ่าน Influencer จะช่วยสร้างการรับรู้ได้ในวงกว้าง เพราะผู้ติดตามของ influencer จะมีหลากหลายอายุ เพศ พฤติกรรม ความสนใจ ดังนั้น การเลือกใช้ influencer จะต้องเลือกที่เหมาะสม และเข้ากับสินค้า โดยประเภทของ influencer จะแบ่งตามระดับผู้ติดตาม ดังนี้</p>



<ol class="wp-block-list"><li>Nano Influencer (มีผู้ติดตาม 1,000-10,000 คน)<br>เปรียบเสมือนบุคคลทั่วไปที่มีอิทธิพลในหมู่คนรู้จักหรือเพื่อนๆ เช่น ดาวโรงเรียน, นักกีฬาตัวจริง, ประธานนักเรียน, หรือแม้แต่คนที่มีลักษณะโดเด่นจนเป็นที่น่าจดจำในหมู่เพื่อน ทำให้การว่าจ้างจึงไม่สูงมากนัก และยังมีอิทธิพล มีความน่าเชื่อถือต่อบุคคลรอบข้างทั้งเพื่อน, ครอบครัว, คนรู้จัก ฯลฯ</li></ol>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-nano-influencer"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=pZk0bXwzsfE&amp;t=62s"><strong>ตัวอย่าง</strong></a><strong> </strong>Nano Influencer</h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="รีวิว ใครเป็นสิวเข้ามามุง!! smooto tomato aloe snail white &amp; acne sleeping serum | The Pondest" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/pZk0bXwzsfE?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<ol class="wp-block-list" start="2"><li>Micro Influencer (มีผู้ติดตาม 10,000-50,000 คน)</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">มีฐานแฟนคลับจากแนวทางหรือคอนเทนต์ที่นำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ และสร้างสรรมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถดึงดูดผู้คนได้มากขึ้น และจะมีแนวทางการทำคอนเทนต์ที่ชัดเจน เช่น ช่องทำอาหาร ช่องรีวิวร้านอาหาร ช่องท่องเที่ยว&nbsp; ฯลฯ ทำให้แบรนด์สินค้าสามารถเลือกว่าจ้างได้อย่างมีจุดประสงค์มากขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-micro-influencer"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=m3J5SalkL3M"><strong>ตัวอย่าง</strong></a><strong> </strong>Micro Influencer</h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="I dyed my hair BLUE ?? กัดสี, ย้อมผมสีน้ำเงินเองที่บ้าน ด้วยน้ำยาแบบโฟม hello bubble" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/m3J5SalkL3M?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<ol class="wp-block-list" start="3"><li>Mid-Tier Influencer (มีผู้ติดตาม 50,000-100,000 คน)</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">มักจะมีแนวทาง และตัวตนที่ชัดเจนอยู่แล้ว และยังมีประสิทธิภาพในการสื่อสารกับผู้คนได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น รู้ว่ากลุ่มผู้ติดตามต้องการอะไร คอนเทนต์ลักษณะไหนที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ติดตามได้ ทำให้สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ได้ตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น เช่น ชอบคอนเทนต์แนวรีวิวอสังหาริมทรัพย์, แจกของรางวัล givaway ฯลฯ</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-mid-tier-influencer"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=I52CQ7fAr2o"><strong>ตัวอย่าง</strong></a><strong> </strong>Mid-Tier Influencer</h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Public speaker answers Binibining Pilipinas Pageant questions (and judges herself ?) | Ayn Bernos" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/I52CQ7fAr2o?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<ol class="wp-block-list" start="4"><li>Macro Influencer (มีผู้ติดตาม 100,000-1,000,000 คน)</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">กลุ่มคนเหล่านี้จะมีความเป็นอาชีพมากยิ่งขึ้น และมักจะโดดเด่นในช่องทางและแนวทางชัดเจน และส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่สร้างรายได้จากการทำคอนเทนต์ของตัวเอง ซึ่งกลุ่มนี้จะมีการสร้างการรับรู้ได้ชัดเจน เพราะการสื่อสารมักจะถูกออกแบบมาโดยผ่านกระบวนการคิด และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด รวมไปถึงการทำคอนเทนต์ที่เป็นมืออาชีพ, ตัวตนที่โดดเด่น, และแนวทางของช่องทางที่ชัดเจน ส่วนใหญ่แล้วขั้นนี้มักจะหันมาเป็น Influencer เต็มตัวเพราะสามารถหารายได้ที่เพียงพอจากการทำคอนเทนต์ของตัวเองได้แล้ว ทำให้มักจะมีการกลั่นกรองแบรนด์สินค้า และละเอียดอ่อนในการเลือกทำคอนเทนต์ เพราะเป็นที่จับตามอง เช่น ศาสนา, การเมือง, ทัศนคติ ฯลฯ</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-macro-influencer"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=u_kaPWxG2Hg"><strong>ตัวอย่าง</strong></a><strong> </strong>Macro Influencer</h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="&#039;Four Seasons Bangkok&#039; โรงแรมดีไซน์ระดับโลก รีสอร์ทกลางเมืองริมแม่น้ำเจ้าพระยา!" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/u_kaPWxG2Hg?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<ol class="wp-block-list" start="5"><li>Mega Influencer (มีผู้ติดตาม มากกว่า 1,000,000 คนขึ้นไป)</li></ol>



<p class="wp-block-paragraph">บุคคลเหล่านี้จะมีชื่อเสียงมากในด้านด้านนึง ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่มีชื่อเสียง เช่น ดารา, นักกีฬา, นักร้อง ที่ผู้คนให้การยอมรับ หรือเป็น Influencer ที่มีชื่อเสียงในวงกว้างซึ่งสามารถช่วยสร้างการรับรู้แบบไม่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย มีแรงจูงใจที่แตกต่าง เช่น ซื้อสินค้าตามดาราคนนี้ เพราะเป็นแฟนคลับ เป็นต้น&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-mega-influencer"><a href="https://www.youtube.com/watch?v=8QKRAB7E8vk"><strong>ตัวอย่าง</strong></a><strong> </strong>Mega Influencer</h3>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="ขออาสาซ่อมหัวใจให้ผ่านไปได้อีกหนึ่งวัน" width="1200" height="675" src="https://www.youtube.com/embed/8QKRAB7E8vk?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-influencer-1">วิธีเลือกใช้ Influencer ให้เหมาะสม</h2>



<p class="wp-block-paragraph">การเลือก influencer ให้เหมาะกับสินค้าและบริการ ควรคำนึงถึงภาพลักษณ์ พฤติกรรม ผลิตภัณฑ์ และชื่อเสียงของ influencer เพราะภาพลักษณ์ของ influencer มักจะส่งผลถึงภาพลักษณ์แบรนด์โดยตรงอีกด้วย ซึ่งสามารถกำหนดเป้าหมายได้ว่า ต้องการให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักในระดับไหนจากประเภทของ influencer หรือต้องการให้เกิดการทดลองใช้ด้วยแคมเปญต่างๆที่ต้องการให้ influencer ประชาสัมพันธ์ หรือการสร้างการรับรู้ผ่านคอนเทนต์ที่ดีจาก influencer ก็จะช่วยสร้างการรับรู้ได้มากเช่นกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ตัวอย่าง การสร้างการรับรู้ในวงกว้าง ของ Maybelline ในแคมเปญ #MaybellineNotshy ผ่าน TikTok และมีการว่าจ้าง influencer ในการประชามสัมพันธ์แคมเปญ และยังมีการแจกของรางวัลให้ผู้ร่วมสนุกเพื่อให้เกิดการทดลองใช้ได้อีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh5.googleusercontent.com/17E6WqYkUCX9nE7NmF9rP5TZvz8awS0tswF5_VqkJ1qdEOfw80oKyF95chviSApPBgqaSQrtsfY6UzoYs-TeECjGn5SJNhenV-Q1GB4HvaRfGQI4DXM6SiiJIup4X7k6eihmcGvU" alt=""/></figure>



<p class="wp-block-paragraph">ก่อนทำการว่าจ้าง นักการตลาดต้องวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายของ influencer เหล่านั้น ว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีการเผยแพร่ข้อมูลเชิงลึกผ่าน rate card ทั้ง สถิติ อายุ เพศ ของผู้ติดตาม และสามารถวิเคราะห์ความสนใจจากผู้ติดตามได้ผ่านคอนเทนต์ที่ influencer โพสต์ลงบน social media</p>



<p class="wp-block-paragraph">และหลังจากนั้นควรติดตามวัดผลด้วยการทำ UTM สำหรับวัดระดับการขายที่มากจาก influencer ถ้าหากสินค้ามี<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ขายสินค้าออนไลน์</a>ผ่านเว็บไซต์ ก็สามารถวัด UTM ได้ผ่าน <a href="https://www.google.com/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">google</a> จะทำให้ทราบได้เลยว่า influencer คนใดมีอิทธิพลมากที่สุดต่อการซื้อสินค้า </p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากการวัดผ่าน UTM แล้ว หากเป็น E-Commerce สามารถวัดผลลัพธ์ผ่านลิ้งค์ ซึ่งจะวัดได้ว่ามีคนคลิกลิ้งค์ และสนใจมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะทำให้สามารถนำไปปรับปรุง และเลือกใช้ influencer ได้ในครั้งต่อๆไป</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/">Influencer คืออะไร มีส่วนช่วยในการทำการตลาดได้อย่างไร! (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-influencer-marketing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Business Model Canvas คืออะไร ใช้อย่างไรให้ได้ผล (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/what-is-business-model-canvas/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/what-is-business-model-canvas/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thewisdom.co]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2021 11:17:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางการขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[วางแผนธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25592</guid>

					<description><![CDATA[<p>Business Model Canvas คือ ส่วนประกอบภาพรวมของธุรกิจที่สามารถแสดงส่วนสำคัญหลักๆอยู่สองส่วนด้วยกันคือ ธุรกิจเกิดรายได้ได้อย่างไร และ ผู้ซื้อหรือลูกค้าที่ใช้บริการของเราได้รับคุณค่าอะไรจากเรา ทั้งสองส่วนนี้จะมีส่วนประกอบด้วยกันทั้งหมด 9 ส่วน และจัดกลุ่มได้ 4 กลุ่มดังนี้ ส่วนประกอบทั้ง 9 ส่วนประกอบด้วย HOW (สีฟ้า) ประกอบด้วย Key Partner (พันธมิตรหลัก): คู่ค้าหรือพันธมิตรหลักที่มีส่วนช่วยในการดำเนินธุรกิจ Key Activities (กิจกรรมหลัก): กิจกรรมต่างๆที่มีส่วนช่วยในการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ Key Resources (ทรัพยากรหลัก): สิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น พนักงาน ระบบหลังบ้าน ระบบบัญชี เป็นต้น WHAT (สีส้ม) ประกอบด้วย Value proposition (การเสนอคุณค่า): คุณค่าที่ธุรกิจได้ส่งมอบให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพอใจสูงสุด WHO (สีเหลือง) ประกอบด้วย Customer Relationship (ความสัมพันธ์กับลูกค้า): การสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าหรือการช่วยเหลือ สร้างความสัมพันธ์เพื่อเก็บข้อมูล และรักษาฐานลูกค้า นำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของธุรกิจ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-business-model-canvas/">Business Model Canvas คืออะไร ใช้อย่างไรให้ได้ผล (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph"><strong>Business Model Canvas คือ</strong> ส่วนประกอบภาพรวมของธุรกิจที่สามารถแสดงส่วนสำคัญหลักๆอยู่สองส่วนด้วยกันคือ ธุรกิจเกิดรายได้ได้อย่างไร และ ผู้ซื้อหรือลูกค้าที่ใช้บริการของเราได้รับคุณค่าอะไรจากเรา ทั้งสองส่วนนี้จะมีส่วนประกอบด้วยกันทั้งหมด 9 ส่วน และจัดกลุ่มได้ 4 กลุ่มดังนี้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="714" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-1024x714.jpg" alt="Business Model Canvas คืออะไร" class="wp-image-25593" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-1024x714.jpg 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-300x209.jpg 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-768x536.jpg 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas.jpg 1200w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-9">ส่วนประกอบทั้ง 9 ส่วนประกอบด้วย</h2>



<h3 class="wp-block-heading">HOW (สีฟ้า) ประกอบด้วย</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>Key Partner (พันธมิตรหลัก): คู่ค้าหรือพันธมิตรหลักที่มีส่วนช่วยในการดำเนินธุรกิจ</li><li>Key Activities (กิจกรรมหลัก): กิจกรรมต่างๆที่มีส่วนช่วยในการสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ</li><li>Key Resources (ทรัพยากรหลัก): สิ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น พนักงาน ระบบหลังบ้าน ระบบบัญชี เป็นต้น</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">WHAT (สีส้ม) ประกอบด้วย</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>Value proposition (การเสนอคุณค่า): คุณค่าที่ธุรกิจได้ส่งมอบให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพอใจสูงสุด</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">WHO (สีเหลือง) ประกอบด้วย</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>Customer Relationship (ความสัมพันธ์กับลูกค้า): การสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าหรือการช่วยเหลือ สร้างความสัมพันธ์เพื่อเก็บข้อมูล และรักษาฐานลูกค้า นำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ของธุรกิจ</li><li>Customer Segment (กลุ่มลูกค้า): กลุ่มลูกค้าที่มีโอกาสที่จะมาซื้อหรือใช้บริการสินค้าของเรา</li><li>Channel (ช่องทาง): ช่องทางที่ลูกค้านั้นสามารถซื้อ หรือ ใช้บริการ หรือ เข้าถึงคุณค่าทางธุรกิจที่เราได้นำเสนอให้แก่ลูกค้า</li></ul>



<p class="has-black-color has-text-color has-background wp-block-paragraph" style="background-color:#c8deea"><strong>เพิ่มเติม:</strong> <a href="https://thewisdom.co/content/market-segmentation/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ขั้นตอน การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) ฉบับจับมือทำ!</a></p>



<h3 class="wp-block-heading">MONEY (สีเขียว) ประกอบด้วย</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>Cost Structure (โครงสร้างต้นทุน): ตุ้นทุนในการดำเนินทางการทางธุรกิจหรือต้นทุนที่ใช้ในการส่งมอบคุณค่าให้แก่ลูกค้า</li><li>Revenue Streams (กระแสรายได้): รูปแบบหรือช่องทางที่มีการเกิดรายได้เข้ามายังธุรกิจ</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-business-plan-business-model">Business Plan และ Business Model ต่างกันอย่างไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">หลายๆคนสงสัยว่าทั้งสองส่วนนี้มีความเหมือนเหรือแตกต่างกันอย่างไร เรามาดูการเปรียบเทียบกันในตารางด้านล่างนี้ได้เลย</p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>Business Plan</strong></td><td class="has-text-align-center" data-align="center"><strong>Business Model</strong></td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">แผนระยะยาว แนวทางการดำเนินธุรกิจ</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">แผนภาพอธิบายส่วนประกอบของธุรกิจแต่ละส่วน</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">เน้นเรื่องของงบการเงิน</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ไม่เน้นเรื่องงบการเงิน</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">ใช้เวลานานในการดำเนินการ</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ใช้ในไม่กี่นาทีในการระดมไอเดีย</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">โฟกัสจากเจ้าของกิจการและมุมมองลูกค้า</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">โฟกัสที่คุณค่าที่ลูกค้าได้รับ</td></tr><tr><td class="has-text-align-center" data-align="center">ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ</td><td class="has-text-align-center" data-align="center">ช่วยในการเริ่มต้นธุรกิจ</td></tr></tbody></table></figure>



<p class="wp-block-paragraph">Canvas มีความหมายหรือเปรียบเสมือน ผืนผ้าใบ 1 แผ่น ที่ทำให้เราเห็นภาพรวมในเรื่องนั้นๆมากขึ้น ซึ่งในที่นี้เราจะหมายถึงภาพรวมของธุรกิจนั้นเอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">Business Model Canvas เกิดมาจากหนังสื่อ <a href="https://books.google.co.th/books/about/Business_Model_Generation.html?id=UzuTAwAAQBAJ&amp;printsec=frontcover&amp;source=kp_read_button&amp;hl=en&amp;redir_esc=y#v=onepage&amp;q&amp;f=false" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">Business Model Generation</a> ปี 2021 กับบทพิสูจน์กว่า 10 ปี จากทั่วโลก พิสูจน์ว่าการที่เราพูดถึงธุรกิจ มีส่วนประกอบอะไรบ้างที่ในแต่ละธุรกิจนั้นมีเหมือนกัน</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-">มีประโยชน์กับธุรกิจอย่างไร</h2>



<p class="wp-block-paragraph">ถ้าหากว่าเรานั้นแบ่งวัตถุประสงค์ของการนำมาใช้งานต่างๆตามสัดส่วนนั้นจะพบว่าส่วนใหญ่แล้วนั้นจะนำมาใช้ในเรื่องของการพัฒนาธุรกิจใหม่ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้จากด้านล่างนี้ได้</p>



<ul class="wp-block-list"><li>36% พัฒนาธุรกิจใหม่</li><li>21% พัฒนาสินค้าใหม่</li><li>19% ปรับกลยุทธธุรกิจ เช่น แผนการตลาด การขยายตลาด</li><li>15% ปรับโมเดลธุรกิจ ปรับให้มีรายได้ ได้อย่างไรได้บ้าง</li><li>3% เข้าใจลูกค้าองค์กร</li><li>2% ขยายองค์กร</li><li>1.8% บริหารทีมงาน</li><li>0.8% ทำวิจัยเพื่อการลงทุน</li><li>0.7% ซื้อกิจการ</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h--1">&nbsp;เอามาช่วยอะไรได้บ้าง</h2>



<ul class="wp-block-list"><li>เข้าใจลูกค้าของเราได้มากขึ้น</li><li>ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว</li><li>เข้าถึงลูกค้าในรูปแบบใหม่ๆ</li><li>สร้างจุดขายที่โดดเด่นและแตกต่าง</li></ul>



<h2 class="wp-block-heading">ตัวอย่าง Business Model Canvas ธุรกิจขายของออนไลน์</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เริ่มต้นขายของออนไลน์</a>เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่นิยมกันมาที่สุดในปัจจุบัน และแน่นอนว่าสำหรับมือใหม่ที่อยาก<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ขายออนไลน์</a>นั้น ไม่เคยมีประสบการณ์หรือข้อมูลทางธุรกิจมาก่อน อาจจะไม่เห็นภาพรวมหรือใครที่ทำอยู่แล้วนั้น ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกิจการของตนเองได้</p>



<h3 class="wp-block-heading">ธุรกิจ: สินค้าทำความสำอาดพื้น</h3>



<figure class="wp-block-image size-full"><img loading="lazy" decoding="async" width="1000" height="598" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-selling-online.jpg" alt="ธุรกิจขายของออนไลน์" class="wp-image-25594" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-selling-online.jpg 1000w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-selling-online-300x179.jpg 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/08/business-model-canvas-selling-online-768x459.jpg 768w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading">Key Partner (พันธมิตรหลัก):</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>โรงงานผลิตสินค้า</li><li>บริษัทนำเข้าสินค้า</li><li>บริษัทขนส่งเอกชน</li><li>ตัวแทนขายส่ง</li><li>โมเดิร์นเทรด</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Key Activities (กิจกรรมหลัก):&nbsp;</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>สร้างเครือข่ายตัวแทน</li><li>พัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น</li><li>เพิ่มมาตรฐานสินค้า</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Key Resources (ทรัพยากรหลัก):</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>สินค้า</li><li>สื่อโฆษณา</li><li>พนักงาน</li><li>ระบบจัดการสต๊อก</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Value proposition (การเสนอคุณค่า):</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>ใช้สินค้าที่มมาตรฐาน</li><li>บริการหลังการขาย</li><li>เพิ่มความสะดวก<br>ในชีวิต</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Customer Relationship (ความสัมพันธ์กับลูกค้า):&nbsp;</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>สร้างระบบสมาชิก</li><li>ติดตามผลลัพธ์จากลูกค้า</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Customer Segment (กลุ่มลูกค้า):&nbsp;</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>กลุ่มแม่บ้าน</li><li>กลุ่มสำนักงานออฟฟิศ</li><li>กลุ่มคนอาศัยในคอนโด</li><li>กลุ่มหาสินค้ามาขาย (ตัวแทน)</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Channel (ช่องทาง):</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>Social Media</li><li>Shopee, Lazada</li><li>หน้าร้านคู่ค้า</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Cost Structure (โครงสร้างต้นทุน):&nbsp;</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>ต้นทุนสินค้าที่สั่งผลิตหรือสั่งซื้อมา</li><li>ต้นทุนค่าดำเนินการ เช่น ค่าส่ง ค่าโทรศัพท์ ค่าเอกสาร<br>เงินเดือนพนักงาน เป็นต้น</li></ul>



<h3 class="wp-block-heading">Revenue Streams (กระแสรายได้):</h3>



<ul class="wp-block-list"><li>รายได้ขายปลีกที่เป็นตัวเงินจากการจำหน่ายสินค้า</li><li>รายได้ขายส่งที่เกิดจากคู่ค้า</li></ul>



<p class="wp-block-paragraph">ในการทำ Business Model Canvas จะเป็นการระดมไอเดียจากทีมที่ร่วมกันทำธุรกิจของเรา ซึ่งหลังจากที่เราได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะเห็นได้ในทันทีว่าส่วนที่เราต้องดำเนินการหรือต้องประสานงาน หรือ กิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องนั้นมีอะไรบ้าง</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่าลืมติดตามเพจ <a href="https://www.facebook.com/thewisdom.edu" target="_blank" rel="noreferrer noopener nofollow">Facebook</a> หรือช่องทาง Line ของเราเพื่อติดตามและอัพเดทข่าวสาร ความรู้สดใหม่ก่อนใคร</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/what-is-business-model-canvas/">Business Model Canvas คืออะไร ใช้อย่างไรให้ได้ผล (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/what-is-business-model-canvas/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Affiliate Marketing คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/affiliate-marketing/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/affiliate-marketing/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thewisdom.co]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 08 Aug 2021 11:12:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25536</guid>

					<description><![CDATA[<p>Affiliate marketing คือ การทำการตลาดให้กับแบรนด์หรือเจ้าของสินค้า โดยทั่วไปจะนิยมเรียกแบรนด์หรือเจ้าของสินค้าว่า Vender สำหรับผู้ที่ทำการโปรโมทนั้นจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินกลับมา รูปแบบของรายได้ของคนทำ Affiliate นั้นจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป สามารถดูรายละเอียดได้จากด้านล่างนี้ รูปแบบรายได้ แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบดังนี้ รูปแบบ รายละเอียด CPM (Cost per Thousand Impressions) รับผลตอบแทนจากการแสดงผล 1,000 ครั้ง ตัวอย่าง CPM 50 บาท หมายถึง ผู้โปรโมทนำโฆษณาไปติดในเว็บไซต์ของตน และเกิดการแสดงผลจากผู้เยี่ยมชม 1,000 ครั้ง ผู้โปรโมทจะได้ผลตอบแทน 50 บาท CPC (Cost Per Clicks) รับผลตอบแทนจากการคลิก 1 ครั้ง ตัวอย่าง CPC 5 บาท หมายถึง ผู้โปรโมทนำโฆษณาไปติดในเว็บไซต์ของตน และเกิดการคลิก 1 ครั้ง ผู้โปรโมทจะได้รับผลตอบแทน 5 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/affiliate-marketing/">Affiliate Marketing คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Affiliate marketing คือ การทำการตลาดให้กับแบรนด์หรือเจ้าของสินค้า โดยทั่วไปจะนิยมเรียกแบรนด์หรือเจ้าของสินค้าว่า Vender สำหรับผู้ที่ทำการโปรโมทนั้นจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินกลับมา รูปแบบของรายได้ของคนทำ Affiliate นั้นจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันไป สามารถดูรายละเอียดได้จากด้านล่างนี้</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-2"><strong>รูปแบบรายได้ แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบดังนี้</strong></h2>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><strong>รูปแบบ</strong></td><td><strong>รายละเอียด</strong></td></tr><tr><td>CPM (Cost per Thousand Impressions)</td><td>รับผลตอบแทนจากการแสดงผล 1,000 ครั้ง ตัวอย่าง CPM 50 บาท หมายถึง ผู้โปรโมทนำโฆษณาไปติดในเว็บไซต์ของตน และเกิดการแสดงผลจากผู้เยี่ยมชม 1,000 ครั้ง ผู้โปรโมทจะได้ผลตอบแทน 50 บาท</td></tr><tr><td>CPC (Cost Per Clicks)</td><td>รับผลตอบแทนจากการคลิก 1 ครั้ง ตัวอย่าง CPC 5 บาท หมายถึง ผู้โปรโมทนำโฆษณาไปติดในเว็บไซต์ของตน และเกิดการคลิก 1 ครั้ง ผู้โปรโมทจะได้รับผลตอบแทน 5 บาท</td></tr><tr><td>CPA (Cost per Acquisition)</td><td>รับผลตอบแทนจากการซื้อหรือการกระทำ 1 ครั้ง เช่น CPA 990 บาท หมายถึง ถ้าหากผู้โปรโมทนั้นนำสินค้าหรือบริการไปโปรโมทและเกิดการซื้อ 1 ครั้ง ผู้โปรโมทจะได้รับค่าตอบแทน 990 บาท เป็นต้น</td></tr><tr><td>CPS (Cost Per Sales)</td><td>รูปแบบเช่นเดียวกับ CPA</td></tr><tr><td>CPL (Cost per Lead)</td><td>รับผลตอบแทนจากรายชื่อ เช่น CPL 300 บาท หมายถึง ถ้าหากผู้โปรโมทนั้นสามารถหารายชื่อเข้าระบบได้ 1 คนจะได้ค่าตอบแทน 300 บาทต่อรายชื่อ</td></tr><tr><td>Revenue Share</td><td>รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นจากการซื้อหรือของสินค้าหรือบริการ ตัวอย่างเช่น Revenue Share 10% ลูกค้าจองโรงแรมมูลค่า 1,000 บาท ผู้โปรโมทจะได้รับค่าตอบแทน 10% ของ 1,000 บาท ซึ่งในที่นี้จะเท่ากับ 100 บาท</td></tr></tbody></table></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข้อดี</strong></h3>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>ใช้ต้นทุนในการเริ่มต้นที่ต่ำ:&nbsp;</strong></li><li><strong>ความเสี่ยงต่ำ:&nbsp;</strong></li><li><strong>ยืดหยุ่นในการทำ:&nbsp;</strong></li><li><strong>ผลตอบแทนสูง:</strong></li><li><strong>Passive income:&nbsp;</strong></li><li><strong>โฟกัสเฉพาะการตลาด:&nbsp;</strong></li></ul>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสีย</strong></h3>



<ul class="wp-block-list"><li><strong>ควบคุมได้ยาก:</strong></li></ul>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตัวอย่างของ Affiliate Network และรูปแบบของผลตอบแทน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading">Booking.com</h3>



<p class="wp-block-paragraph">รูปแบบผลตอบแทน: Revenue Share 25%</p>



<p class="wp-block-paragraph">Booking เป็นเว็บไซต์ในการจองที่พักที่ใหญ่อันดับต้นๆของโลก ซึ่งทั่วโลกนั้นสามารถที่จะจองที่พักผ่านระบบของทางเว็บไซต์ได้ในทันที และแน่นอนว่าในการทำ Affiliate ที่พักหรือโรงแรมนั้น ที่นี่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆที่คนสนใจ ในเรื่องของผลตอบแทนนั้นจะจ่ายต่อการจอง</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่: <a href="https://www.booking.com/affiliate-program/">https://www.booking.com/affiliate-program/</a></p>



<h3 class="wp-block-heading">Agoda.com</h3>



<p class="wp-block-paragraph">รูปแบบผลตอบแทน: Revenue Share 25%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่คนนิยมใช้ในการจองที่พัก หรือโรงแรม ซึ่งรูปแบบคล้ายกับของ Booking ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของการจ่ายผลตอบแทนนั้นก็จ่ายต่อการจองด้วยเช่นเดียวกัน</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่: <a href="https://partners.agoda.com/">https://partners.agoda.com/</a></p>



<h3 class="wp-block-heading">ClickBank</h3>



<p class="wp-block-paragraph">รูปแบบผลตอบแทน: CPA</p>



<p class="wp-block-paragraph">เว็บไซตฺที่รวบรวมเอาผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับ Digital Product มาไว้ในที่เดียว สินค้าหลากหลายมากมายที่นี่ที่เหล่าบรรดา Affiliate นิยมเลือกไปโปรโมทเพื่อรับค่าคอมมิชชั่น รูปแบบของการรับค่าคอมมิสชั่นส่วนมากนั้นจะเป็นแบบ CPA ซึ่งจะจ่ายต่อการซื้อหรือสมัครสมาชิก</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่: <a href="https://www.clickbank.com/">https://www.clickbank.com/</a></p>



<h3 class="wp-block-heading">Amazon.com&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">รูปแบบผลตอบแทน: Revenue Share 25%</p>



<p class="wp-block-paragraph">เว็บไซต์ eCommerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลกหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ อเมซอน ซึ่งที่นี่ได้รวบรวมสินค้าไว้จากทุกมุมโลกและมีการขยายฐานไปยังประเทศต่างๆมากมาย การทำ Affiliate ที่นี่นั้นจะได้ค่าคอมมิชชันเปอรฺเซ็นจากยอดซื้อของลูกค้า โดยแต่ละหมวดหมู่นั้นจะมีคอมมิชชั่นที่ไม่เท่ากัน ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างนี้ได้เลย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่: <a href="https://affiliate-program.amazon.com/">https://affiliate-program.amazon.com/</a></p>



<p class="wp-block-paragraph">สำหรับใครที่สงสัยเกี่ยวกับการทำ <strong>Affiliate Marketing</strong> นั้น ตัวอย่างต่างๆเหล่านี้คงช่วยให้หลายๆคนเห็นภาพหรือมองเห็นโอกาสในการเริ่มต้นกันไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตามกดติดตามเพจหรือเว็บไซต์ของเราเพื่อที่จะไม่พลาดเนื้อหาการอัพเดทเนื้อหา<a href="https://thewisdom.co/">การตลาด</a>และธุรกิจก่อนใครได้ที่นี่เลย</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/affiliate-marketing/">Affiliate Marketing คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร (พร้อมตัวอย่าง)</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/affiliate-marketing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เช็คก่อนขาย 10 เช็คลิส ขายของออนไลน์ ให้ได้กำไรเยอะ</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/online-selling-checklists/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/online-selling-checklists/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[thewisdom.co]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jun 2021 13:37:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ช่องทางการขายของออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[ออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25429</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขายของออนไลน์ และ ตลาดออนไลน์ นั้นก็เปิดกว้างมากขึ้น มีสินค้ามากมายหลายอย่าง สินค้าแทบทุกชนิดคุณสามารถสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ การจ่ายเงินก็ง่ายสามารถจ่ายปลายทางก็ได้ บริการส่งถึงหน้าบ้านอีกด้วย ในเมื่อตลาดออนไลน์กว้างมากขนาดนี้ จึงมีพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนที่คุณคิดจะเป็นพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์คุณจะต้องมีหลักการในการขาย แบบที่ขายแล้วได้กำไรเยอะๆ ทุนไม่จม จะมีวิธีอย่างไรบ้างตามไปดูกันเลยค่ะ เช็คก่อนขาย 10 เช็คลิสขายของออนไลน์ ให้ได้กำไรเยอะ 1. สำรวจตนเอง ว่ามีความพร้อมในการขายของออนไลน์แล้วหรือไม่ ความพร้อมในที่นี้หมายถึง มีเวลาเพียงพอหรือไม่ ส่วนใหญ่ผู้ทำอาชีพขายของออนไลน์มักมีงานประจำอยู่แล้ว ดังนั้นคุณจึงควรแบ่งเวลาในการขายกับเวลาทำงานให้เหมาะสม และ ความพร้อมอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญอย่างมากคือ ความพร้อมในการด้านการเงิน การขายของทั้งออนไลน์ไม่ออนไลน์ เงินทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นคุณควรมีเงินทุนหมุนเวียนในระบบ เพื่อไว้ใช้จ่ายเช่น การซื้อของมาออร์เดอ หรือการจ้างบริษัทขนส่ง การโฆษณาสินค้าและอื่นๆ เพราะหากเงินทุนหมุนเวียนไม่พอแล้วก็ยากที่จะประสบความสำเร็จเช่นกัน 2. สินค้าที่จะขายมีความน่าสนใจ และเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่ แน่นอนที่สุดจะขายของก็จะต้องรู้จักเลือกของมาขาย การเลือกสินค้าที่จะขายคุณควรมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าชนิดนั้น แหล่งที่รับสินค้ามาขายมีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ ตัวอย่างการรับสินค้าจากจีนมาขายในสมัยนี้ไม่ต้องเดินทางไปถึงเมืองจีนอีกต่อไป เพราะมีเว็บไซต์จากจีนเช่น &#160;TAOBAO&#160;/&#160;TMALL&#160;/&#160;1688 &#160;Alibaba หรือที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ก็จะเป็นพวกอาหารเสริมต่างๆ ที่เรียกว่าไม่รู้จะกินยี่ห้อไหนเยอะไปหมด ดังนั้นการจะขายสินค้าที่มีคู่แข่งเยอะๆคุณต้องหาจุดเด่นของสินค้าให้ได้ เพื่อไม่ให้เหมือนคนอื่น และอีกอย่างที่สำคัญคือ สินค้าของคุณจะต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-checklists/">เช็คก่อนขาย 10 เช็คลิส ขายของออนไลน์ ให้ได้กำไรเยอะ</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ขายของออนไลน์ และ ตลาดออนไลน์ นั้นก็เปิดกว้างมากขึ้น มีสินค้ามากมายหลายอย่าง สินค้าแทบทุกชนิดคุณสามารถสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ การจ่ายเงินก็ง่ายสามารถจ่ายปลายทางก็ได้ บริการส่งถึงหน้าบ้านอีกด้วย ในเมื่อตลาดออนไลน์กว้างมากขนาดนี้ จึงมีพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์หน้าใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ก่อนที่คุณคิดจะเป็นพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์คุณจะต้องมีหลักการในการขาย แบบที่ขายแล้วได้กำไรเยอะๆ ทุนไม่จม จะมีวิธีอย่างไรบ้างตามไปดูกันเลยค่ะ</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-10"><strong>เช็คก่อนขาย 10 เช็คลิสขายของออนไลน์ ให้ได้กำไรเยอะ</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-1">1. สำรวจตนเอง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ว่ามีความพร้อมในการขายของออนไลน์แล้วหรือไม่ ความพร้อมในที่นี้หมายถึง มีเวลาเพียงพอหรือไม่ ส่วนใหญ่ผู้ทำอาชีพ<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/">ขายของออนไลน์</a>มักมีงานประจำอยู่แล้ว ดังนั้นคุณจึงควรแบ่งเวลาในการขายกับเวลาทำงานให้เหมาะสม และ ความพร้อมอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญอย่างมากคือ ความพร้อมในการด้านการเงิน การขายของทั้งออนไลน์ไม่ออนไลน์ เงินทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นคุณควรมีเงินทุนหมุนเวียนในระบบ เพื่อไว้ใช้จ่ายเช่น การซื้อของมาออร์เดอ หรือการจ้างบริษัทขนส่ง การโฆษณาสินค้าและอื่นๆ เพราะหากเงินทุนหมุนเวียนไม่พอแล้วก็ยากที่จะประสบความสำเร็จเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-2">2. สินค้าที่จะขายมีความน่าสนใจ</h3>



<p class="wp-block-paragraph">และเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่ แน่นอนที่สุดจะขายของก็จะต้องรู้จักเลือกของมาขาย การเลือกสินค้าที่จะขายคุณควรมีความรู้เกี่ยวกับสินค้าชนิดนั้น แหล่งที่รับสินค้ามาขายมีแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ ตัวอย่างการรับสินค้าจากจีนมาขายในสมัยนี้ไม่ต้องเดินทางไปถึงเมืองจีนอีกต่อไป เพราะมีเว็บไซต์จากจีนเช่น &nbsp;TAOBAO&nbsp;/&nbsp;TMALL&nbsp;/&nbsp;1688 &nbsp;Alibaba หรือที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในตอนนี้ก็จะเป็นพวกอาหารเสริมต่างๆ ที่เรียกว่าไม่รู้จะกินยี่ห้อไหนเยอะไปหมด ดังนั้นการจะขายสินค้าที่มีคู่แข่งเยอะๆคุณต้องหาจุดเด่นของสินค้าให้ได้ เพื่อไม่ให้เหมือนคนอื่น และอีกอย่างที่สำคัญคือ สินค้าของคุณจะต้องมีคุณภาพ มีมาตรฐาน ลูกค้าถึงจะให้ความเชื่อถือแล้วก็จะทำให้คุณขายดีได้กำไรเยอะๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-3-facebook">3. สร้างเพจ Facebook</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การสร้างเพจเพจ Facebook เป็นการขายอย่างง่ายที่สุดในการออนไลน์ในปัจจุบันการสร้างเพจขึ้นมาก็เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาชม มาเลือกซื้อสินค้าของเรา นอกจากการสร้างเพจแล้วในยุคนี้หากอยากให้ยอดขายดีมากยิ่งขึ้นก็จะต้องมีการยิง Facebook Ads เพื่อการโฆษณาสินค้าของเรา ให้มีคนเข้ามาชมมารู้จักร้านของเราให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นวิธีการที่ดีที่สามารถกระตุ้นยอดขายสินค้าได้ และที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบันก็คงจะหนีไม่พ้นการ Live&nbsp;สดเพื่อขายสินค้า การ Live&nbsp;เป็นการโต้ตอบและจบการขายได้ทันที และรวดเร็ว โดยที่คุณไม่ต้องตามตอบแชททีหลัง</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-4-line">4.สร้าง Line @</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เพิ่มช่องทางการขายออนไลน์ให้ได้กำไรเยอะๆ Line @ นั้นมีค่าบริการที่นับว่าคุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากคุณสามารถที่ส่งข้อความ ที่ข้อมูลสำคัญต่างๆของร้านไม่ว่าจะเป็นสินค้าใหม่ๆ โปรโมชั่นต่างๆ ตามยอด &nbsp;Follower&nbsp;ที่คุณมีทั้งหมดด้วยฟังก์ชั่นที่ Line @สามารถทำได้นั้นช่วยเพิ่มความสะดวกในการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่น Broadcast ในการส่งข้อมูลให้ลูกค้า ฟังก์ชัน Coupon&nbsp;ฟังก์ชัน Poll&amp;Servey เรียกว่ามีไว้ใช้ก็คุ้มค่าค่ะ</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-5">5. สร้างเว็บไซต์</h3>



<p class="wp-block-paragraph">หากคุณต้องการให้ยอดเพิ่มมากขึ้นและต้องการ<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/">ขายของออนไลน์</a>อย่างจริงจัง ขอแนะนำว่าให้สร้างเว็บไซต์ เปรียบเสมือนหน้าร้านของเรา ให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้าน เว็บไซต์ในสมัยนี้ทำง่ายมาก สามารถใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปก็ได้ เช่น www.lnwshop.com/shop มีค่าบริการแค่ปีละ1000บาทถือว่าถูกมากๆถ้าเทียบกับยอดขายที่คุณจะได้ สาเหตุที่ต้องมีเว็บไซต์เพิ่มเติมจากการสร้างเพจ Facebook เนื่องจาก Facebookไม่สามารถแสดงสินค้าแบบละเอียดได้ การตกแต่งไม่สวยงาม และมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเว็บไซต์จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่แนะนำสำหรับการขายของออนไลน์</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-6-marketplace">6. รู้จักการขายใน Marketplace</h3>



<p class="wp-block-paragraph">เนื่องจาก Marketplace เป็นตลาดออนไลน์ที่ใหญ่มาก ร้านค้าที่ได้รับความนิยม เช่น Lazada&nbsp;Shopee&nbsp;11-Street&nbsp;Amazon เนื่องจากร้านเหล่านี้มีผู้นิยมเป็นจำนวนมาก การฝากสินค้าขายในร้านเหล่านี้ก็จะทำให้สินค้าของคุณพบเจอง่ายมากยิ่งขึ้นเป็นการเพิ่มช่องทางการขายที่ดีและมีผู้ประความสำเร็จจากการขายของที่ Marketplace เป็นจำนวนมากเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-7">7. อยากขายดีต้องมีรีวิว</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การบอกปากต่อปากเป็นการโฆษณาที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายและเป็นการกระตุ้นยอดขายที่ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้การรีวิวมีส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้าเป็นอย่างมาก ผู้ซื้อส่วนใหญ่ซื้อสินค้าเพราะดูจากรีวิวสินค้า และหากเป็นเนตไอดอลหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงช่วยมารีวิวด้วยแล้วสินค้าก็จะมียอดพุ่งอย่างรวดเร็ว อีกวิธีที่จะทำให้การรีวิวน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นนั่นคือ การมีรูปถ่ายที่สวยงาม ดูน่าซื้อ น่าสนใจ&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-8-chatbot">8.&nbsp; รู้จักใช้ระบบตอบกลับอัตโนมัติ หรือ Chatbot</h3>



<p class="wp-block-paragraph">ซึ่งเปรียบเสมือนพนักงานขายสินค้าให้กับเรา เนื่องจากบางทีเราอาจติดธุระไม่สามารถที่จะตอบแชทได้ในทันที Chatbotจะช่วยตอบข้อความอัตโนมัติซึ่งเป็นข้อความที่ถามกันบ่อยเป็นประจำเช่ย ข้อมูลของสินค้า ราคา ข้อความต้อนรับ เป็นต้น&nbsp; ซึ่ง Chatbot นิยมใช้ใน Messenger ของ Facebook และ&nbsp;LINE@&nbsp;ของ LINE&nbsp;</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-9-content">9. Content ที่ดีช่วยดึงดูดความสนใจได้ในครั้งแรกที่ได้อ่าน&nbsp;</h3>



<p class="wp-block-paragraph">การสร้าง Content ควรมีความดึงดูดความสนใจตั้งแต่คำแรกเพราะคนไทยอ่านหนังสือน้อยและข้อความที่จะแสดงบน Facebook นั้นกำหนดให้เพียงไม่กี่บรรทัด ดังนั้นคุณควรจำเป็นจะต้องกระตุ้นความสนใจตั้งแต่คำแรก อาจใช้แคปชั่นที่ดึงดูด หรือ การถ่ายวิดีโอบรรยายสินค้าสั้นๆ (เน้นว่าสั้นๆนะคะ) ถ้ายาวคนจะเลื่อนผ่านทันที</p>



<h3 class="wp-block-heading" id="h-10-1">10. การส่งสินค้าควรมีความทันสมัย มีหลายช่องทาง</h3>



<p class="wp-block-paragraph">แน่นอนที่สุดว่าการขายของจะจบได้สินค้าจะต้องส่งถึงมือลูกค้าอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ไม่บุบสลาย มีการบริการจ่ายเงินหลายช่องทางทั้งออนไลน์ และการเก็บเงินปลายทาง เพื่อเป็นการเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า จะสังเกตเห็นว่าร้านที่ไม่มีบริการเก็บเงินปลายทางนั้นจะขายของได้น้อยกว่าร้านที่มีบริการเก็บเงินปลายทาง เนื่องจากการซื้อของออนไลน์ก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกันดังนั้นเพื่อเป็นความเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าการเก็บเงินปลายทางเป็นการเพิ่มยอดขายออนไลน์ที่ดีแน่นอน และสินค้าควรส่งถึงมือลูกค้ารวดเร็ว มีการติดตามสินค้าให้ลูกค้า</p>



<p class="wp-block-paragraph">การขายของออนไลน์ให้ได้กำไรเยอะๆนั้น ควรมีการทำตามขั้นตอนข้างต้นนี้ทั้ง 10 ข้อหากคุณทำได้ตามนี้รับรองว่ายอดขายของคุณจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นและคุณก็จะได้กำไรจากการขายของออนไลน์มากขึ้นอย่างแน่นอน ขอเป็นกำลังใจให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคนค่ะ</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/online-selling-checklists/">เช็คก่อนขาย 10 เช็คลิส ขายของออนไลน์ ให้ได้กำไรเยอะ</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/online-selling-checklists/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Customer Data Platform (CDP) คืออะไร ทำไมทุกธุรกิจต้องมี!</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/customer-data-platform/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/customer-data-platform/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2021 14:07:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Customer Data Platform]]></category>
		<category><![CDATA[digital marketing]]></category>
		<category><![CDATA[marketing]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25187</guid>

					<description><![CDATA[<p>Customer Data Platform หรือ CDP คือ โปรแกรมในการเก็บข้อมูลของลูกค้า เพื่อใช้รวบรวมข้อมูลลูกค้า และจัดกลุ่มข้อมูลเข้าด้วยกันเป็นโปรไฟล์ลูกค้าคนหนึ่ง ทำให้สามารถทำมาใช้สร้างกลยุทธ์การตลาดได้มากมาย เรียกได้ว่าเป็น “สมองของการตลาด” เลยก็ว่าได้ ตัวอย่าง CDP ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เช่น SABLE, SEGMENT, Indicative เป็นต้น การใช้ CDP ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำ Digital Marketing เพราะสามารถเก็บข้อมูลที่เคยมีมาก่อนได้ทั้งการทำธุรกรรม ข้อมูลประชากร พฤติกรรม และอื่นๆ และยังสามารถทำให้ทราบถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลในการแสดงโฆษณาซ้ำๆ (Impression) ไปจนถึงการซื้อ (Purchase) ของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ รวมไปถึงการใช้สินค้าและบริการหลังการขายอีกด้วย ทำให้หลายๆธุรกิจนำ Customer Data Platform ไปใช้เพื่อลดปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำได้ยากจากการอาศัยเพียงการคาดการณ์เพียงเท่านั้น&#160; Customer Data Platform สามารถเก็บข้อมูลใดได้บ้าง ประโยชน์ของ Customer Data Platform (CDP) วิธีการใช้ CDP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการตลาด ตัวอย่าง Customer [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/customer-data-platform/">Customer Data Platform (CDP) คืออะไร ทำไมทุกธุรกิจต้องมี!</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">Customer Data Platform หรือ CDP คือ โปรแกรมในการเก็บข้อมูลของลูกค้า เพื่อใช้รวบรวมข้อมูลลูกค้า และจัดกลุ่มข้อมูลเข้าด้วยกันเป็นโปรไฟล์ลูกค้าคนหนึ่ง ทำให้สามารถทำมาใช้สร้างกลยุทธ์การตลาดได้มากมาย เรียกได้ว่าเป็น “สมองของการตลาด” เลยก็ว่าได้ ตัวอย่าง CDP ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เช่น SABLE, SEGMENT, Indicative เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">การใช้ CDP ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำ Digital Marketing เพราะสามารถเก็บข้อมูลที่เคยมีมาก่อนได้ทั้งการทำธุรกรรม ข้อมูลประชากร พฤติกรรม และอื่นๆ และยังสามารถทำให้ทราบถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคลในการแสดงโฆษณาซ้ำๆ (Impression) ไปจนถึงการซื้อ (Purchase) ของลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะ รวมไปถึงการใช้สินค้าและบริการหลังการขายอีกด้วย ทำให้หลายๆธุรกิจนำ Customer Data Platform ไปใช้เพื่อลดปัญหาการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทำได้ยากจากการอาศัยเพียงการคาดการณ์เพียงเท่านั้น&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-customer-data-platform"><strong>Customer Data Platform สามารถเก็บข้อมูลใดได้บ้าง</strong></h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>ข้อมูลธุรกรรม และคำสั่งซื้อ<br>เก็บได้จากระบบซื้อขายแบบ E-Commerce สามารถเก็บได้ทั้งคำสั่งซื้อ วันที่ มูลค่าของลูกค้า สินค้า สินค้าที่ไม่สนใจ และการกลับมาซื้อซ้ำ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ล้วนแต่เป็นข้อมูลที่สำคัญในการทำการตลาดและการขาย</li>



<li>ข้อมูลด้านพฤติกรรมบนเว็บไซต์และมือถือ<br>สามารถเก็บข้อมูลของสินค้าและบริการ และหมวดหมู่ของสินค้า ที่ผู้เยี่ยมชมมีการคลิกข้อมูล และมีการโต้ตอบ รวมไปถึงจำนวนหน้าที่เข้าชม จำนวนเวลาในการอยู่บนเว็บไซต์ และอื่นๆ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถแยกแยะพฤติกรรม และความชอบของผู้ใช้ทั้งในปัจจุบัน และคาดการณ์ในอนาคต</li>



<li>ข้อมูลส่วนบุคคล<br>สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำการตลาด คือ การรู้จักกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้า ซึ่งจำเป็นจะต้องรู้ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น อายุ เพศ อาชีพ รายได้ ไลฟ์สไตล์ ความชอบ เป็นต้น ซึ่งจะสามารถทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และทำกลยุทธ์การตลาดเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น</li>



<li>ข้อมูลสินค้าและบริการ<br>เป็นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลูกค้าโดยตรง แต่ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเก็บข้อมูลด้านราคา และสินค้าคงคลัง เพราะหากมีกลยุทธ์ที่สามารถตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายได้ แต่ไม่มีสินค้าในการขายจะทำให้เสียโอกาสทางการขายไปด้วย</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-customer-data-platform-cdp"><strong>ประโยชน์ของ Customer Data Platform</strong> (CDP)</h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>สามารถสร้างข้อมูลเฉพาะของลูกค้า จากพื้นที่ที่แตกต่างกัน และนำมาจัดกลุ่มให้เกิดเป็นตัวอย่างลูกค้าหนึ่งคน</li>



<li>ช่วยให้มีศักยภาพในการแข่งขัน เพราะสามารถสร้างกลยุทธ์และแคมเปญที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ และช่วยในการตัดสินใจได้มากขึ้นจากการแข่งขันที่รุนแรง และท้าทานในอุตสาหกรรม</li>



<li>สามารถปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรรมของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว จากความสามารถในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากทุกแพลตฟอร์ม</li>



<li>ทำให้ได้ข้อมูลลูกค้าที่เป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช้การจำกัดเพียงแค่ฝ่ายการตลาด ฝ่ายการขาย หรืออื่นๆภายในองค์กร แต่ครอบคลุมทุกส่วนในธุรกิจ ทำให้เข้าถึงข้อมูลลูกค้ากลุ่มเดียวกันได้</li>



<li>สร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าได้ดีมากขึ้นจากการใช้ข้อมูลที่มีประสิทธิภาพทำให้สามารถคาดการณ์การขาย และการผลิตได้เป็นอย่างดี</li>



<li>ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จากการมีข้อมูลที่สมบูรณ์ตั้งแต่เริ่มเห็นโฆษณาจนไปถึงการซื้อ และบริการหลังการขาย</li>



<li>ประหยัดเวลาในการจัดเรียงข้อมูล และวิเคราะห์ ทำให้มีเวลานำข้อมูลไปปรับปรุงกลยุทธ์และโฆษณาต่างๆได้</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-cdp"><strong>วิธีการใช้ CDP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำการตลาด</strong></h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>ใช้เพื่อบันทึกข้อมูล Journey Map หรือ Customer Journey ของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละแพลตฟอร์ม ตั้งแต่การติดต่อกันครั้งแรก</li>



<li>ใช้วิเคราะห์ข้อมูลจาก Google Analytic ที่มีข้อมูลมหาศาล และทำการล้างข้อมูลที่ไม่มีความน่าสนใจ เพื่อแก้ไข้ปัญหา Landing Page ที่มีระยะเวลานาน เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ได้อย่างดี</li>



<li>จัดการกับข้อมูลการละทิ้งรถเข็นบน E-Commerce ใช้เพื่อดูว่าส่วนใดบ้างที่ไม่ตอบสนองต่อประสบการณ์ของผู้ใช้ (User Experience) บนเว็บไซต์ และนำสร้าง UX ที่จะพัฒนาเว็บไซต์ต่อไปได้</li>



<li>ใช้เพื่อเก็บรวบรวมความคิดเห็นของลูกค้า ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการแนะนำ บอกต่อจากเพื่อน หรือครอบครัว และความคิดเห็นที่ถูกทิ้งไว้บนหน้าแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ เพื่อให้รับรู้ว่าผู้บริโภคพูดถึงแบรนด์เราว่าอย่างไร</li>



<li>ใช้วิเคราะห์ข้อมูลการขายต่อจำนวนลูกค้า ทำให้ทราบแนวโน้มการขายจากการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมจาก Loyal Customers ไปจนถึงการขายสินค้า และนำไปทำเป็นโปรโมชั่นขายสินค้า</li>
</ul>



<h2 class="wp-block-heading" id="h-customer-data-platform-1"><strong>ตัวอย่าง Customer Data Platform ที่ดีที่สุด</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://sable.asia/">SABLE</a></h3>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>SABLE คือ CDP ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด</strong> ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รวมขีดความสามารถของ Customer Data Platform (CDP) และ Marketing Automation เพื่อรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าจากทุกช่องทางสำหรับวิเคราะห์และนำเสนอผ่าน Intelligence Dashboard ในรูปแบบ Timeline แบบ Real-Time พร้อมด้วยเครื่องมือสำหรับการทำการตลาดแบบอัตโนมัติ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="464" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/SABLE-CDP-1024x464.jpg" alt="" class="wp-image-25901" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/SABLE-CDP-1024x464.jpg 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/SABLE-CDP-300x136.jpg 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/SABLE-CDP-768x348.jpg 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/SABLE-CDP-1536x696.jpg 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/SABLE-CDP-2048x928.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">SABLE สร้างโอกาสให้ธุรกิจขยายการเพิ่มยอดขาย, ให้ความเข้าใจลูกค้า และสร้างโอกาสหาลูกค้าใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่หลากหลาย รวมถึง SABLE Consent สำหรับจัดการ PDPA Consent, SABLE Analytics สำหรับการเก็บและวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้เว็บ, SABLE Search สำหรับ Data Enrichment เพื่อเข้าใจลูกค้ามากขึ้น, SABLE Ads Automation สำหรับการใช้ข้อมูลจาก CDP ในการทำโฆษณาออนไลน์, และ SABLE Automation สำหรับการสื่อสารกับลูกค้าแบบอัตโนมัติ และการซิงค์ข้อมูลกับระบบอื่น ๆ ด้วยฟีเจอร์เหล่านี้ SABLE CDP จึงช่วยให้ธุรกิจสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ออกแคมเปญ และโปรโมชันที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มยอดขาย&#8221;</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่</strong></p>



<ul class="wp-block-list">
<li><a href="https://bit.ly/sable_asia">https://sable.asia/</a></li>



<li><a href="https://bit.ly/sable_asia">https://sable.asia/customer-data-platform-cdp/</a></li>
</ul>



<figure class="wp-block-image aligncenter size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="624" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/sable-pr-pic-1024x624.png" alt="" class="wp-image-25900" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/sable-pr-pic-1024x624.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/sable-pr-pic-300x183.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/sable-pr-pic-768x468.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/sable-pr-pic-1536x935.png 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2023/06/sable-pr-pic-2048x1247.png 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://segment.com/">Segment</a></h3>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเด่นคือ การสร้างพื้นฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมาย และรวบรวมเชื่อมต่อข้อมูลด้วยเครื่องมือทางการตลาดได้มากกว่า 200 รายการ ตัวอย่างแบรนด์ที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ เช่น Levi’s, Intruit, และ Time</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="493" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/segment-1024x493.png" alt="" class="wp-image-25190" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/segment-1024x493.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/segment-300x144.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/segment-768x370.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/segment.png 1207w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://exponea.com/product/capabilities/">Exponea</a></h3>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเด่นคือ การจัดการข้อมูลลูกค้าเข้ากับการวิเคราะห์เชิงลึก และสามารถนำไปใช้ได้ในทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="441" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/Exp-1024x441.png" alt="" class="wp-image-25191" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/Exp-1024x441.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/Exp-300x129.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/Exp-768x331.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/Exp.png 1285w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://www.zaius.com/">Zaius</a></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นระบบ CRM และ Marketing Automation ที่สร้างขึ้นสำหรับ E-commerce โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้แบบ Real time และหลากหลายช่องทางข้ามแพลตฟอร์ม ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนการซื้อซ้ำและเพิ่มมูลค่าตลอดอายุการใช้งานของลูกค้าได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="477" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/za-1024x477.png" alt="" class="wp-image-25192" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/za-1024x477.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/za-300x140.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/za-768x358.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/za.png 1295w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><a href="https://www.hull.io/about/">Hull</a><br>จุดเด่นคือ การออกแบบมาเพื่อการขายโดยเฉพาะ และเก็บข้อมูล Customer Journey ได้อย่างดี และสามารถแบ่งปันข้อมูลเดียวกันได้ในการทำงานที่แตกต่างแผนก ทำให้เข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="417" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/jil-1024x417.png" alt="" class="wp-image-25193" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/jil-1024x417.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/jil-300x122.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/jil-768x313.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/jil.png 1092w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><a href="https://www.indicative.com/">Indicative</a></h3>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคได้โดยเฉพาะ สามารถเข้าถึงพฤติกรรมของลูกค้าได้ทุกจุด รวมไปถึงการทำ Marketing Automation และยังรองรับระบบคงคลังได้ด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1024" height="460" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/in-1024x460.png" alt="" class="wp-image-25194" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/in-1024x460.png 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/in-300x135.png 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/in-768x345.png 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/in.png 1215w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สรุป</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">Customer Data Platform เรียกได้ว่าเป็น แพลตฟอร์มที่เก็บข้อมูลลูกค้า และควบคุมด้วยทีมการตลาด สร้างฐานข้อมูลเป็นกลุ่มเป้าหมายและพัฒนาต่อไปเรื่อยๆเพื่อให้สามารถเข้าถึงได้จริง แน่นอนว่าปัจจุบันหลายๆคนนั้นเริ่มมา<a href="https://thewisdom.co/content/how-to-start-selling-online/">ขายของออนไลน์</a>กันมากขึ้น ยิ่งต้องควรที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเราเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/customer-data-platform/">Customer Data Platform (CDP) คืออะไร ทำไมทุกธุรกิจต้องมี!</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/customer-data-platform/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thanatporn Suthisansanee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2021 04:03:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัยตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การแบ่งส่วนตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25183</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทฤษฎีมาสโลว์ หรือ ลำดับขั้นความต้องการ (Maslow’s Hierarchy of Needs) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาที่ อับราฮัม เอช. มาสโลว์ คิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1943 ในเอกสารชื่อ “A Theory of Human Motivation” Maslow ระบุว่า มนุษย์มีความต้องการทั้งหมด 5 ขั้นด้วยกัน ความต้องการทั้ง 5 ขั้น มีเรียงลำดับจากขั้นต่ำสุดไปหาสูงสุด มนุษย์จะมีความต้องการในขั้นต่ำสุดก่อน เมื่อได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วก็จะเกิดความต้องการขั้นสูงต่อไป ความต้องการของบุคคลจะเกิดขึ้น 5 ขั้นเป็นลำดับ ดังนี้  1. ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Physiological Needs)&#160; เป็นความต้องการลำดับต่ำสุดและเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ ความต้องการเพื่อตอบสนองความหิว ความกระหาย ความต้องการเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เรียกง่ายๆ ก็คือ ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่พักอาศัย&#160; รวมถึงสิ่งที่ทำให้การดำรงชีวิตสะดวกสบาย นั่นเอง&#160; ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หนีไม่พ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/">ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีมาสโลว์ หรือ ลำดับขั้นความต้องการ (Maslow’s Hierarchy of Needs) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาที่ อับราฮัม เอช. มาสโลว์ คิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1943 ในเอกสารชื่อ “A Theory of Human Motivation” Maslow ระบุว่า มนุษย์มีความต้องการทั้งหมด 5 ขั้นด้วยกัน ความต้องการทั้ง 5 ขั้น มีเรียงลำดับจากขั้นต่ำสุดไปหาสูงสุด มนุษย์จะมีความต้องการในขั้นต่ำสุดก่อน เมื่อได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วก็จะเกิดความต้องการขั้นสูงต่อไป ความต้องการของบุคคลจะเกิดขึ้น 5 ขั้นเป็นลำดับ ดังนี้ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img loading="lazy" decoding="async" width="1800" height="942" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1024x536.jpg" alt="" class="wp-image-25184" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1024x536.jpg 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-300x157.jpg 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-768x402.jpg 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1536x804.jpg 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Physiological Needs)</strong>&nbsp; เป็นความต้องการลำดับต่ำสุดและเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ ความต้องการเพื่อตอบสนองความหิว ความกระหาย ความต้องการเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เรียกง่ายๆ ก็คือ ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่พักอาศัย&nbsp; รวมถึงสิ่งที่ทำให้การดำรงชีวิตสะดวกสบาย นั่นเอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หนีไม่พ้น สินค้าและบริการ อุปโภค บริโภค ทั่วไปๆ เช่น&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านขายยา บ้าน รถยนต์ มือถือ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (Safety Needs) </strong>เป็นความต้องการที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ความต้องการทางร่างกายได้รับการตอบสนองจนเป็นที่พอใจแล้ว ความต้องการขั้นนี้ถึงจะเกิดขึ้น ได้แก่ ความต้องการความปลอดภัยมีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ปราศจากความกลัว การสูญเสียและภัยอันตราย เช่น สภาพสิ่งแวดล้อมบ้านปลอดภัย การมีงานที่มั่นคง การมีเงินเก็บออม ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย รวมถึง ความมั่นคงปลอดภัยส่วนบุคคล สุขภาพและความเป็นอยู่ ระบบรับประกัน-ช่วยเหลือ ในกรณีของอุบัติเหตุ/ความเจ็บป่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ในด้านการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น กล้องวงจรปิด การลงทุน การออม การทำประกันชีวิต หรือ การย้ายบ้านที่อยู่อาศัย ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่มีการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ความต้องการความรักและสังคม (Belonging and Love Needs) </strong>เมื่อมีความปลอดภัยในชีวิตและมั่นคงในการงานแล้ว คนเราจะต้องการความรัก ความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีความต้องการเป็นเจ้าของและมีเจ้าของ ความรักในรูปแบบต่างกัน เช่น ความรักระหว่าง คู่รัก พ่อ แม่ ลูก เพื่อน สามี ภรรยา ได้รับการยอมรับเป็นสมาชิกในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือหลายกลุ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองอารมณ์ ความรู้สึก ของเขาได้ เช่น บริการจัดหาคู่ บริการจัดงานแต่งงาน บริการทัวร์ท่องเที่ยว หรือหากเป็นสินค้า ตัวอย่างง่ายๆที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน เช่น ความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ BENZ BMW เพื่อให้เพื่อนหรือคนรอบข้าง ชื่นชม ยอมรับ&nbsp; เป็นสมาชิกในกลุ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ความต้องการการได้รับการยกย่องนับถือในตนเอง (Esteem Needs)</strong> เมื่อความต้องการความรักและการยอมรับได้รับการตอบสนองแล้ว คนเราจะต้องการสร้างสถานภาพของตัวเองให้สูงขึ้น เด่นขึ้น มีความภูมิใจและสร้างความนับถือตนเอง ชื่นชมในความสำเร็จของงานที่ทำ ความรู้สึกมั่นใจในตนเองและมีเกียรติ ความต้องการเหล่านี้ เช่น ยศ ตำแหน่ง ระดับเงินเดือนที่สูง งานที่ท้าทาย ได้รับการยกย่องจากผู้อื่น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในงาน โอกาสแห่งความก้าวหน้าในงานอาชีพ ฯลฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่ส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง เช่น อสังหาริมทรัพย์&nbsp; เครื่องเพชรราคาแพง บริการระดับพรีเมี่ยม เครื่องบินส่วนตัว โรงแรม 5 ดาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตน (Self-actualization)</strong> เป็นความต้องการขั้นสูงสุดของมนุษย์และความต้องการนี้ยากต่อการบอกได้ว่าคืออะไร เราเพียงสามารถกล่าวได้ว่า ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเป็นความต้องการที่มนุษย์ต้องการจะเป็น ต้องการที่จะได้รับผลสำเร็จในเป้าหมายชีวิตของตนเอง และต้องการความสมบูรณ์ของชีวิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์คนในขั้นนี้อาจมองหาได้ยาก เพราะความต้องการสูงสุดของคนกลุ่มนี้ จะมาจากแรงบันดาลใจ หรือ Passion ด้านจิตใจที่ต้องการมากกว่า ด้านวัตถุที่จับต้องได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การนำทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ลำดับขั้นของมาสโลว์มาใช้ในการตลาด หรือการทำธุรกิจ สามารถช่วยให้คุณเข้าใจแรงจูงใจ และความต้องการของลูกค้า เมื่อคุณทราบแล้วว่าสินค้าหรือบริการของคุณสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านไหน คุณสามารถสร้างกลยุทธ์และวิธีการขายสินค้าและบริการของคุณได้ให้สอดคล้องกับความต้องการในด้านต่างๆของลูกค้าของคุณ การขายสินค้าก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/">ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
