<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>การแบ่งส่วนตลาด Archives - The Wisdom Academy</title>
	<atom:link href="https://thewisdom.co/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thewisdom.co/tag/การแบ่งส่วนตลาด/</link>
	<description>Knowledge is power in this game of chance</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Jun 2021 19:51:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.1</generator>

<image>
	<url>https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/01/cropped-logo_new_design-32x32.png</url>
	<title>การแบ่งส่วนตลาด Archives - The Wisdom Academy</title>
	<link>https://thewisdom.co/tag/การแบ่งส่วนตลาด/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thanatporn Suthisansanee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2021 04:03:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัยตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การแบ่งส่วนตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25183</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทฤษฎีมาสโลว์ หรือ ลำดับขั้นความต้องการ (Maslow’s Hierarchy of Needs) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาที่ อับราฮัม เอช. มาสโลว์ คิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1943 ในเอกสารชื่อ “A Theory of Human Motivation” Maslow ระบุว่า มนุษย์มีความต้องการทั้งหมด 5 ขั้นด้วยกัน ความต้องการทั้ง 5 ขั้น มีเรียงลำดับจากขั้นต่ำสุดไปหาสูงสุด มนุษย์จะมีความต้องการในขั้นต่ำสุดก่อน เมื่อได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วก็จะเกิดความต้องการขั้นสูงต่อไป ความต้องการของบุคคลจะเกิดขึ้น 5 ขั้นเป็นลำดับ ดังนี้  1. ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Physiological Needs)&#160; เป็นความต้องการลำดับต่ำสุดและเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ ความต้องการเพื่อตอบสนองความหิว ความกระหาย ความต้องการเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เรียกง่ายๆ ก็คือ ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่พักอาศัย&#160; รวมถึงสิ่งที่ทำให้การดำรงชีวิตสะดวกสบาย นั่นเอง&#160; ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หนีไม่พ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/">ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีมาสโลว์ หรือ ลำดับขั้นความต้องการ (Maslow’s Hierarchy of Needs) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาที่ อับราฮัม เอช. มาสโลว์ คิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1943 ในเอกสารชื่อ “A Theory of Human Motivation” Maslow ระบุว่า มนุษย์มีความต้องการทั้งหมด 5 ขั้นด้วยกัน ความต้องการทั้ง 5 ขั้น มีเรียงลำดับจากขั้นต่ำสุดไปหาสูงสุด มนุษย์จะมีความต้องการในขั้นต่ำสุดก่อน เมื่อได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วก็จะเกิดความต้องการขั้นสูงต่อไป ความต้องการของบุคคลจะเกิดขึ้น 5 ขั้นเป็นลำดับ ดังนี้ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1800" height="942" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1024x536.jpg" alt="" class="wp-image-25184" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1024x536.jpg 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-300x157.jpg 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-768x402.jpg 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1536x804.jpg 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Physiological Needs)</strong>&nbsp; เป็นความต้องการลำดับต่ำสุดและเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ ความต้องการเพื่อตอบสนองความหิว ความกระหาย ความต้องการเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เรียกง่ายๆ ก็คือ ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่พักอาศัย&nbsp; รวมถึงสิ่งที่ทำให้การดำรงชีวิตสะดวกสบาย นั่นเอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หนีไม่พ้น สินค้าและบริการ อุปโภค บริโภค ทั่วไปๆ เช่น&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านขายยา บ้าน รถยนต์ มือถือ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (Safety Needs) </strong>เป็นความต้องการที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ความต้องการทางร่างกายได้รับการตอบสนองจนเป็นที่พอใจแล้ว ความต้องการขั้นนี้ถึงจะเกิดขึ้น ได้แก่ ความต้องการความปลอดภัยมีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ปราศจากความกลัว การสูญเสียและภัยอันตราย เช่น สภาพสิ่งแวดล้อมบ้านปลอดภัย การมีงานที่มั่นคง การมีเงินเก็บออม ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย รวมถึง ความมั่นคงปลอดภัยส่วนบุคคล สุขภาพและความเป็นอยู่ ระบบรับประกัน-ช่วยเหลือ ในกรณีของอุบัติเหตุ/ความเจ็บป่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ในด้านการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น กล้องวงจรปิด การลงทุน การออม การทำประกันชีวิต หรือ การย้ายบ้านที่อยู่อาศัย ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่มีการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ความต้องการความรักและสังคม (Belonging and Love Needs) </strong>เมื่อมีความปลอดภัยในชีวิตและมั่นคงในการงานแล้ว คนเราจะต้องการความรัก ความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีความต้องการเป็นเจ้าของและมีเจ้าของ ความรักในรูปแบบต่างกัน เช่น ความรักระหว่าง คู่รัก พ่อ แม่ ลูก เพื่อน สามี ภรรยา ได้รับการยอมรับเป็นสมาชิกในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือหลายกลุ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองอารมณ์ ความรู้สึก ของเขาได้ เช่น บริการจัดหาคู่ บริการจัดงานแต่งงาน บริการทัวร์ท่องเที่ยว หรือหากเป็นสินค้า ตัวอย่างง่ายๆที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน เช่น ความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ BENZ BMW เพื่อให้เพื่อนหรือคนรอบข้าง ชื่นชม ยอมรับ&nbsp; เป็นสมาชิกในกลุ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ความต้องการการได้รับการยกย่องนับถือในตนเอง (Esteem Needs)</strong> เมื่อความต้องการความรักและการยอมรับได้รับการตอบสนองแล้ว คนเราจะต้องการสร้างสถานภาพของตัวเองให้สูงขึ้น เด่นขึ้น มีความภูมิใจและสร้างความนับถือตนเอง ชื่นชมในความสำเร็จของงานที่ทำ ความรู้สึกมั่นใจในตนเองและมีเกียรติ ความต้องการเหล่านี้ เช่น ยศ ตำแหน่ง ระดับเงินเดือนที่สูง งานที่ท้าทาย ได้รับการยกย่องจากผู้อื่น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในงาน โอกาสแห่งความก้าวหน้าในงานอาชีพ ฯลฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่ส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง เช่น อสังหาริมทรัพย์&nbsp; เครื่องเพชรราคาแพง บริการระดับพรีเมี่ยม เครื่องบินส่วนตัว โรงแรม 5 ดาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตน (Self-actualization)</strong> เป็นความต้องการขั้นสูงสุดของมนุษย์และความต้องการนี้ยากต่อการบอกได้ว่าคืออะไร เราเพียงสามารถกล่าวได้ว่า ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเป็นความต้องการที่มนุษย์ต้องการจะเป็น ต้องการที่จะได้รับผลสำเร็จในเป้าหมายชีวิตของตนเอง และต้องการความสมบูรณ์ของชีวิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์คนในขั้นนี้อาจมองหาได้ยาก เพราะความต้องการสูงสุดของคนกลุ่มนี้ จะมาจากแรงบันดาลใจ หรือ Passion ด้านจิตใจที่ต้องการมากกว่า ด้านวัตถุที่จับต้องได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การนำทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ลำดับขั้นของมาสโลว์มาใช้ในการตลาด หรือการทำธุรกิจ สามารถช่วยให้คุณเข้าใจแรงจูงใจ และความต้องการของลูกค้า เมื่อคุณทราบแล้วว่าสินค้าหรือบริการของคุณสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านไหน คุณสามารถสร้างกลยุทธ์และวิธีการขายสินค้าและบริการของคุณได้ให้สอดคล้องกับความต้องการในด้านต่างๆของลูกค้าของคุณ การขายสินค้าก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/">ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ขั้นตอน การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) ฉบับจับมือทำ!</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/market-segmentation/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/market-segmentation/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[awanafan]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2021 14:59:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Campaigne marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Market Segmentation]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเป้าหมายทางการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การกำหนดกลุ่มเป้าหมายทางการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การแบ่งส่วนตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25178</guid>

					<description><![CDATA[<p>การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าได้ โดยดูจากผู้ที่มีความสนใจ หรือผู้มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับการซื้อมากที่สุด ในการแบ่งส่วนตลาดมักจะแบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายกัน และกำหนดตามคุณสมบัติอย่างน้อยหนึ่งอย่างเพื่อให้ใกล้เคียงกับผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้ามากที่สุด  และช่วยให้กำหนด ทำความเข้าใจ ถึงลูกค้าในอุดมคติของแบรนด์มากขึ้น และสามารถระบุตลาดที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการได้&#160; ประเภทของการแบ่งส่วนตลาด การแบ่งส่วนตลาดและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายต้องทำความเข้าใจว่า สินค้าและบริการตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งอาจจะระบุได้จากการทำวิจัยหรือข้อมูลจากแบบสอบถามที่ได้รับ การแบ่งส่วนทางภูมิศาสตร์ (Geographic Segmentation) แม้ว่าโดยทั่วไปเป็นกลุ่มประชากรที่ง่ายที่สุด เพราะสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันตามขอบเขตภูมิศาสตร์ เนื่องจากผู้ที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้า จะมีความต้องการ ความชอบ และความสนใจ ที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิศาสตร์ ทั้งสภาพอากาศ ท้องถิ่น และทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งการทำกลยุทธ์และแคมเปญการตลาดต่างๆเพื่อต่อยอดธุรกิจได้ การแบ่งส่วนทางประชากร (Demographic Segmentation) ใช้การจัดเรียงตามข้อมูลทั่วไปของกลุ่มเป้าหมาย เช่น เพศ อายุ การศึกษา รายได้ อาชีพ ขนาดครอบครัว เชื้อชาติ สัญชาติ และอื่นๆ การแบ่งส่วนตลาดรูปแบบนี้จะทำให้เข้าถึงวิธีการซื้อ จำนวนการซื้อ และจำนวนเงินที่ยินดีจะจ่ายต่อสินค้าและผลิตภัณฑ์ การแบ่งส่วนทางองค์กร (Firmographic Segmentation) มีลักษณะคล้ายกับการแบ่งส่วนทางประชากร แต่แตกต่างตรงที่การแบ่งส่วนประชากรจะวิเคราะห์จากข้อมูลบุคคล แต่การแบ่งส่วนทางองค์กรจะวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กร เช่น ขนาดองค์กร จำนวนพนักงาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/market-segmentation/">ขั้นตอน การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) ฉบับจับมือทำ!</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าได้ โดยดูจากผู้ที่มีความสนใจ หรือผู้มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับการซื้อมากที่สุด ในการแบ่งส่วนตลาดมักจะแบ่งออกเป็นกลุ่มที่มีลักษณะคล้ายกัน และกำหนดตามคุณสมบัติอย่างน้อยหนึ่งอย่างเพื่อให้ใกล้เคียงกับผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อสินค้ามากที่สุด </p>



<p class="wp-block-paragraph">และช่วยให้กำหนด ทำความเข้าใจ ถึงลูกค้าในอุดมคติของแบรนด์มากขึ้น และสามารถระบุตลาดที่เหมาะสมกับสินค้าและบริการได้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประเภทของการแบ่งส่วนตลาด</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">การแบ่งส่วนตลาดและการกำหนดกลุ่มเป้าหมายต้องทำความเข้าใจว่า สินค้าและบริการตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งอาจจะระบุได้จากการทำวิจัยหรือข้อมูลจากแบบสอบถามที่ได้รับ</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแบ่งส่วนทางภูมิศาสตร์ (Geographic Segmentation)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าโดยทั่วไปเป็นกลุ่มประชากรที่ง่ายที่สุด เพราะสามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันตามขอบเขตภูมิศาสตร์ เนื่องจากผู้ที่มีแนวโน้มเป็นลูกค้า จะมีความต้องการ ความชอบ และความสนใจ ที่แตกต่างกันออกไปตามภูมิศาสตร์ ทั้งสภาพอากาศ ท้องถิ่น และทำให้สามารถกำหนดตำแหน่งการทำกลยุทธ์และแคมเปญการตลาดต่างๆเพื่อต่อยอดธุรกิจได้</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแบ่งส่วนทางประชากร (Demographic Segmentation)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ใช้การจัดเรียงตามข้อมูลทั่วไปของกลุ่มเป้าหมาย เช่น เพศ อายุ การศึกษา รายได้ อาชีพ ขนาดครอบครัว เชื้อชาติ สัญชาติ และอื่นๆ การแบ่งส่วนตลาดรูปแบบนี้จะทำให้เข้าถึงวิธีการซื้อ จำนวนการซื้อ และจำนวนเงินที่ยินดีจะจ่ายต่อสินค้าและผลิตภัณฑ์</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแบ่งส่วนทางองค์กร (Firmographic Segmentation)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">มีลักษณะคล้ายกับการแบ่งส่วนทางประชากร แต่แตกต่างตรงที่การแบ่งส่วนประชากรจะวิเคราะห์จากข้อมูลบุคคล แต่การแบ่งส่วนทางองค์กรจะวิเคราะห์ข้อมูลขององค์กร เช่น ขนาดองค์กร จำนวนพนักงาน อุตสาหกรรม เป็นต้น วิธีนี้เหมาะสมกับสินค้าและบริการที่เน้น B2B เป็นส่วนใหญ่</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแบ่งส่วนทางพฤติกรรม (Behavioural Segmentation)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ใช้การแบ่งตามพฤติกรรมและกระบวนการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย เช่น สินค้าที่ซื้อเพื่อบริโภค ไลฟ์สไตล์ การใช้งาน ช่องทางการซื้อ เป็นต้น การแบ่งส่วนทางพฤติกรรมจะช่วยให้นักการตลาดสามารถพัฒนากลยุทธ์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>การแบ่งส่วนทางจิตวิทยา (Psychographic Segmentation)</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">การคำนึงถึงจิตวิทยาของผู้บริโภคตามไลฟ์สไตล์ บุคลิกภาพ แรงจูงใจ ค่านิยม ความคิด และความสนใจ จะช่วยให้สามารถจัดกลุ่มคนที่มีความสนใจหรือมีพฤติกรรมมีส่วนร่วมกับสินค้าได้มากที่สุด</p>



<h2 class="wp-block-heading">ขั้นตอนการแบ่งส่วนตลาด</h2>



<p class="has-medium-font-size wp-block-paragraph">1. <strong>ทำการวิจัยเบื้องต้น<br></strong>ทำความรู้จักกับกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการตั้งคำถามปลายเปิด หรือทำแบบสอบถามเพื่อทำการวิจัย<br><span style="text-decoration: underline"><a href="https://thewisdom.co/content/market-research/" class="rank-math-link">อ่าน ขั้นตอนการวิจัยทางการตลาด (Market Research) ฉบับจับมือทำ!</a></span></p>



<p class="has-medium-font-size wp-block-paragraph"><strong>2. กำหนดวิธีแบ่งส่วนตลาด</strong><br>เลือกจากประเภทการแบ่งส่วนตลาด โดยอาจจะเริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุดอย่างภูมิศาสตร์ และประชากรศาสตร์ เพื่อศึกษาหาวิธีที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายลักษณะที่กำหนด แล้วจึงเจาะลึกด้วยพฤติกรรม หรือจิตวิทยา</p>



<p class="has-medium-font-size wp-block-paragraph"><strong>3. สร้างกลุ่มเป้าหมาย</strong><br>วิเคราะห์สินค้าและบริการ ว่าสามารถตอบสนองความต้องของกลุ่มเป้าหมายนั้นได้จริงหรือไม่ และนำไปพัฒนาสินค้าและบริการ และกลยุทธ์ทางการตลาด</p>



<p class="has-medium-font-size wp-block-paragraph"><strong>4. ทำการทดสอบ และทำซ้ำอีกครั้ง<br></strong>ประเมินกลุ่มเป้าหมายเพื่อทำให้แน่ใจว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายที่มีประโยชน์ และยังไม่เปิดการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา และทำการวิเคราะห์ซ้ำๆเรื่อยๆเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้เสมอ</p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีการวัดผลกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ</h2>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สามารถวัดได้ </strong>หมายถึง ตัวแปรการแบ่งส่วนตลาดเกี่ยวข้องโดยตรงกับสินค้าและบริการ และสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมสำหรับสินค้าและบริการหากเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น การแบ่งส่วนตลาดพบกลุ่มที่มีพฤติกรรมซื้อสินค้าเฉพาะเมื่อมีการลดราคา หรือโปรโมชั่น ดังนั้น จึงต้องตอบสนองกลุ่มเหล่านี้ด้วยงบประมาณสำหรับการทำโปรโมชั่น เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สามารถเข้าถึงได้ </strong>หมายถึง การทำความเข้าใจตลาด และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนั้นจากพฤติกรรม และบุคลิก เพื่อระบุวิธีที่ดีที่สุดในการตอบสนองความต้องการ ตัวอย่างเช่น การแบ่งส่วนตลาดพบกลุ่มที่สนใจโฆษณาจากหนังสือพิมพ์ และวิทยุ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายกลุ่มนี้จึงต้องทำแคมเปญโฆษณา และทุ่มงบประมาณไปที่ หนังสือพิมพ์ และวิทยุ เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สามารถคงอยู่ได้</strong> หมายถึง ส่วนตลาดมีความสามารถในการซื้อสินค้าและบริการนั้นๆจริงๆ ตัวอย่างเช่น การแบ่งส่วนตลาดพบกลุ่มที่กลุ่มที่เป็นพนักงานเงินเดือ 15,000 &#8211; 25,000 บาท หักค่าใช้จ่ายต่างๆ สามารถซื้อของใช้ฟุ่มเฟื่อยได้เดือนละ 3,000 บาท เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>สามารถนำไปใช้ได้ </strong>หมายถึง การแบ่งส่วนตลาดสามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันเมื่อทำการซื้อขายในตลาด กับกลุ่มเป้าหมายที่มากกว่า 1 กลุ่ม ตัวอย่างเช่น การแบ่งส่วนตลาดพบกลุ่มที่รักสัตว์ ส่วนอีกกลุ่มรักสิ่งแวดล้อม ดังนั้น กลุ่มนี้อาจสามารถเสนอขายสินค้าและบริการชิ้นเดียวกันได้ เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">สรุป</p>



<p class="wp-block-paragraph">การแบ่งส่วนตลาดไม่ได้มีวิธีที่แน่นอน การทำตามขั้นตอนเหล่านี้ จะทำให้ทราบว่า การแบ่งส่วนตลาดตามประเภทต่างๆ จะทำให้ตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการสินค้าและบริการของเราได้อย่างแท้จริง และควรจะต้องทบทวน และวิเคราะห์ตามข้อมูลใหม่ๆเสมอ เพื่อให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโถค และตอบโจทย์เป้าหมายขององค์กรด้วย</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/market-segmentation/">ขั้นตอน การแบ่งส่วนตลาด (Market Segmentation) ฉบับจับมือทำ!</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/market-segmentation/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
