<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thanatporn Suthisansanee, Author at The Wisdom Academy</title>
	<atom:link href="https://thewisdom.co/content/author/thanatp-su/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://thewisdom.co/content/author/thanatp-su/</link>
	<description>Knowledge is power in this game of chance</description>
	<lastBuildDate>Wed, 09 Jun 2021 19:51:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>

<image>
	<url>https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/01/cropped-logo_new_design-32x32.png</url>
	<title>Thanatporn Suthisansanee, Author at The Wisdom Academy</title>
	<link>https://thewisdom.co/content/author/thanatp-su/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thanatporn Suthisansanee]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 03 Mar 2021 04:03:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดดิจิตอล]]></category>
		<category><![CDATA[การตลาดออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[การวิจัยตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[การแบ่งส่วนตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25183</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทฤษฎีมาสโลว์ หรือ ลำดับขั้นความต้องการ (Maslow’s Hierarchy of Needs) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาที่ อับราฮัม เอช. มาสโลว์ คิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1943 ในเอกสารชื่อ “A Theory of Human Motivation” Maslow ระบุว่า มนุษย์มีความต้องการทั้งหมด 5 ขั้นด้วยกัน ความต้องการทั้ง 5 ขั้น มีเรียงลำดับจากขั้นต่ำสุดไปหาสูงสุด มนุษย์จะมีความต้องการในขั้นต่ำสุดก่อน เมื่อได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วก็จะเกิดความต้องการขั้นสูงต่อไป ความต้องการของบุคคลจะเกิดขึ้น 5 ขั้นเป็นลำดับ ดังนี้  1. ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Physiological Needs)&#160; เป็นความต้องการลำดับต่ำสุดและเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ ความต้องการเพื่อตอบสนองความหิว ความกระหาย ความต้องการเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เรียกง่ายๆ ก็คือ ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่พักอาศัย&#160; รวมถึงสิ่งที่ทำให้การดำรงชีวิตสะดวกสบาย นั่นเอง&#160; ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หนีไม่พ้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/">ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ทฤษฎีมาสโลว์ หรือ ลำดับขั้นความต้องการ (Maslow’s Hierarchy of Needs) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาที่ อับราฮัม เอช. มาสโลว์ คิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1943 ในเอกสารชื่อ “A Theory of Human Motivation” Maslow ระบุว่า มนุษย์มีความต้องการทั้งหมด 5 ขั้นด้วยกัน ความต้องการทั้ง 5 ขั้น มีเรียงลำดับจากขั้นต่ำสุดไปหาสูงสุด มนุษย์จะมีความต้องการในขั้นต่ำสุดก่อน เมื่อได้รับการตอบสนองจนพอใจแล้วก็จะเกิดความต้องการขั้นสูงต่อไป ความต้องการของบุคคลจะเกิดขึ้น 5 ขั้นเป็นลำดับ ดังนี้ </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1800" height="942" src="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1024x536.jpg" alt="" class="wp-image-25184" srcset="https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1024x536.jpg 1024w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-300x157.jpg 300w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-768x402.jpg 768w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6-1536x804.jpg 1536w, https://thewisdom.co/wp-content/uploads/2021/03/6.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1800px) 100vw, 1800px" /></figure>



<p class="wp-block-paragraph">1. <strong>ความต้องการพื้นฐานทางด้านร่างกาย (Physiological Needs)</strong>&nbsp; เป็นความต้องการลำดับต่ำสุดและเป็นพื้นฐานของชีวิต ได้แก่ ความต้องการเพื่อตอบสนองความหิว ความกระหาย ความต้องการเพื่อความอยู่รอดของชีวิต เรียกง่ายๆ ก็คือ ปัจจัยสี่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่พักอาศัย&nbsp; รวมถึงสิ่งที่ทำให้การดำรงชีวิตสะดวกสบาย นั่นเอง&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ หนีไม่พ้น สินค้าและบริการ อุปโภค บริโภค ทั่วไปๆ เช่น&nbsp;ร้านอาหาร&nbsp;ร้านขายยา บ้าน รถยนต์ มือถือ&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">2. <strong>ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย (Safety Needs) </strong>เป็นความต้องการที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่ความต้องการทางร่างกายได้รับการตอบสนองจนเป็นที่พอใจแล้ว ความต้องการขั้นนี้ถึงจะเกิดขึ้น ได้แก่ ความต้องการความปลอดภัยมีที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ปราศจากความกลัว การสูญเสียและภัยอันตราย เช่น สภาพสิ่งแวดล้อมบ้านปลอดภัย การมีงานที่มั่นคง การมีเงินเก็บออม ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย รวมถึง ความมั่นคงปลอดภัยส่วนบุคคล สุขภาพและความเป็นอยู่ ระบบรับประกัน-ช่วยเหลือ ในกรณีของอุบัติเหตุ/ความเจ็บป่วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ในด้านการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น กล้องวงจรปิด การลงทุน การออม การทำประกันชีวิต หรือ การย้ายบ้านที่อยู่อาศัย ปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่มีการดูแลรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี</p>



<p class="wp-block-paragraph">3. <strong>ความต้องการความรักและสังคม (Belonging and Love Needs) </strong>เมื่อมีความปลอดภัยในชีวิตและมั่นคงในการงานแล้ว คนเราจะต้องการความรัก ความสัมพันธ์กับผู้อื่น มีความต้องการเป็นเจ้าของและมีเจ้าของ ความรักในรูปแบบต่างกัน เช่น ความรักระหว่าง คู่รัก พ่อ แม่ ลูก เพื่อน สามี ภรรยา ได้รับการยอมรับเป็นสมาชิกในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือหลายกลุ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่สามารถตอบสนองอารมณ์ ความรู้สึก ของเขาได้ เช่น บริการจัดหาคู่ บริการจัดงานแต่งงาน บริการทัวร์ท่องเที่ยว หรือหากเป็นสินค้า ตัวอย่างง่ายๆที่ทำให้เห็นภาพชัดเจน เช่น ความต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ BENZ BMW เพื่อให้เพื่อนหรือคนรอบข้าง ชื่นชม ยอมรับ&nbsp; เป็นสมาชิกในกลุ่ม</p>



<p class="wp-block-paragraph">4. <strong>ความต้องการการได้รับการยกย่องนับถือในตนเอง (Esteem Needs)</strong> เมื่อความต้องการความรักและการยอมรับได้รับการตอบสนองแล้ว คนเราจะต้องการสร้างสถานภาพของตัวเองให้สูงขึ้น เด่นขึ้น มีความภูมิใจและสร้างความนับถือตนเอง ชื่นชมในความสำเร็จของงานที่ทำ ความรู้สึกมั่นใจในตนเองและมีเกียรติ ความต้องการเหล่านี้ เช่น ยศ ตำแหน่ง ระดับเงินเดือนที่สูง งานที่ท้าทาย ได้รับการยกย่องจากผู้อื่น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในงาน โอกาสแห่งความก้าวหน้าในงานอาชีพ ฯลฯ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในขั้นนี้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ก็คือ สินค้าและบริการที่ส่งเสริมความภาคภูมิใจในตนเอง เช่น อสังหาริมทรัพย์&nbsp; เครื่องเพชรราคาแพง บริการระดับพรีเมี่ยม เครื่องบินส่วนตัว โรงแรม 5 ดาว</p>



<p class="wp-block-paragraph">5. <strong>ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตน (Self-actualization)</strong> เป็นความต้องการขั้นสูงสุดของมนุษย์และความต้องการนี้ยากต่อการบอกได้ว่าคืออะไร เราเพียงสามารถกล่าวได้ว่า ความต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเป็นความต้องการที่มนุษย์ต้องการจะเป็น ต้องการที่จะได้รับผลสำเร็จในเป้าหมายชีวิตของตนเอง และต้องการความสมบูรณ์ของชีวิต</p>



<p class="wp-block-paragraph">สินค้าและบริการที่ตอบโจทย์คนในขั้นนี้อาจมองหาได้ยาก เพราะความต้องการสูงสุดของคนกลุ่มนี้ จะมาจากแรงบันดาลใจ หรือ Passion ด้านจิตใจที่ต้องการมากกว่า ด้านวัตถุที่จับต้องได้&nbsp;</p>



<p class="wp-block-paragraph">การนำทฤษฎีความต้องการของมนุษย์ (Maslow’s Hierarchy of Needs) ลำดับขั้นของมาสโลว์มาใช้ในการตลาด หรือการทำธุรกิจ สามารถช่วยให้คุณเข้าใจแรงจูงใจ และความต้องการของลูกค้า เมื่อคุณทราบแล้วว่าสินค้าหรือบริการของคุณสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านไหน คุณสามารถสร้างกลยุทธ์และวิธีการขายสินค้าและบริการของคุณได้ให้สอดคล้องกับความต้องการในด้านต่างๆของลูกค้าของคุณ การขายสินค้าก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/">ทฤษฎีมาสโลว์ ลำดับขั้นความต้องการ Maslow&#8217;s hierarchy of needs ลูกค้าต้องการอะไร</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/maslows-hierarchy-of-needs/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จิตวิทยาของสี (Color Psychology) ส่งผลต่อความรู้สึกอย่างไรบ้าง?</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/color-psychology-in-marketing/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/color-psychology-in-marketing/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thanatporn Suthisansanee]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 04 Feb 2021 16:05:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาการตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Color Psychology]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาสี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25110</guid>

					<description><![CDATA[<p>จิตวิทยาของสี (Color Psychology) มีผลต่อการรับรู้ทางจิตใจของมนุษย์ สีกับอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับการตลาด ซึ่งหากเลือกสีที่เหมาะสมนั้นจะช่วยให้การสื่อสารทางการตลาดของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น “ชอบสีอะไร” เป็นคำถามยอดนิยมที่เรามักเลือกใช้เมื่อต้องถามสิ่งที่ชอบจากใครสักคน หรือแม้แต่ตัวเราเอกก็ถูกถามเช่นนี้อยู่บ่อยๆ และแน่นอนค่ะเราทุกคนต่างมีสีที่โปรดปรานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และรู้ไหมว่าอะไรดลจิตดลใจให้เรามักเลือกซื้อ หรือเลือกใช้สีนั้นตลอด บทความจะทำให้คุณรู้ว่า “สี” ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกมากกว่าที่เราคิด เพราะมีวิจัยทางวิทยาศาสตร์มานานแล้วว่า &#8220;จิตวิทยาสีกับความรู้สึกนั้นมีความสัมพันธ์กัน&#8221; ทำให้ศาสตร์สมัยใหม่ๆ หลายด้านเลือกนำจิตวิทยาสีมาใช้ในการออกแบบสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาคารสถานที่ สื่อ ไปจนถึงใช้เพื่อการบำบัดร่างกายและจิตใจ ในปี 1966 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษอย่างเซอร์ไอแซค นิวตันค้นพบว่า เมื่อแสงสีขาวบริสุทธิ์ส่องผ่านปริซึมจะทำให้เกิดแสงสีอื่นๆ ที่มองเห็นได้ตามมา แถมนิวตันยังพบอีกด้วยว่าแสงแต่ละชนิดก็มีคลื่นแสงที่แตกต่างกันออกไปไม่ปะปนกัน&#160;การทดลองเพิ่มเติมยังแสดงให้เห็นว่าแสงสามารถรวมกันเป็นสีอื่นได้ เช่น แสงสีแดงผสมกับแสงสีเหลืองทำให้เกิดสีส้ม และบางสี เช่นสีเขียวและสีม่วงแดงจะเป็นสีที่ตัดกัน เป็นต้น ต่อมา นักวิจัย&#160;Andrew Elliot&#160;และ&#160;Markus Maier&#160;ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อพิจารณาจากการมองเห็นสี จิตวิทยาสีกับความรู้สึกอาจมีความสัมพันธ์กัน” แต่กลับเป็นเรื่องแปลกที่ไม่ค่อยมีงานวิจัยด้านจิตวิทยาสีออกมามากนัก อาจเป็นเพราะในอดีตวงการวิทยาศาสตร์อาจยังไม่ให้การยอมรับศาสตร์ด้านจิตวิทยาอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ว่าอย่างไรเรื่องของสีและความรู้สึกเชิงจิตวิทยาก็ยังได้รับความสนใจมาตลอด จนกระทั่งปัจจุบันมีการนำสีไปใช้ในการออกแบบและใช้งานในชีวิตประจำวันหลากหลายด้าน โดยเลือกใช้สีที่สัมพันธ์กับความรู้สึกและพฤติกรรมของมนุษย์ จนกลายมาเป็นแนวคิดเรื่องสีและจิตวิทยาของสีที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน สีมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก อย่างไร?&#160; แม้ว่าการรับรู้สีจะค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ผลกระทบบางอย่างก็มีความหมายที่เป็นสากล&#160;เฉดสีต่างๆสามารถส่งผลกระทบได้หลากหลายตั้งแต่การกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก ของเราไปจนถึงการทำให้วิตกกังวล&#160; ตัวอย่างสีที่ส่งผลต่อความรู้สึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/color-psychology-in-marketing/">จิตวิทยาของสี (Color Psychology) ส่งผลต่อความรู้สึกอย่างไรบ้าง?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">จิตวิทยาของสี (Color Psychology) มีผลต่อการรับรู้ทางจิตใจของมนุษย์ สีกับอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับการตลาด ซึ่งหากเลือกสีที่เหมาะสมนั้นจะช่วยให้การสื่อสารทางการตลาดของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">“ชอบสีอะไร” เป็นคำถามยอดนิยมที่เรามักเลือกใช้เมื่อต้องถามสิ่งที่ชอบจากใครสักคน หรือแม้แต่ตัวเราเอกก็ถูกถามเช่นนี้อยู่บ่อยๆ และแน่นอนค่ะเราทุกคนต่างมีสีที่โปรดปรานที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และรู้ไหมว่าอะไรดลจิตดลใจให้เรามักเลือกซื้อ หรือเลือกใช้สีนั้นตลอด บทความจะทำให้คุณรู้ว่า “สี” ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกมากกว่าที่เราคิด เพราะมีวิจัยทางวิทยาศาสตร์มานานแล้วว่า &#8220;จิตวิทยาสีกับความรู้สึกนั้นมีความสัมพันธ์กัน&#8221; ทำให้ศาสตร์สมัยใหม่ๆ หลายด้านเลือกนำจิตวิทยาสีมาใช้ในการออกแบบสินค้า ผลิตภัณฑ์ อาคารสถานที่ สื่อ ไปจนถึงใช้เพื่อการบำบัดร่างกายและจิตใจ</p>



<p class="wp-block-paragraph">ในปี 1966 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษอย่างเซอร์ไอแซค นิวตันค้นพบว่า เมื่อแสงสีขาวบริสุทธิ์ส่องผ่านปริซึมจะทำให้เกิดแสงสีอื่นๆ ที่มองเห็นได้ตามมา แถมนิวตันยังพบอีกด้วยว่าแสงแต่ละชนิดก็มีคลื่นแสงที่แตกต่างกันออกไปไม่ปะปนกัน&nbsp;การทดลองเพิ่มเติมยังแสดงให้เห็นว่าแสงสามารถรวมกันเป็นสีอื่นได้ เช่น แสงสีแดงผสมกับแสงสีเหลืองทำให้เกิดสีส้ม และบางสี เช่นสีเขียวและสีม่วงแดงจะเป็นสีที่ตัดกัน เป็นต้น</p>



<p class="wp-block-paragraph">ต่อมา นักวิจัย&nbsp;Andrew Elliot&nbsp;และ&nbsp;Markus Maier&nbsp;ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “เมื่อพิจารณาจากการมองเห็นสี จิตวิทยาสีกับความรู้สึกอาจมีความสัมพันธ์กัน” แต่กลับเป็นเรื่องแปลกที่ไม่ค่อยมีงานวิจัยด้านจิตวิทยาสีออกมามากนัก อาจเป็นเพราะในอดีตวงการวิทยาศาสตร์อาจยังไม่ให้การยอมรับศาสตร์ด้านจิตวิทยาอย่างแพร่หลาย แต่ไม่ว่าอย่างไรเรื่องของสีและความรู้สึกเชิงจิตวิทยาก็ยังได้รับความสนใจมาตลอด จนกระทั่งปัจจุบันมีการนำสีไปใช้ในการออกแบบและใช้งานในชีวิตประจำวันหลากหลายด้าน โดยเลือกใช้สีที่สัมพันธ์กับความรู้สึกและพฤติกรรมของมนุษย์ จนกลายมาเป็นแนวคิดเรื่องสีและจิตวิทยาของสีที่เราคุ้นเคยกันดีในปัจจุบัน</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สีมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก อย่างไร?&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">แม้ว่าการรับรู้สีจะค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ผลกระทบบางอย่างก็มีความหมายที่เป็นสากล&nbsp;เฉดสีต่างๆสามารถส่งผลกระทบได้หลากหลายตั้งแต่การกระตุ้นอารมณ์ ความรู้สึก ของเราไปจนถึงการทำให้วิตกกังวล&nbsp; ตัวอย่างสีที่ส่งผลต่อความรู้สึก เช่น </p>



<h2 class="wp-block-heading">1. <strong>สีแดง &nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">ดึงดูดความสนใจมากที่สุดและเกี่ยวข้องกับอารมณ์ที่รุนแรง เช่น ความรัก ความหลงใหลและความโกรธ เป็นสีสากลที่แสดงถึงความแข็งแกร่ง อำนาจ ความกล้าหาญและอันตราย&nbsp;สีแดงมีชีวิตชีวาเร้าใจและน่าตื่นเต้นโดยมีส่วนเชื่อมโยงกับเรื่องเพศ เรื่องความปลอดภัย และเพิ่มความอยากอาหาร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>2. สีส้ม&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นสีที่แสดงถึงการให้กำลังใจในแง่ดีและความมั่นใจในตนเอง เป็นคนเปิดเผย&nbsp;สีส้มสื่อถึงความอบอุ่นและความสุข พลัง และเป็นการผสมผสานของสีแดงเข้ากับสีเหลือง&nbsp;สีส้มสามารถสร้างแรงบันดาลใจความกล้าหาญความกระตือรือร้นความกระปรี้กระเปร่าและความมีชีวิตชีวา&nbsp;นอกจากนี้ยังสามารถมีผลกระตุ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความอยากอาหาร</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>3. สีเหลือง&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นสีของจิตใจและสติปัญญาสะท้อนกับสมองซีกซ้ายด้านตรรกะ&nbsp;เป็นความคิดสร้างสรรค์โทนของแนวคิดใหม่ ๆ และวิธีการทำสิ่งใหม่ ๆ&nbsp;ด้วยสีที่เบาที่สุดของสเปกตรัม สีเหลืองจึงยกระดับและส่องสว่างให้ความหวัง ความสุข และความสนุกสนาน&nbsp;เป็นสีที่อบอุ่นและมีความสุขที่สร้างความร่าเริงและขี้เล่นทำให้จิตวิญญาณของผู้คนสดใส</p>



<p class="wp-block-paragraph">อย่างไรก็ตามสีเหลืองที่มากเกินไปอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล ความหวาดกลัวความปั่นป่วน และการเผชิญหน้า โดยเฉพาะในคนที่เครียดอยู่แล้วจึงอาจต้องระมัดระวังสีเหลืองที่มากเกินไป</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>4. สีเขียว&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นธรรมชาติของความสมดุลและการเติบโต&nbsp;สงบ และปลอดภัย เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีการรักษาและความมั่นคง นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมั่นคงและการพึ่งพาตนเอง&nbsp;สีเขียวเข้มเกี่ยวข้องกับการเงิน และศักดิ์ศรีจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการทำเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับการเงิน ในขณะที่สีเขียวอ่อนเกี่ยวข้องกับการเกิดใหม่ การเจริญเติบโต และความสดใหม่ ในทางธุรกิจสีเขียวมีประโยชน์ต่อสุขภาพและการรักษาและส่งเสริมผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แสดงถึงปลอดภัย อินทรีย์ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>5. สีน้ำเงิน สีฟ้า</strong>&nbsp;</h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นสีของความไว้วางใจและความสงบสุข&nbsp;มันแสดงให้เห็นถึงความภักดีและความซื่อสัตย์ตลอดจนความอนุรักษ์นิยมและความสามารถในการคาดเดา สิ่งนี้มีผลตรงกันข้ามกับสมองมากกว่าสีแดง&nbsp;สีน้ำเงินเป็นสีที่สงบ ลดความตึงเครียด และความกลัว ชะลออัตราชีพจร และลดความอยากอาหาร&nbsp;ในขณะเดียวกันสีน้ำเงิน และสีฟ้าสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดปัญญาและอุดมคติที่สูงขึ้น แต่ก็จริงใจสงวนไว้และเงียบ&nbsp;ความเย็นของมันสร้างความรู้สึกปลอดภัย</p>



<p class="wp-block-paragraph">สีน้ำเงินจึงเป็นสีที่คนทั่วไปนิยมใช้มากที่สุด ในการใช้เพื่อให้คนรู้สึกปลอดภัย นิยมใช้ในเครื่องแบบธุรกิจและสายการบิน&nbsp;มันเกี่ยวข้องกับความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ สุจริตและความน่าเชื่อถือจึงช่วยในการสร้างความภักดีของลูกค้าได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>6. สีม่วง&nbsp;</strong></h2>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นสีแห่งจินตนาการและจิตวิญญาณสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้มีอุดมการณ์สูง&nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นสีที่แสดงความครุ่นคิด ช่วยให้เราสามารถเชื่อมต่อกับความคิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สีม่วงแสดงถึงความมั่งคั่ง มักใช้เพื่อแสดงถึงผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงหรือดีกว่า&nbsp;หากคุณอยู่ในธุรกิจบริการให้ใช้สีม่วงในการตลาดเพื่อส่งเสริมบริการระดับพรีเมียม</p>



<p class="wp-block-paragraph">เห็นหรือยังคะว่าจิตวิทยาสี มีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของเรา ทั้งแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว การเลือกใช้สีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นักออกแบบต้องให้ความสำคัญ&nbsp;เพราะในทางจิตวิทยาบอกว่า สีส่งผลกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้พบเห็นเสมอ</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/color-psychology-in-marketing/">จิตวิทยาของสี (Color Psychology) ส่งผลต่อความรู้สึกอย่างไรบ้าง?</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/color-psychology-in-marketing/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>10 เหตุผลที่ทำให้ พิมรี่พาย ดังพลุแตก! ในมุมนักการตลาด</title>
		<link>https://thewisdom.co/content/10-reasons-pim-ree-pie-is-famous/</link>
					<comments>https://thewisdom.co/content/10-reasons-pim-ree-pie-is-famous/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Thanatporn Suthisansanee]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 31 Jan 2021 09:19:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การตลาด]]></category>
		<category><![CDATA[Personal Branding]]></category>
		<category><![CDATA[นักการตลาด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://thewisdom.co/?p=25042</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในชั่วโมงนี้แทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก “พิมรี่พาย” เจ้าของเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” บุคคลที่มาแรง ดังเป็นพลุแตกในวงการขายของออนไลน์โดยการ Live ที่มีผู้ติดตามเพจสูงถึง 1,000,000 คน และยิ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาข่าวของพิมรี่พายกินพื้นที่สื่อมากมายจากการทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม โดยล่าสุดเธอได้นำเงินส่วนตัวกว่าครึ่งล้านขึ้นไปสานฝันช่วยเด็กดอย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ จนกลายเป็นกระแสชื่นชม ทำให้ #พิมรี่พาย ขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งเลยทีเดียว บทความนี้ผู้เขียนขอนำเสนอ 10 เหตุผลที่ทำให้ พิมรี่พาย ดังเป็นพลุแตก! ในมุมนักการตลาดมาฝากกันค่ะ 1.มีความมั่นใจในตัวเอง&#160; จุดเด่นไม่เหมือนใครกลายเป็น “Personal Branding” ด้วยภาพจำอันเกิดจากบุคลิคอันดุเด็ด เผ็ดมัน แต่ฮา และที่สำคัญคือมีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งสังเกตได้จากพฤติกรรมหรือการกระทำที่เกิดขึ้นในการดำรงชีวิตในแต่ละวัน&#160;อย่างเช่น กรณีของพิมรี่พาย เธอแสดงออกถึงความมั่นใจในตัวเองโดยการกล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น มีจิตใจมั่นคง มีความมั่นใจในความคิดของตนเอง และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งลักษณะดังกล่าวนำไปสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆ ของพิมรี่พาย 2. ความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ EQ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และบริหารอารมณ์ตัวเองและคนอื่น พิมรี่พายเคยกล่าวว่า &#8220;ทริคการขายของเธอ คือต้องเรียนรู้อารมณ์ลูกค้า” เคยสงสัยมั้ย ว่าช่วงที่เธอ Live ขายของก็จะด่าไปด้วย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/10-reasons-pim-ree-pie-is-famous/">10 เหตุผลที่ทำให้ พิมรี่พาย ดังพลุแตก! ในมุมนักการตลาด</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p class="wp-block-paragraph">ในชั่วโมงนี้แทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก “พิมรี่พาย” เจ้าของเพจ “พิมรี่พายขายทุกอย่าง” บุคคลที่มาแรง ดังเป็นพลุแตกในวงการขายของออนไลน์โดยการ Live ที่มีผู้ติดตามเพจสูงถึง 1,000,000 คน และยิ่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาข่าวของพิมรี่พายกินพื้นที่สื่อมากมายจากการทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม โดยล่าสุดเธอได้นำเงินส่วนตัวกว่าครึ่งล้านขึ้นไปสานฝันช่วยเด็กดอย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ จนกลายเป็นกระแสชื่นชม ทำให้ #พิมรี่พาย ขึ้นติดเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับหนึ่งเลยทีเดียว บทความนี้ผู้เขียนขอนำเสนอ 10 เหตุผลที่ทำให้ พิมรี่พาย ดังเป็นพลุแตก! ในมุมนักการตลาดมาฝากกันค่ะ</p>



<p class="wp-block-paragraph">1.<strong>มีความมั่นใจในตัวเอง&nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดเด่นไม่เหมือนใครกลายเป็น “Personal Branding” ด้วยภาพจำอันเกิดจากบุคลิคอันดุเด็ด เผ็ดมัน แต่ฮา และที่สำคัญคือมีความมั่นใจในตัวเอง ซึ่งสังเกตได้จากพฤติกรรมหรือการกระทำที่เกิดขึ้นในการดำรงชีวิตในแต่ละวัน&nbsp;อย่างเช่น กรณีของพิมรี่พาย เธอแสดงออกถึงความมั่นใจในตัวเองโดยการกล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าแสดงความคิดเห็น มีจิตใจมั่นคง มีความมั่นใจในความคิดของตนเอง และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งลักษณะดังกล่าวนำไปสู่ความสำเร็จในด้านต่างๆ ของพิมรี่พาย</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>2. ความฉลาดทางอารมณ์</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">ความฉลาดทางอารมณ์หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ EQ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และบริหารอารมณ์ตัวเองและคนอื่น พิมรี่พายเคยกล่าวว่า &#8220;ทริคการขายของเธอ คือต้องเรียนรู้อารมณ์ลูกค้า” เคยสงสัยมั้ย ว่าช่วงที่เธอ Live ขายของก็จะด่าไปด้วย แต่ลูกค้ากลับไม่โกรธ ในทางตรงข้ามลูกค้ากลับชื่นชอบและซื้อของเธอมากขึ้น นั่นเป็นเพราะพิมรี่พายมีความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ และรู้จักลูกค้าของตนเองเป็นอย่างดี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>3. มี passion พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง &nbsp;</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เรียกได้ว่าเธอเป็นคนที่มีความสามารถที่หลากหลาย ทั้งการขายของ ร้องเพลง ยูทูบเบอร์ และต้องยอมรับเลยว่าความสามารถของเธอนั้นไม่ธรรมดา แถมไม่ว่าจะเป็นด้านไหนก็ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>4. พัฒนาสังคม</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">นอกจากพิมรี่พายจะพัฒนาตัวเองแล้วยังพัฒนาสังคมอีกด้วย อย่างเช่น นำเงินหลักแสนร่วมทำบุญมูลนิธิธรรมานุรักษ์ มอบทุนการศึกษา แจกกับข้าวฟรีตามหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งทำให้เธอได้รับการยอมรับจากสังคมในแง่ของการทำความดี</p>



<p class="wp-block-paragraph"><strong>5. สร้างประสบการณ์แบบส่วนตัวให้กับลูกค้า</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เธอขายของโดยใช้หลักการตลาดแบบ personalization สร้างประสบการณ์แบบส่วนตัวให้กับลูกค้า เป็นการทำการตลาดแบบรู้ใจ หรือเลือกเจาะจงตัวลูกค้า เพื่อมอบประสบการณ์และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ</p>



<p class="wp-block-paragraph">6. <strong>การปรับตัว</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">‘พิมรี่พายขายทุกอย่าง’ ที่มีผู้กดไลค์กว่า 1 ล้านคน จะทราบดีว่าเธอขายของได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง อาหารเสริม รองเท้า น้ำมันใส่ผม ขนตาปลอมคอนแทคเลนส์ น้ำพริก กระทั่งเครื่องรางของขลัง และที่สำคัญเธอขายดีมากด้วย! ซึ่งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการปรับตัวอยู่เสมอ</p>



<p class="wp-block-paragraph">7. <strong>รู้จุดขายของตัวเอง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">จุดขายในที่นี้คือความสามารถ จุดแข็ง ความถนัด ที่ทำแล้วรู้สึกเข้ามือ รู้สึกมันใช่ตัวตนของเรา รวมทั้งทำแล้วมีความสุข รู้ว่าลู่วิ่งของตัวเองอยู่ตรงไหน แล้วตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปในทางของตัวเอง ไม่เปรียบเทียบกับใคร </p>



<p class="wp-block-paragraph">8. <strong>ขายความเป็นธรรมชาติ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เธอไม่ได้ขายเพียงสินค้า แต่ขาย ‘อารมณ์’ และ ‘ความรู้สึก’ เน้นความเป็นธรรมชาติ หรือที่เรามักเรียกกันว่า real ขายจริง รีวิวจริง ในการขายแต่ละครั้งเธอมักชี้แจงตรงๆ กับลูกค้าว่าของดีหรือไม่ดี ใช้เองแล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร หรือแม้กระทั่งบอกด้วยว่าสินค้านั้นเป็นของจริงหรือของปลอม นี่แหละค่ะ ทำให้ลูกค้าเห็นถึงความ real ของผู้หญิงที่ชื่อพิมรี่พาย</p>



<p class="wp-block-paragraph">9. <strong>ความต่อเนื่องสม่ำเสมอ</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เธอรู้จักสินค้าที่ขายอย่างดี รู้จักกลุ่มคนที่เป็นลูกค้าอย่างดี โดยอาศัยหลักการ ความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ระหว่างแบรนด์ และผู้บริโภค รู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเธอจะมาดู Live ตอนไหน ซึ่งวันที่พิมรี่พายขายดีที่สุด คือวันจันทร์ เป็นผลมาจาก Live ในคืนวันอาทิตย์ นอกจากนั้น ทุกวันที่ 30-1 และ 15-16 ของเดือน หนึ่งวันก่อนออกรางวัลลอตเตอรี่ และวันออกรางวัลลอตเตอรี่ เธอจะไม่ Live เด็ดขาด เพราะนอกจากคนจะพุ่งไปกับการเสี่ยงดวงลุ้นโชคแล้ว ยังจะไม่เสียเงินกับสิ่งใดๆ ทั้งนั้น เผลอๆ CF แล้วไม่โอนเงินค่าสินค้าให้อีกด้วย</p>



<p class="wp-block-paragraph">10. <strong>ทำการตลาดหลายช่องทาง</strong></p>



<p class="wp-block-paragraph">เป็นที่รู้กันว่าพิมรี่พายเป็นที่รู้จักเริ่มแรกด้วยการ Live ผ่าน Facebook ขายของอย่างเดียว และเพิ่ม channel บน Youtube เป็นของตัวเองแล้ว และยังสามารถติดตามแฟชั่นการแต่งตัวผ่าน Instagram ได้ด้วย และการที่เธอทำการตลาดหลายช่องทางทำให้เธอมีทีมงานมากถึง 40 &#8211; 50 คน เรียกได้ว่ามีการบริหารจัดการร้านสอดคล้องกับกระแสบนโลกออนไลน์</p>
<p>The post <a href="https://thewisdom.co/content/10-reasons-pim-ree-pie-is-famous/">10 เหตุผลที่ทำให้ พิมรี่พาย ดังพลุแตก! ในมุมนักการตลาด</a> appeared first on <a href="https://thewisdom.co">The Wisdom Academy</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://thewisdom.co/content/10-reasons-pim-ree-pie-is-famous/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
